รัชกาลที่ 3 สวรรคตด้วยพระโรคอะไร มะเร็งกระเพาะอาหาร หรือมะเร็งไต?
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระประชวรอยู่เป็นเวลาหลายเดือนก่อนจะสวรรคตเมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2394 ท่ามกลางบันทึกที่ทำให้เชื่อว่า ทรงพระประชวรด้วยโรค “มะเร็ง” และอาจเป็นมะเร็งในระบบย่อยอาหาร ไม่ก็ระบบขับถ่าย
รัชกาลที่ 3 สวรรคตด้วยพระโรคอะไรกันแน่?
การประชวรในห้วงบั้นปลายพระชนม์ชีพรัชกาลที่ 3 ปรากฏว่าไม่มีหมอหลวงคนใดสามารถถวายการรักษาให้หายได้ พระองค์จึงทรงประกาศพระอาการเพื่อหาหมอที่คิดว่าสามารถวายการรักษาได้ ซึ่งเผยให้เราทราบถึงพระอาการที่ทรงเป็นอยู่ ปรากฏใน ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 51ว่า [ปรับย่อหน้าใหม่โดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม]
“ท่านทั้งหลายทั้งปวงแพทย์หมอต่าง ๆ ก็ดี คนเราที่มีปัญญาก็ดี จงรู้อาการโรคของข้าซึ่งเจ็บครั้งนี้ เดิมให้กะเสาะกะแสะกินเข้าไม่มีรสตั้งแต่เป็นมาสักปีเศษสองปีแล้ว กินเข้าเก้ามื้อสิบมื้อจะมีรสสักมื้อหนึ่ง เบื่อเข้าสวยกินแต่เข้าต้มเข้าบุหรี่เข้ามูนกะทิ มื้อหนึ่งได้สักถ้วยหนึ่งข้อนถ้วย
แล้วก็ให้เจ็บหลังเสียดท้องข้างซ้ายตามชายโครงตั้งแต่ยอดอกไปจนถึงเกลียวปัศฆาฎ ตามสายเสียดตั้งแต่ชายโครงลงไปจนกระทั่งข้อเท้า ได้ให้หมอนวดก็หายบ้าง พอประทะประทังอยู่บ้าง วันหนึ่งกับคืนหนึ่ง ๒๔ ชั่วโมง ได้ความสุขเป็นปกติครึ่งหนึ่งบ้างข้อนหนึ่งบ้าง ครั้นนานมาก็ได้ความสุขแต่เมื่อขณะนวด
โรคเป็นดังนี้ได้บอกแก่หมอนวดให้หายาให้กินมาหลายขนานนักหนาแล้ว พอประทะประทังมาได้ ร่างกายก็ซูบผอมลงทุกวัน ๆ เดี๋ยวนี้เจ็บจนลงล้มหมอนนอนเสื่อ ก็มีโรคอยู่แต่เพียงให้เสียดให้เฟ้อข้างตำหระชายดังกล่าวแล้วเกิดขึ้นใหม่แต่ปิดอุจจาระปิดผายลมเสีย นอนหงายไม่ได้ให้เสียดให้เต้นไปในท้อง ให้ปวดฝักให้คลื่นให้เหียน ให้หิวเป็นกำลังกินเข้าไม่ได้เลย ให้เจ็บหน้าตะโพกนอนไม่หลับ
กลางคืนคืนหนึ่งเคลิ้มไปได้สัก ๓ บาทนาฬิกา กลางวันสักชั่วโมงหนึ่งเอาเป็นดี กินยาก็พอประทะประทังมาได้ แล้วโรคเกิดขึ้นอีกอย่างหนึ่งให้ขัดปัสสาวะเบาออกเล็กน้อย ให้ปวดอยู่เป็นหลายวันจึงค่อยเบามากออกมาได้คลายปวดไปหน่อยหนึ่ง
โรคที่ติดอยู่ในกายนั้นก็มีแต่เท่านี้ และจะเป็นอย่างไรมากกว่านี้ขึ้นไปอีกพิเคราะห์ดูก็ยังไม่เห็น…”
นพ. วิบูล วิจิตรวาทการวิเคราะห์สาเหตุการสวรรคตของพระองค์ว่า น่าจะทรงพระประชวรด้วยพระโรค “มะเร็งพระอามาศัย”หรือมะเร็งกระเพาะอาหาร แล้วต่อมาได้ลุกลามไปยังพระวัตถิ (กระเพาะปัสสาวะ) และพระตำหระชาย (อวัยวะเพศ)
