โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วันนอร์ชี้เหตุรุนแรงใต้อาจโยงกลุ่มผลประโยชน์เถื่อน ย้ำรัฐบาลเดินหน้าเจรจาสันติสุขควบคู่การปราบปรามเด็ดขาด

THE STANDARD

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
วันนอร์ชี้เหตุรุนแรงใต้อาจโยงกลุ่มผลประโยชน์เถื่อน ย้ำรัฐบาลเดินหน้าเจรจาสันติสุขควบคู่การปราบปรามเด็ดขาด

วันนี้ (27 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและในฐานะที่ ปรึกษาคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ขอแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการกระทำของผู้ก่อเหตุรุนแรง พร้อมเน้นย้ำให้ฝ่ายที่รับผิดชอบเร่งดำเนินการตามกฎหมายเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว และต้องประเมินสถานการณ์เพื่อหาทางหยุดยั้งไม่ให้เกิดเหตุร้ายซ้ำรอย

ส่วนการยกระดับการใช้กฎหมายและการประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส วันมูหะมัดนอร์ ชี้แจงว่า กฎอัยการศึกและพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) มีการประกาศใช้อยู่แล้วในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนการจะเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงานนั้น ถือเป็นดุลยพินิจของฝ่ายปฏิบัติการที่จะต้องเลือกใช้วิธีการให้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์

เมื่อถามว่า เหตุรุนแรงล่าสุดเป็นการตอบโต้การเดินหน้ากระบวนการเจรจาสันติสุขหรือไม่ วันมูหะมัดนอร์ ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจส่งผลให้การเจรจาต้องยืดเยื้อออกไปบ้างเล็กน้อย เนื่องจากในพื้นที่ยังคงมีทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการพูดคุย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงยึดมั่นนโยบายเดิมว่า การเจรจาเป็นวิถีทางสำคัญที่จะนำไปสู่สันติสุขอย่างยั่งยืน โดยจะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับมาตรการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลง

วันมูหะมัดนอร์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มผู้เห็นต่างนั้นมีหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายนักคิดและฝ่ายปฏิบัติการที่ใช้กำลัง แต่สิ่งที่ไม่อยากให้มองข้ามคือ ภัยแทรกซ้อน หรือปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ในพื้นที่ เช่น ยาเสพติด สินค้าหนีภาษี และน้ำมันเถื่อน โดยระบุว่ากลุ่มผลประโยชน์เหล่านี้อาจมีส่วนที่ไม่ต้องการให้เหตุการณ์ในพื้นที่สงบลง และอาจมีความเชื่อมโยงในการเป็นแหล่งทุนสนับสนุนการก่อเหตุ ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงและการข่าวที่ต้องไปประเมินความเชื่อมโยงนี้อย่างละเอียด และรัฐบาลจะต้องปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายเหล่านี้อย่างจริงจัง

สำหรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลและคณะผู้แทนพิเศษไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาภาคใต้เท่าที่ควรนั้น วันมูหะมัดนอร์ ชี้แจงว่า รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการอยู่ แต่ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมามีการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยครั้ง ขณะที่รัฐบาลชุดปัจจุบันเพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียง 5-6 เดือนเท่านั้น โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตนเข้ามาช่วยดูแลภารกิจในด้านนี้ และเชื่อมั่นว่าหากทุกภาคส่วนรวมถึงประชาชนให้ความร่วมมือ สถานการณ์จะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ส่วนการนัดหมายประชุมคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลครั้งต่อไปนั้น ขึ้นอยู่กับ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในฐานะประธาน ซึ่งขณะนี้มีภารกิจด้านต่างประเทศค่อนข้างมาก แต่ตามกรอบเวลาปกติไม่ควรทิ้งช่วงเกิน 2 เดือนต่อครั้ง หรือหากมีสถานการณ์เร่งด่วนก็สามารถเรียกประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ได้ทันที

ทั้งนี้ วันมูหะมัดนอร์เตรียมจะนำความคืบหน้าของสถานการณ์ในพื้นที่รายงานต่อนายกรัฐมนตรีให้รับทราบในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...