โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อนุทิน เปิดงาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 ย้ำ ‘ไทย-จีน’ พันธมิตรเศรษฐกิจแห่งอนาคต เดินหน้าดึงลงทุน เทคโนโลยี และนวัตกรรม

THE STANDARD

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • thestandard.co
อนุทิน เปิดงาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 ย้ำ ‘ไทย-จีน’ พันธมิตรเศรษฐกิจแห่งอนาคต เดินหน้าดึงลงทุน เทคโนโลยี และนวัตกรรม

วันนี้ (22 กรกฎาคม) ที่อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิด และกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานแสดงสินค้า Thailand-China Cooperation Expo 2026 โดยภายหลังเสร็จสิ้น ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญของปาฐกถา ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณอุปทูตสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ที่ได้กล่าวชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับความเหมาะสมของการร้องเพลง “เถียนมี่มี่” พร้อมกล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่โลกกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ส่งผลให้ทุกประเทศต้องทบทวนยุทธศาสตร์และกำหนดทิศทางความร่วมมือกับมิตรประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน

สำหรับประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งสองประเทศมีรากฐานความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและยาวนาน จากความผูกพันระหว่างประชาชนสู่ประชาชน จึงสามารถต่อยอดความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันได้อย่างมั่นคง

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความสัมพันธ์ไทย-จีน ซึ่งครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อปีที่ผ่านมา แต่สายสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศมีรากฐานมายาวนานนับพันปี บนพื้นฐานของความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการเกื้อกูลกัน จนกลายเป็นมิตรภาพที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น และพร้อมก้าวสู่ความร่วมมือในมิติใหม่ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยจำเป็นต้องกระชับความร่วมมือกับจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงด้านการวิจัย การพัฒนา และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ และเพิ่มศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้พบหารือกับผู้นำจีนและผู้บริหารภาคธุรกิจชั้นนำ โดยทุกฝ่ายต่างเชื่อมั่นในศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย และพร้อมขยายการลงทุนในไทยมากขึ้น

รัฐบาลเชื่อมั่นต่อการลงทุนจากภาคเอกชนจีน เนื่องจากไม่เพียงช่วยสร้างเม็ดเงินลงทุนและการจ้างงาน แต่ยังนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้าสู่ประเทศไทย ส่งเสริมการพัฒนาทักษะแรงงานไทย และยกระดับห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

พร้อมยืนยันว่า ประเทศไทยเปิดกว้างต่อการลงทุนจากต่างประเทศ โดยมุ่งให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งต่อนักลงทุนและประชาชนไทย ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยก็ได้ขยายการลงทุนและสร้างเครือข่ายธุรกิจในประเทศจีนอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับการลงทุน โดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และสามารถดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดการจ้างงาน การสร้างรายได้ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลจะเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับนักลงทุนจากทั่วโลก

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการสร้างพันธมิตรทางการค้าและการลงทุนอย่างเต็มที่ ผ่านการอำนวยความสะดวกของหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และโครงการ Thailand FastPass ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการอนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อให้การลงทุนดำเนินไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ

พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งขจัดอุปสรรคจากขั้นตอนทางราชการและการทุจริต ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยย้ำว่าข้าราชการทุกคนต้องทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการและประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างเต็มกำลัง

ในด้านความมั่นคง นายกรัฐมนตรีกล่าวยืนยันว่า ประเทศไทยมีเสถียรภาพและมีความพร้อมในการดูแลความมั่นคงของประเทศอย่างเต็มที่ ทั้งด้านความมั่นคงภายใน การคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน และการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน

พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลมีศักยภาพในการรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น จึงขอให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นและเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยได้อย่างมั่นใจ โดยไม่จำเป็นต้องกังวลต่อสถานการณ์ด้านความมั่นคงหรือเสถียรภาพทางการเมือง

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน นักลงทุน และชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักหรือประกอบธุรกิจในประเทศ โดยหน่วยงานด้านความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อบังคับใช้กฎหมาย ดูแลความสงบเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการอย่างเต็มที่

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า จากประสบการณ์การทำงานในฝ่ายบริหารมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความเข้าใจถึงความต้องการของภาคธุรกิจ และพร้อมกำกับดูแลให้ทุกหน่วยงานของรัฐร่วมกันอำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว เพื่อให้การดำเนินธุรกิจและการลงทุนเป็นไปอย่างราบรื่น

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีแสดงความเชื่อมั่นว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะยังเผชิญความไม่แน่นอน แต่หากประเทศไทยมีความเข้มแข็งจากภายใน และเดินหน้าความร่วมมือกับประเทศหุ้นส่วนสำคัญอย่างจีนอย่างต่อเนื่อง จะสามารถเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้

พร้อมระบุว่า งาน Thailand-China Cooperation Expo 2026 จะเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ สร้างเครือข่ายธุรกิจ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และต่อยอดความร่วมมือจากระดับประเทศสู่ระดับท้องถิ่น อันจะนำไปสู่ความมั่งคั่งร่วมกันของทั้งไทยและจีนในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...