แต่ รศ. นพ. เอกชัย โควาวิสารัชวิเคราะห์ไว้ในหนังสือ ชันสูตรประวัติศาสตร์ เมื่อคราวสวรรคต(มติชน : 2560) ว่า พระองค์ไม่น่าทรงพระประชวรด้วยพระโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เพราะแม้อาการที่พบบ่อยของโรคนี้คือ น้ำหนักลด รับประทานอาหารได้น้อย ไม่อร่อย เบื่ออาหาร แต่การเสวยพระกระยาอาหารไม่อร่อย “กินเข้าไม่มีรส” เป็นอาการไม่ค่อยจำเพาะ เกิดได้กับผู้ป่วยทั่ว ๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งหรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ
นอกจากนี้ มะเร็งกระเพาะอาหารลุกลามไปอวัยวะข้างเคียง (หลอดอาหาร ลำไส้ ต่อมน้ำเหลือง ฯลฯ) ได้ ก็จริง แต่ไม่ค่อยแพร่กระจายไปยังไตและกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นส่วนที่มีพระอาการเด่น และพระอาการปวดท้องข้างซ้ายตั้งแต่ชายโครงลงไปถึงข้อเท้าก็ชวนให้สงสัยว่า พระโรคน่าจะไม่ได้อยู่เฉพาะกระเพาะอาหาร แต่เป็นโรคเกี่ยวกับ “ระบบขับถ่ายปัสสาวะ” เริ่มตั้งแต่ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ
พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3ของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ บรรยายพระอาการประชวร ดังนี้
“…สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรมาตั้งแต่ ณ เดือน ๑๐ บรรทมไม่หลับ ให้ทรงคลื่นเหียน เสวยพระกระยาหารไม่ถึงปกติ ไม่สบายพระองค์ เสด็จออกได้บ้าง มิได้บ้างมาหลายเดือน ครั้นถึงรุ่งเช้าวันพฤหัสบดี เดือน ๒ ขึ้น ๗ ค่ำ พระโรคมากขึ้น พระบังคนเบาก็ขุ่นข้นเป็นตะกอน…”
สาเหตุพระโรคจึงน่าจะเป็นอวัยวะในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่ง “นิ่ว” ในไตก็มีความเป็นไปได้ คือทรงมีนิ่วในพระวักกะ (ไต) แล้วหลุดไปอยู่ในท่อพระวักกะ ทำให้พระองค์ทรงปวดบริเวณที่อุดตัน และมีพระบังคนเบา (ปัสสาวะ) ขุ่นเป็นตะกอน แต่ภาวะดังกล่าวไม่สามารถลุกลามไปยังอวัยวะอื่นได้เหมือนเนื้องอกมะเร็ง
ดังนั้น เนื้องอกมะเร็งของระบบทางเดินปัสสาวะจึงเป็นไปได้มากที่สุด
หมอเอกชัยเผยว่า อาการจำเพาะของโรคมะเร็งไตคือ ปวดสีข้าง ปัสสาวะเป็นเลือด และคลำพบก้อนในช่องท้อง ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีการลุกลามของโรคไปยังอวัยวะอื่นเมื่อโรคอยู่ในระยะท้าย ๆ จากทั้งหมด 4 ระยะ ได้แก่ มะเร็งเริ่มจากภายในปลอกหุ้มไต ลุกลามมายังไขมันรอบไต ลุกลามถึงต่อมน้ำเหลืองกับหลอดเลือดดำ และลุกลามสู่อวัยวะข้างเคียงอื่น ๆ
รัชกาลที่ 3 มีพระอาการปวดเริ่มต้นที่พระอุทร (ท้อง) ข้างซ้าย ซึ่งเป็นตำแหน่งของไต มะเร็งจึงน่าจะเริ่มต้นที่ “พระวักกะ” คือทรงพระประชวรด้วยพระโรค “มะเร็งไต” นั่นเอง
หมอเอกชัยสันนิษฐานว่า “มะเร็งพระวักกะก็อาจอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ เช่น ท่อพระวักกะก็ทำให้มีพระอาการปวดคล้าย ๆ กับการมีนิ่วอุดตันท่อพระวักกะได้เช่นเดียวกันและอาจเกิดภาวะอุดตันที่พระวัตถิ (กระเพาะปัสสาวะ) ท่อพระบังคนเบา ทำให้พระบังคนเบาลำบาก
