“นายกฯ ” ย้ำ ไม่มีปัจจัยบอกเหตุ ก็ต้องมีแผนป้องกัน ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
“นายกฯ ” ย้ำ ไม่มีปัจจัยบอกเหตุ ก็ต้องมีแผนป้องกัน ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา มั่นใจ ผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลได้ ยัน ผู้ว่าราชการฯ ไม่เกี่ยวหากมีการยุบสภา ชี้ เป็นคนละส่วนกัน ปฎิเสธข่าวการเจรจาที่ออตตาวาไม่เป็นผล
วันที่ 4 ธ.ค. 68 ที่โรงเรียนนิคมสร้างตนเอง 1 จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังมอบนโยบายในการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน และพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ให้แก่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และผู้ว่าราชการ 7 จังหวัด ว่า ก็เป็นหนึ่งในแผนเผชิญเหตุของผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีชายแดนติดอยู่กับประเทศกัมพูชา ซึ่งมีทั้ง จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี สระแก้ว จันทบุรี และตราด และตรงกับที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ไป ที่ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความพร้อมไหม ซึ่งนี่คือการฝึกให้ แผนพิทักษ์แนวหลังเพื่อที่จะทำให้ฝ่ายกองทัพที่จะต้องไปดูแลชายแดน จะได้ไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลัง เพราะฝ่ายหลังจะมีทีมสนับสนุนในการดูแลพี่น้องประชาชน ให้มีความปลอดภัย
เมื่อถามว่าไม่ได้มีสัญญาณบอกเหตุจากฝ่ายความมั่นคงใช่หรือไม่ว่าจะมีสถานการณ์อะไรจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า สัญญาณบอกเหตุ มันก็มีมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว ซึ่งเราต้องเตรียมความพร้อมตลอดเวลาและยึดหลักระวังตั้งสงบ เตรียมรบให้พร้อมสรรพ ช่วงเวลาที่เหมาะสมจะมีการะดม ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) ซึ่งคือผู้คอยให้การบริการประชาชนในชุมชน ถือว่าเป็นมือไม้สำคัญ ทั้งกองทัพ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กองอาสารักษาดินแดน(อส.) เพราะฉะนั้นเราต้องให้ความมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับความปลอดภัยอย่างแน่นอน
เมื่อถามว่าแสดงว่าในวันนี้เรายังไว้ใจกัมพูชาไม่ได้ใช่หรือไม่ว่าเขาจะเปิดอีกเมื่อไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องมีความพร้อมตลอดเวลา ในท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่มีบทสรุป เราคงไม่ได้พูดถึงความไว้ใจหรือไม่ไว้ใจ แต่เราต้องเตรียมในเรื่องของความพร้อมของเราเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ทุกคนคงเห็นว่ามีความพร้อม แต่ความพร้อมไม่ได้ไปรบกับเขาอย่างเดียวแต่พร้อมในการที่จะเผชิญเหตุอย่างไร สิ่งแรกคือการเตรียมการอพยพพี่น้องประชาชนให้ไปในจุดที่ปลอดภัย เช่น ศูนย์พักพิงต่างๆที่จัดตั้งไว้ และในโรงเรียนต้องมีการจัดทำหลุมหลบภัยซึ่งซึ่งทำไว้ทุกทุกโรงเรียนแล้วในเขต 7 จังหวัด และมีการซักซ้อมแม้กระทั่งให้นักเรียนต้องซ้อมเผชิญเหตุการว่าถ้าเกิดจริงจะต้องทำอย่างไร และการสนับสนุนทุกอย่างหลังจากที่เกิดเหตุแล้วเราจะต้องเร่งดำเนินการอย่างไรให้เกิดความพร้อมสูงสุด
โดยเฉพาะชาวบ้านต้องมีอาหารครบ ต้องมีที่นอนหมอนมุ้งครบ และต้องมีอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการดำรงค์ชีพ โดยเราเคยทำมาแล้วในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 68 ซึ่งตอนนั้นเหตุการณ์จริงยังไม่มีการซ้อมแบบนี้ ตอนนี้เราก็ใช้เหตุการณ์นั้นมาเป็นรูปแบบถอดบทเรียนออกมาและทำเป็นขั้นตอนและกระบวนการหากเกิดเหตุตรงไหนเราก็สนับสนุนซึ่งกันและกัน
