โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ธนาคารจีน เร่ง “ปล่อยกู้หลอก” ปล่อยกู้เร็ว–เรียกคืนเร็ว ปั้นยอดสินเชื่อตามเป้ารัฐบาล

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 พ.ย. 2568 เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2568 เวลา 03.48 น.

ธนาคารจีน เร่ง "ปล่อยกู้หลอก" ปล่อยกู้เร็ว–เรียกคืนเร็ว เจ้าหน้าที่บางแห่งถึงขั้นควักเงินตัวเองจ่ายดอกเบี้ยแทนลูกค้า หวังปั้นยอดสินเชื่อตรงตามเป้าหมายรัฐบาล

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เจอร์รี ฮู เจ้าของบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในภาคตะวันออกของจีน เปิดเผยว่า เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เขาได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่สินเชื่อของหนึ่งในธนาคารรายใหญ่ที่สุดของประเทศด้วยคำขอที่แปลกประหลาด โดยเจ้าหน้าที่ขอให้เขากู้เงินจำนวน 5 ล้านหยวน หรือประมาณ 700,000 ดอลลาร์สหรัฐ ฝากกลับเข้าธนาคาร แล้วค่อยชำระคืนในเดือนถัดไป โดยที่ธนาคารยินดีเป็นฝ่ายจ่ายดอกเบี้ยให้ทั้งหมด

“ผู้จัดการโทรมาหาผมแทบทุกวัน” ฮูกล่าว โดยระบุว่าบริษัทของเขาในมณฑลเจ้อเจียง ใกล้เซี่ยงไฮ้ เป็นลูกค้าระดับดีของธนาคาร เนื่องจากมีรายได้และกระแสเงินสดมั่นคง “ผมไม่ได้ต้องการเงินกู้เลย แต่สุดท้ายก็ยอมช่วยพวกเขา”

พฤติกรรมเช่นนี้เรียกว่า “ปล่อยกู้เร็ว–เรียกคืนเร็ว” (quick-lend-and-recover) ซึ่งกำลังแพร่หลายท่ามกลางแรงกดดันจากรัฐบาลจีนที่สั่งให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้ได้ตามเป้าหมาย แม้ว่าความต้องการสินเชื่อจริงในระบบเศรษฐกิจจะลดลงก็ตาม ตามคำให้สัมภาษณ์ของพนักงานธนาคารเกือบ 20 รายที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กสอบถาม

นักวิเคราะห์ระบุว่าสถานการณ์นี้สะท้อนถึงปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลจีนเผชิญอยู่ แม้จะสามารถทำให้เงินในระบบหมุนเวียนได้มากขึ้นและต้นทุนสินเชื่อต่ำลง แต่ก็ไม่สามารถ บังคับให้ประชาชนหรือภาคธุรกิจต้องการกู้เงิน จับจ่าย หรือขยายการลงทุนได้

แม้เป้าหมายการปล่อยสินเชื่อจะแตกต่างกันไปในแต่ละธนาคาร แต่ธนาคารส่วนใหญ่ได้รับคำสั่งให้ต้องปล่อยสินเชื่อไม่น้อยกว่าปีก่อนหน้า ขณะที่ผู้บริหารกังวลว่าจำนวนผู้กู้จะลดลงต่อเนื่องในช่วงปลายปี ซึ่งอาจกระทบต่อกำไรที่อยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ และความเสี่ยงจากหนี้เสียที่เพิ่มสูงขึ้น

ไม่ใช่เพียงภาคธุรกิจเท่านั้นที่ถูกชักชวนให้กู้เงิน ลูกค้ารายย่อยก็เช่นกัน เจน พนักงานธนาคารรายหนึ่งในมณฑลเจ้อเจียง เล่าว่าได้รับการติดต่อจากธนาคารคู่แข่งหลายแห่งให้ทำการกู้เงินส่วนบุคคล แล้วถือเงินไว้เพียงไม่กี่วันก่อนจะคืน โดยธนาคารจะเป็นผู้จ่ายดอกเบี้ยแทนให้ ซึ่งในบางกรณี เจ้าหน้าที่สินเชื่อถึงขั้นควักเงินตัวเอ เพื่อช่วยลูกค้าให้ยอมทำธุรกรรมนี้ เพื่อให้ธนาคารสามารถนับเป็นยอดสินเชื่อได้อีกครั้งในรอบต่อไป

ที่ผ่านมาการสร้างยอดสินเชื่อปลอมเคยถูกหน่วยงานรัฐตรวจสอบหลายครั้ง โดยรัฐบาลย้ำว่าจะไม่ยอมให้เงินหมุนเวียนอยู่เพียงในระบบธนาคาร โดยไม่เข้าสู่เศรษฐกิจจริง