และการที่พระองค์ถ่ายพระบังคนหนักและผายลมไม่สะดวกก็อาจบ่งบอกว่า มะเร็งอาจลุกลามไปยังพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) พระอาการเจ็บที่หน้าพระโสณี (ตะโพก) อาจบ่งบอกถึงการที่มะเร็งลุกลามไปยังกระดูกเชิงกรานแล้ว พระอาการเจ็บพระปฤษฎางค์ (หลัง) อาจเกิดจากมะเร็งพระวักกะลุกลามไปยังกระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นบริเวณที่ใกล้กับไต”
หลักฐานอีกชิ้นที่สนับสนุนว่ารัชกาลที่ 3 ทรงเป็นมะเร็งพระวักกะคือ ขุนราชนิทาน(หมอหลวง) วินิจฉัยว่า พระองค์ทรงพระประชวรด้วยพระโรค “พระวาโยกระษัยกล่อน” ซึ่ง กระษัยคือโรคที่ทำให้ร่างกายทรุดโทรม มีอาการผอมแห้ง ตัวเหลือง ใน คัมภีร์แพทยศาสตร์สงเคราะห์ นิยามโรคกระษัยกล่อนว่าอาการของโรคเกิดจากสมุฏฐาน 4 (ดิน น้ำ ลม ไฟ) มี 5 ชนิด ได้แก่ กระษัยกล่อนดิน กระษัยกล่อนน้ำ กระษัยกล่อนลม (วาโย) กระษัยกล่อนไฟ และกระษัยกล่อนเถา ดังว่า
“อันว่าไกษยกล่อนบังเกิดเพื่อลมนั้น ว่าด้วยลมไกษยจำพวกหนึ่งเมื่อจะกำเริบข้างขึ้นข้างแรมคล้ายกัน ถ้าเย็นเข้าคล้ายเหมือนหนึ่งคนดี ถ้ามันจะเป็นขึ้นมาแล้วมันจุกขึ้นมาแล้วมันก็ขัดมาขับตอดเอาในท้อง มันให้ร้องอยู่อกนั้นเย็นดังน้ำ แล้วมันให้กลับขบยิ่งนัก แต่ว่ากินอาหารแล้วก็ร้อนลงไป มันคลายแต่ละน้อน ถ้าจะแท้ท่านให้เอายาที่แก้ไกษยลมนั้นมาแก้เกิด”
หมอเอกชัยวิเคราะห์ด้วยว่า พระโรควาโยกระษัยกล่อน น่าจะเป็นพระอาการของโรคมะเร็งพระวักกะ ที่ทำให้ทรงปวดแน่นเหมือนมีวาโยวิ่งในพระอุทร แล้วทำให้พระอัณฑะบวมได้ แม้โรคดังกล่าวจะไม่ทำให้มีพระอาการเกี่ยวกับพระบังคนหนักเบาหรือประทมไม่หลับอย่างที่เกิดกับพระองค์
การรักษามะเร็งไตนั้น หากเป็นระยะแรก ๆ ส่วนใหญ่จะใช้วิธีผ่าตัดไตทิ้ง แต่หากเป็นระยะท้าย ๆ ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้โดยการผ่าตัดไตทิ้งเพียงอย่างเดียว การใช้ยาเคมีบำบัดมักไม่ได้ผล ต้องใช้วิธีฉายแสงร่วมด้วย ซึ่งในสมัยรัชกาลที่ 3 ยังไม่สามารถถวายการรักษาแบบนั้นได้
สรุปว่าตามความเห็น รศ. นพ. เอกชัย โควาวิสารัช พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงพระประชวรด้วยโรค “มะเร็งไต” ที่ลุกลามไปยังกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ใหญ่ ทำให้ทรงถ่ายพระบังคนเบา-พระบังคนหนักลำบาก แล้วลุกลามสู่กระดูก ทำให้ทรงปวดสะโพก ท้อง และหลัง ก่อนจะสวรรคต
อ่านเพิ่มเติม :
- ประวัติศาสตร์วิเคราะห์ กรณีสวรรคตรัชกาลที่ 2 มุมมองแพทย์ ทรงแพ้พระโอสถหรือทรงถูกวางยา?
- ประวัติศาสตร์วิเคราะห์ : กรณีสวรรคตร.6 เสียโอกาสทรงหายประชวรเพราะอะไร?
- ชันสูตรประวัติศาสตร์ แผนปลงพระชนม์ “พระนารายณ์” สวรรคตเพราะ “ยาพิษ” !?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
เอกชัย โควาวิสารัช, รศ. นพ. (2560). ชันสูตรประวัติศาสตร์ เมื่อคราวสวรรคต. กรุงเทพฯ : มติชน.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัชกาลที่ 3 สวรรคตด้วยพระโรคอะไร มะเร็งกระเพาะอาหาร หรือมะเร็งไต?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com