ทำความรู้จัก TISA เปิดพอร์ตหุ้นไทยแล้วได้ 2 ต่อ ได้ออมเงิน ได้ลดหย่อนภาษี
จะเป็นยังไงถ้าเปิดพอร์ตหุ้นไทยแล้วได้ 2 ต่อ คือได้ออมเงิน และได้ลดหย่อนภาษี มาทำความรู้จัก TISA (Thailand Individual Savings Account) กัน
TISA คืออะไร
TISA หรือ Thailand Individual Saving Account คือบัญชีออมหุ้นไทยรูปแบบใหม่ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำลังผลักดัน ให้นักลงทุนสามารถซื้อหุ้นไทยรายตัวได้เอง และนำไปลดหย่อนภาษีได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านกองทุนรวมอย่าง RMF หรือ SSF แบบเดิมๆ
แรงบันดาลใจมาจากไหน
TISAปรับแนวคิดมาจากโมเดล NISA (Nippon Individual Savings Account) ของญี่ปุ่น ที่รัฐบาลญี่ปุ่นใช้กระตุ้นให้ประชาชนออมเงินลงทุนระยะยาว และได้ผลดีมาก นอกจากนี้ยังมีแนวคิดจากระบบ ISA (Individual Savings Account) ที่ให้เปิดบัญชีธนาคารแล้วลงทุนได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่าน LTF
ได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง
นักลงทุนจะได้รับการยกเว้นภาษีทั้งเงินปันผล กำไรจากส่วนต่างราคา และดอกเบี้ยที่ได้รับ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะให้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 500,000 - 1,000,000 บาทต่อปี
ประเด็นที่ต้องจับตา: เพดานลดหย่อนภาษีรวม
ขณะนี้มีข้อเสนอจากนายเอกนิติ รองนายกและรมว.คลัง ให้กำหนดเพดานการลดหย่อนภาษีรวมทุกรายการไม่เกิน 800,000 บาทต่อปี เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากคนรวยมักได้ประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีมากกว่า หากมาตรการนี้ผ่าน คาดว่ารัฐบาลจะมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 40,000 ล้านบาท ซึ่งอาจส่งผลต่อวงเงินที่จะใช้กับTISA ด้วย
เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้
ข้อแม้สำคัญคือต้องถือครองหุ้นไปจนถึงวัยเกษียณ ถึงจะขายหุ้นออกมาได้โดยไม่เสียภาษี นอกจากนี้ผู้มีสิทธิต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่มีถิ่นฐานในประเทศไทย และสามารถเปิดบัญชีTISA ได้เพียง 1 บัญชีต่อคนเท่านั้น
ต่างจาก RMF/SSF อย่างไร
จุดเด่นของTISA คือ นักลงทุนสามารถเลือกซื้อหุ้นได้เองตามต้องการ เช่น คนที่ชอบหุ้นปันผลก็เลือกซื้อหุ้นจ่ายปันผลสูง หรือคนที่ไม่อยากถือหุ้นแพงๆ ก็เลือกหุ้นราคาถูกได้ ไม่ต้องยอมรับพอร์ตที่กองทุนจัดให้ และอาจจะเปิดผ่านบัญชีธนาคารได้โดยตรงในอนาคต
จะเริ่มใช้ได้เมื่อไร?
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียด คาดว่าจะนำเสนอต่อกระทรวงการคลังภายใน 1-2 เดือน และ คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ในครึ่งปีหลัง โดยอย่างน้อยใน 3 เดือนต้องมีความชัดเจนแล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. กำลังเร่งผลักดันให้ผ่านการอนุมัติ
จะช่วยตลาดหุ้นไทยได้หรือไม่?
กระทรวงการคลังให้การสนับสนุนโครงการนี้ โดยประเมินว่าจะเป็นจิตวิทยาบวกต่อตลาดจากเม็ดเงินลงทุนระยะยาวภายในประเทศที่มีโอกาสกลับมาเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยแก้ปัญหาการคลังที่เสี่ยงต่อการถูกลดอันดับเครดิต เนื่องจากรัฐจะมีรายได้เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม มาตรการTISA เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ แต่ต้องอาศัยมาตรการอื่นๆ ประกอบ โดยเฉพาะการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทจดทะเบียน
สรุป
TISAเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการออมหุ้นระยะยาวและลดภาษีไปพร้อมกัน โดยให้อิสระในการเลือกหุ้นมากกว่ากองทุนรวมทั่วไป แต่ต้องแลกกับข้อแม้ที่ต้องถือครองไปจนถึงวัยเกษียณ ซึ่งเหมาะกับคนที่มีวินัยการออมและมองหาผลตอบแทนระยะยาว
ทั้งนี้ ต้องติดตามการพิจารณาเรื่องเพดานการลดหย่อนภาษีรวมด้วย เพราะอาจส่งผลต่อวงเงินที่จะนำไปลดหย่อนภาษีผ่าน TISA ได้
ที่มา : บล.อินโนเวสท์ เอกซ์
ข้อมูล ณ วันที่ 4 ธ.ค.2568