เมื่อถามว่าในส่วนของรัฐบาลช่วง 31 ม.ค. 68 จะต้องยุบสภา และช่วงนั้นเกิดเหตุอะไรขึ้นมาก็ไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้ไม่เกี่ยว ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้ยุบไปกับเขาด้วย เพราะผู้ว่าราชการฯ เป็นฝ่ายที่รับผิดชอบควบคุมสถานการณ์ หากมีสถานการณ์ไม่ดีจริง ผู้ว่าราชการฯ ก็ประกาศให้เป็นพื้นที่ฉุกเฉิน ซึ่งเขามีอำนาจที่จะอำนวยการสถานการณ์ในจังหวัดของพวกเขาได้อย่างเต็มที่ ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือรัฐบาล
นายอนุทิน กล่าวว่า ซึ่งรัฐบาลให้การสนับสนุน สมมติว่าเกิดมีอะไรในช่วงที่หลังยุบสภาแล้วยังไม่เลือกตั้ง ยังไม่มีรัฐบาลใหม่ รัฐบาลก็ยังเป็นรัฐบาลรักษาการหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน รัฐบาลก็มีอำนาจอย่างเต็มที่ในการเข้าสนับสนุนหรือระงับเหตุการณ์นั้น ซึ่งมีอะไรที่ต้องกังวล ประเทศไม่มีวันที่จะขาดรัฐบาล ซึ่งมีเหตุการณ์ที่ต้องการการตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ฉุกเฉินก็จะมีรัฐบาลในการบริหารประเทศตลอดเวลา
เมื่อถามว่าแนวทางการเจรจาที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปประชุมล่าสุดที่ออตตาวา เหมือนพยายามประท้วงแต่ไม่เป็นผล ในเรื่องของการเจรจา นายอนุทิน ถามกลับว่า รู้ได้ไงว่าไม่เป็นผล ใครบอกว่าไม่เป็นผล นายสีหศักดิ์บอกตนว่ามีขั้นตอนในการดำเนินการเจรจาอย่างชัดเจน
ถามย้ำว่าเห็นว่าตั้งอนุกรรมการไม่ได้ นายอนุทินกล่าวว่า จะตั้งได้ไม่ได้เราก็มีอธิปไตยของเรา เราก็มีสิทธิ์ที่จะทำรายงานไป เราลงนามในสนธิสัญญาออตตาวาคือเรื่องของการเก็บกู้วัตถุระเบิดและเราใช้คำว่าการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ด้วยหลักมนุษยธรรม หมายความว่า ถ้าฝ่ายเก็บกู้วัตถุระเบิด เห็นทุ่นระเบิดที่ไหนจะไม่ถามว่าเป็นของใคร เพราะเจอตรงไหนเก็บตรงนั้น และถ้าเกิดว่าถูกต่อต้าน หรือว่าถูกหยุดหรือระงับไม่ให้ทำเขาก็มีแผนเผชิญเหตุ
เมื่อถามว่า หมายความว่าเราก็ต้องเก็บกู้ตามที่เข้าในภาคีของสัญญาออตตาวาอยู่ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องปฏิบัติตามกติกาเพื่อที่จะได้ให้คนเห็นอย่างชัดเจนว่าเราไม่ได้เป็นฝ่ายกระทำ เราเป็นประเทศที่มีประชากรมาก และเป็นประเทศที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่า เพราะฉะนั้นต้องแสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้ใช้ความได้เปรียบเหล่านี้ในการไปรุกรานประเทศเพื่อนบ้าน เพราะฉะนั้นเรามีหลักเกณฑ์ที่ต้องยึดถืออยู่ แต่ถ้าวันนี้เกิดมีการทำร้ายคนของเราหรือรุกล้ำเข้า รวมถึงการยิงลูกกระสุนหรือแม้แต่จรวจเข้ามาในประเทศเรา เราก็พร้อมที่จะตอบโต้ทุกรูปแบบ ตนไม่สามารถพูดอะไรที่เป็นการยั่วยุได้แต่ว่า ตนได้รับการยืนยันจากกองทัพ และได้หารือพูดคุยกับผู้นำเหล่าทัพทุกเหล่าทัพ ทุกท่านมีความพร้อมที่จะปฏิบัติการรักษาอธิปไตยไทยอย่างเต็มที่มีแผนทุกอย่างไว้
เมื่อถามว่ากองทัพรายงานเรื่องของการตัดถนนล่าสุดของกัมพูชาในหลายพื้นที่ในแทบอีสานใต้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ในรายละเอียดเขามีหลักในการดำเนินการ และเรายังพูดคุยในลักษณะทวิภาคีอยู่และมีการประชุม คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม(JBC) ตรงไหนที่มันไม่ถูกต้องเราก็ยกขึ้นมา ซึ่งยืนยันว่า ตอนนี้เท่าที่ทราบทุกอย่างก็ยังเป็นไปในทิศทางที่ยังเจรจากันได้อยู่