รายงานการตรวจสอบของรัฐบาลในปี 2566 พบว่าสถาบันการเงินของรัฐ 6 แห่ง ปล่อยสินเชื่อรวมมูลค่า 516,700 ล้านหยวน ก่อนช่วงประเมินผลงานสำคัญไม่นาน และเรียกคืนทันทีหลังการประเมินเสร็จสิ้น บางกรณีพบว่าบริษัทได้นำเงินไปฝากกลับในบัญชีธนาคารเดียวกัน หรือวางเป็นเงินฝากประจำหลังจากได้รับเงินกู้

ล่าสุด NFRA มีคำสั่งปรับสาขาธนาคาร Bank of Qingdao เป็นเงิน 518,300 หยวน หลังตรวจพบว่าธนาคารพยายาม “ปั้นตัวเลข” เงินฝากและสินเชื่อ ด้วยวิธี quick-lend-and-recover เช่นกัน

ในอดีต ทางการจีนสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์ แต่ปัจจุบันสิ่งเหล่านี้ทำได้ยากขึ้น เนื่องจากตลาดอสังหาฯ กำลังซบเซา และภาคธุรกิจรวมถึงครัวเรือนต่างมุ่งชำระหนี้แทนการก่อหนี้เพิ่ม

ผู้ประกอบการรายหนึ่งในมณฑลกวางตุ้งกล่าวว่า เมื่อไม่นานมานี้ เขาพยายามชำระคืนเงินกู้ 3 ล้านหยวนก่อนกำหนด แต่ธนาคารกลับขอให้เลื่อนการชำระออกไปหนึ่งเดือน เพื่อไม่ให้กระทบตัวเลขเป้าหมายไตรมาส และเมื่อเขากลับมาชำระในเดือนถัดมา ธนาคารยังเสนอเงินชดเชยเทียบเท่ากับดอกเบี้ยที่เขาจะได้ประโยชน์จากการคืนก่อนกำหนด เพียงเพื่อให้ยอดสินเชื่อคงอยู่ต่อไป

หน่วยงานกำกับดูแลกำลังเร่งให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อเพิ่ม หลังยอดสินเชื่อใหม่ในเดือนกรกฎาคมหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี โดยยอดสินเชื่อรวม ไม่นับรวมสินเชื่อให้สถาบันการเงิน เพิ่มขึ้นเพียง 6.4% ในเดือนกันยายนเมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นอัตราต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2546

ภาวะที่มีเงินแต่ไม่มีคนกู้ทำให้การแข่งขันในระบบธนาคารจีนรุนแรงขึ้น ธนาคารหลายแห่งยังคงลดดอกเบี้ยสินเชื่อผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง แม้ทางการจะขอให้หลีกเลี่ยงสงครามราคา หลายธนาคารเสนอเงื่อนไขกู้ที่ดีกว่า หรือสิทธิพิเศษอื่น ๆ เช่น อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า เพื่อดึงลูกค้าจากคู่แข่ง

ขณะเดียวกันบรรษัทการเงินท้องถิ่น (Local Government Financing Vehicles – LGFVs) ซึ่งเคยเป็นแหล่งความต้องการสินเชื่อสำคัญ ก็ลดบทบาทลงหลังรัฐบาลกลางเดินหน้าปราบปรามหนี้แฝงของภาครัฐ โดยข้อมูลจากธนาคารกลางระบุว่า จำนวนหน่วยงาน LGFV และมูลหนี้รวมลดลงไปแล้วถึง 71% และ 62% ภายในสองปีครึ่งที่ผ่านมา

กระทรวงการคลังจีนในระดับท้องถิ่นยังเพิ่มการตรวจสอบการค้ำประกันสินเชื่อของรัฐวิสาหกิจให้กับหน่วยงาน LGFV อย่างเข้มงวดมากขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ธนาคารต้องตั้งเกณฑ์ปล่อยกู้เข้มงวดขึ้นอีก

อีกสัญญาณหนึ่งของอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแรง คือการลงทุนรวมตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันหดตัวลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2563 แม้568 จะเป็นไตรมาสที่เศรษฐกิจชะลอตัวที่สุดนับตั้งแต่ยุคล็อกดาวน์โควิดในปี 2565

ผู้บริหารธนาคารจีนจำนวนมากยอมรับว่า ตอนนี้พวกเขากำลังเผชิญทางเลือกที่เลวร้ายทั้งคู่ คือจะเพิ่มความเสี่ยงด้วยการปล่อยกู้มากขึ้น หรือยอมไม่ถึงเป้าหมายที่รัฐกำหนด ซึ่งทั้งสองทางต่างสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อระบบธนาคารที่เปราะบางอยู่แล้ว

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...