#หุ้นแนะนำวันนี้ BCH KTB - SET 1,550-1,580 จุด
#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #ตลาดหุ้น #SET #หุ้นแนะนำวันนี้ BCH KTB – SET 1,550-1,580 จุด
บล.กสิกรไทยประเมินกรอบ SET ที่ 1,550-1,580 จุด หลังตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันระยะสั้นจากผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐาน (bps) ตามที่ตลาดคาด สู่ระดับ 3.75-4.00% พร้อมส่งสัญญาณเชิง Hawkish ผ่าน Dot Plot โดยกลยุทธ์การลงทุนแนะนำรอจังหวะตลาดย่อตัวเพื่อทยอยสะสมหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตดี โดยเลือก BCH และ KTB เป็นหุ้นเด่นวันนี้
วานนี้ SET Index ปิดที่ 1,562.73 จุด ลดลง 15.93 จุด หรือ 1.01% ขณะที่แรงขายในตลาดหุ้นไทยยังคงอยู่ในระดับสูง โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 7,192 ล้านบาท ส่วนวันนี้ บล.กสิกรไทยประเมินดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,550-1,580 จุด
ปัจจัยสำคัญที่ตลาดติดตามคือผลประชุม Fed ซึ่งมีมติปรับขึ้นดอกเบี้ย 25 bps ตามตลาดคาด สู่ระดับ 3.75-4.00% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 ขณะที่ Dot Plot สะท้อนอัตราดอกเบี้ยนโยบายปลายปีที่ 3.8% และ 3.6% และ 3.4% สำหรับปี 2569-2571 ตามลำดับ ขณะที่คาดอัตราดอกเบี้ยสำหรับปี 2569-2571 อยู่ที่ 4.1%, 4.1% และ 3.9% ตามลำดับ
ด้านประมาณการเศรษฐกิจ Fed ปรับลดคาดการณ์ GDP ลง 0.1% สำหรับปี 2569 และ 2570 ขณะที่คาดการณ์ PCE ปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 3.6% จากเดิม 3.7% และปรับตัวเลขคาดการณ์อัตราการว่างงานลดลงเหลือ 4.1% จากเดิม 4.2-4.3% โดยบล.กสิกรไทยมองว่าทิศทาง Dot Plot และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10Y US Bond Yield) ที่ยังอยู่ใกล้ระดับ 5% เป็นปัจจัยกดดันตลาดในระยะสั้น
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทยแนะนำให้รอจังหวะตลาดย่อตัวเพื่อทยอยสะสมหุ้นที่คาดว่ามีแนวโน้มกำไรเติบโตดี โดยหุ้นที่แนะนำในวันนี้ ได้แก่ BCH และ KTB
BCH ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท บล.กสิกรไทยมองว่าราคาหุ้นปรับตัวลงมาที่ 12.50 บาท จาก 11.30 บาท ส่งผลให้มีประมาณการกำไรที่ดีขึ้นใน 2H69 และมี Upside จากการปรับค่าบริการ SSO/MEA รวมถึงแนวโน้ม 3Q69 ที่แข็งแกร่งขึ้นจากผู้ป่วยเพิ่มขึ้น รายได้ SSO ดีขึ้น และมีผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่ม CLMV เติบโต
ด้าน Valuation บล.กสิกรไทยประเมินมูลค่าด้วยวิธี DCF โดยใช้ WACC 8.2% ให้ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท พร้อมคาด Dividend Yield ราว 4-5% ในปี 2569-2570 ขณะที่ความเสี่ยงหลักมาจากค่าบริการ SSO ที่อาจเป็น Downside
KTB ราคาเป้าหมาย 47.00 บาท บล.กสิกรไทยมองว่าโมเมนตัมสินเชื่อคาดว่าจะเร่งขึ้นใน 4Q69 จากสินเชื่อธุรกิจ SME และภาครัฐ ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มทรงตัวถึง 2Q69 และแรงกดดันต่อ NIM มีจำกัด
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ Loan-loss coverage อยู่ในระดับสูงถึง 205% ขณะที่ผลกระทบจากเกณฑ์การคุ้มครองสินเชื่อคาดว่าจะอยู่ในระดับจำกัด และ Credit Cost มีแนวโน้มลดลงใน 2H69 ซึ่งช่วยหนุนกำไร
บล.กสิกรไทยคาดการณ์กำไร KTB ในปี 2569-2571 ที่ 4.97 บาท, 5.07 บาท และ 5.17 บาท ตามลำดับ พร้อมมองว่า Credit Cost มีแนวโน้มลดลง และคาด Dividend Yield อยู่ที่ประมาณ 6.2-6.4%