โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ถอดรหัสพฤติกรรมชาวจีนยุคใหม่ สู่ยุคทองของ “ขนมขบเคี้ยวเนื้อสัตว์”

SMART SME

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลาดผู้บริโภคแดนมังกรกำลังก้าวสู่วิถีใหม่ที่น่าจับตา เมื่อพฤติกรรมชาวจีนไม่ได้มองหาแค่ความสะดวกสบายในการกินขนมขบเคี้ยวอีกต่อไป แต่หันมาให้ความสำคัญกับ “สุขภาพ คุณภาพ และรสชาติ” อย่างจริงจัง

ล่าสุดกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้ชี้เป้าโอกาสทองของไทย หลังพบว่าตลาดขนมขบเคี้ยวเนื้อสัตว์ในจีนกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยคาดการณ์มูลค่าตลาดสูงถึง 1,237,800 ล้านหยวนในปี 2570 แรงหนุนสำคัญมาจากกระแสรักสุขภาพที่ผู้บริโภคมองหาสินค้าน้ำตาลต่ำ ไขมันต่ำ ไร้สารกันเสีย และอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ รวมถึงมีการพัฒนาสินค้าที่หลากหลาย เช่น สินค้าที่ทำจากเนื้อวัว เนื้อไก่และเนื้อเป็ด รวมถึงส่วนประกอบต่าง ๆ เพื่อเปิดตลาดสินค้ารสชาติใหม่ ๆ

เหล่านี้ส่งผลให้ขนมขบเคี้ยวแปรรูปจากเนื้อสัตว์กลายเป็นสินค้าขายดีติดลมบนแม้ผู้บริโภคชาวจีนจะนิยมเนื้อวัวเป็นอันดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม บทสรุปทางการค้ากลับชี้ว่า “เนื้อไก่และเนื้อปลา” คือตั๋วเบิกทางใบแรกของผู้ประกอบการไทย เนื่องจากปัจจุบันจีนยังมีมาตรการเข้มงวดและยังไม่อนุญาตให้นำเข้าเนื้อวัวและหมูแปรรูปจากไทย อนุญาตเพียงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไก่และปลาเท่านั้น

ทาง DITP จึงแนะให้เอสเอ็มอีและผู้ส่งออกไทยเร่งพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ด้วยการชูด้านแข็งของรสชาติสไตล์ไทยแท้ เช่น รสต้มยำกุ้ง เพื่อสร้างความแปลกใหม่และแตกต่างในตลาด โดยเฉพาะขนมขบเคี้ยวจากเนื้อปลาที่ถือเป็นสินค้าดาวรุ่งดวงใหม่ที่มีศักยภาพสูง

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องศึกษากฎระเบียบและมาตรฐานการนำเข้าของจีนอย่างละเอียด เพื่อให้การขยายตลาดครั้งนี้ราบรื่นและกอบโกยรายได้อย่างยั่งยืน

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...