โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก NOMR แบรนด์น้ำหอมไทย ที่บอกว่า “ความธรรมดาก็มีที่ยืน”

The Momentum

อัพเดต 05 ธ.ค. 2568 เวลา 12.00 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2568 เวลา 03.22 น. • THE MOMENTUM

NOMR แบรนด์น้ำหอมสัญชาติไทยเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อม 9 กลิ่นแรกจาก 3 ซีรีส์ ที่ตั้งต้นจากไอเดียตรงข้ามตลาดน้ำหอมส่วนใหญ่ ไม่ขายความหรูหราหรือภาพแฟนตาซี แต่ให้ความธรรมดาของเรามีที่ยืน ผ่านแนวคิดว่า ความธรรมดาคือสิ่งที่ประกอบสร้างตัวตนของแต่ละคนอย่างแท้จริง

“ทุกวันนี้เราถูกเร่งให้โดดเด่นตลอดเวลา ต้องสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย ผมเลยอยากให้คนโอบรับความธรรมดาของตัวเอง” ซี-อนันต์สิทธิ์ วงศ์กรวณิชย์ผู้ก่อตั้ง NOMR เล่า

สำหรับซี กลิ่นคือ ‘ศิลปะที่ตีความไม่ได้’ เชื่อมโยงกับความทรงจำแบบสัญชาตญาณ “เวลาเราเห็นภาพหรือฟังเพลง มันต้องตีความ แต่กลิ่นมันเชื่อมกับความทรงจำทันที มันจริงกว่า ผมเลยใช้มันเล่าเรื่องความเป็นเรา แบบไม่ต้องปรุงแต่ง” นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่ไม่ได้ต้องการขายพรีเมียมหรือความหรูหรา แต่ขายประสบการณ์ส่วนตัว ความทรงจำ และตัวตนที่เรียบง่าย

สำหรับคอนเซปต์ของแบรนด์ ซีมองว่า ทุกวันนี้คนเราถูกบังคับจากสภาพสังคมว่า ต้องประสบความสำเร็จเร็ว มีเงินล้านก่อนอายุ 30 ซึ่งเขารู้สึกว่าไม่ควรมีใครมาบอกว่าเราต้องเป็นยังไง “ผมอยากให้ทุกคนยอมรับการเป็นตัวเองและมีความสุขกับความเป็นตัวเอง ก็เลยตั้งคำถามกับตัวเองต่อว่า อะไรคือสิ่งที่หล่อหลอมให้เราเป็นเราในทุกวันนี้ คนอื่นอาจวิ่งหาความพิเศษ แต่ NOMR วิ่งหาความธรรมดา”

สิ่งที่น่าสนใจคือ NOMR เปิดตัวพร้อม 9 กลิ่นจาก 3 ซีรีส์ เพื่อแสดงความเป็นไปได้ของการเล่าเรื่องผ่านกลิ่นในหลายมิติ และอีกหลายเรื่องราวที่สามารถบอกเล่าได้ ซีเล่าว่า “เราอยากให้ผู้คนได้สัมผัสความสนุกสนานจากการดมกลิ่น ไม่ว่าจะเป็น Teace and Time ที่ดูค่อนข้างธรรมชาติ, Artifact of Memory ความทรงจำและของคุ้นเคย และ Off-Thai Record ความเป็นไทยแบบใหม่ที่ไม่ผูกกับสปา ผมอยากท้าทายกรอบเดิมว่าสมุนไพรไทยต้องเป็นกลิ่นสปาเท่านั้น จริงๆ มันเท่และทันสมัยได้

“เราอยากขยายมิติของกลิ่นให้กว้างขวางมากขึ้น กลิ่นที่เราเปิดตัวไปในวันนี้ค่อนข้างมั่นใจว่า กลิ่นที่ได้ดมจะมีความแปลกใหม่และมีความหอมในตัว เราอยากให้กลิ่นที่พัฒนาขึ้นมาเป็นศิลปะที่สามารถสวมใส่ได้ ให้คนรู้สึกว่าแปลกใหม่สวมใส่ได้โดยไม่เคอะเขิน”

อีกมุมที่สะท้อนศักยภาพของแบรนด์ไทยคือ การเปิดตัวแบบ Soft Launch ในประเทศจีนก่อนหน้านี้ ซึ่งได้รับการตอบรับดี เมื่อถามว่าตลาดต่างประเทศมองแบรนด์ไทยอย่างไร ซีตอบอย่างมั่นใจว่า “ถ้าในเนื้อกลิ่น เราไม่ได้แพ้ชาติไหนเลยครับ ปีที่แล้วเพื่อนผมก็ได้รางวัลปรุงน้ำหอมระดับสากล ซึ่งเป็นคนไทย ผมเลยมองว่า ถ้าเราตั้งใจทำ เราไม่แพ้ที่ไหน”

ซีมองว่าจุดแข็งสำคัญมาจากความหลากหลายของวัตถุดิบและมุมมองใหม่ในภูมิภาคนี้

“อุตสาหกรรมน้ำหอมส่วนใหญ่ เวลาแบรนด์ตั้งขึ้นมา ก็จะไปติดต่อ Perfume House ซึ่งมีอยู่ไม่กี่แห่งในโลก กลิ่นที่ได้เลยมักคล้ายกันและไม่แปลกใหม่มาก”

แต่ปัจจุบันฝั่งตะวันตกกลับให้ความสนใจน้ำหอมจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น เพราะมีความสดใหม่และตีความกลิ่นแบบไม่ติดกรอบเดิม

เบื้องหลังการพัฒนาใช้เวลานานกว่า 1 ปี ผ่านการทดลองหลายรอบ “บางกลิ่นเสร็จเร็ว แต่บางกลิ่นต้องเริ่มใหม่หลายครั้งกว่าจะได้ฟีลที่ต้องการ เพราะเรามองมันเป็นศิลปะที่สวมใส่ได้ ไม่ใช่สินค้าที่ต้องรีบปล่อยตามเทรนด์”

ในบรรดา 9 กลิ่น Offhold คือกลิ่นที่เขารู้สึกว่าเป็นตัวเองที่สุด เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกถึงสายลมริมหน้าผาที่พัดแรงจนทุกสิ่งในใจเริ่มคลี่คลายออกมา ลดความกังวลต่างๆ ที่เคยแบกไว้ส่วน Even Bloom คือกลิ่นที่เขารักที่สุด เพราะได้แรงบันดาลใจจากสวนที่แม่ปลูก “ทำ 2 รอบก็สำเร็จทันที เหมือนความทรงจำมันช่วยปรุงกลิ่นจริงๆ”

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นใช้น้ำหอม ซีแนะนำ Holday กลิ่น Mango Mojito ที่มีความสดชื่นและความหวานอยู่ในตัว และ Sky fold ซึ่งเป็นกลิ่นที่จำลองท้องฟ้ายามเย็นในฤดูหนาว ซึ่งเป็นกลิ่นที่เข้าถึงง่าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...