โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ระบบทีม?! อะไรเป็นเหตุผลพา "สเปน" เป็นแชมป์โลก 2026?

PPTV HD 36

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์คนเดียว แต่คือระบบทั้งทีมที่พาสเปนคว้าแชมป์โลก 2026 แล้วอะไรทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขนาดนั้น?

ฟุตบอลโลก 2026 ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ พร้อมกับการกลับขึ้นสู่จุดสูงสุดของทีมชาติสเปน หลังเฉือนเอาชนะอาร์เจนตินา 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ต่อจากปี 2010 และส่ง ลิโอเนล เมสซี กลับบ้านโดยพลาดโอกาสป้องกันแชมป์โลก
ฮีโร่ของค่ำคืนที่ผ่านมาคือ เฟร์ราน ตอร์เรส ตัวสำรองที่ลงมายิงประตูชัยในนาทีที่ 106 แต่หากมองลึกลงไป ชัยชนะของสเปนไม่ได้เกิดจากช่วงเวลาแห่งความมหัศจรรย์ของนักเตะคนใดคนหนึ่ง หากเกิดจากฟอร์มการเล่นของทั้งทีมที่แทบจะสมบูรณ์แบบตั้งแต่นาทีแรกจนถึงเกมจบ

สิ่งที่สะท้อนเรื่องนี้ได้ดีที่สุดคือรูปเกมและสถิติ สเปนเป็นฝ่ายครองเกมแทบทั้งหมด มีโอกาสยิงถึง 20 ครั้ง ขณะที่อาร์เจนตินาทำได้เพียง 2 ครั้ง และไม่สามารถยิงตรงกรอบได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ตัวเลขเหล่านี้บอกชัดว่า เกมนี้ไม่ได้สูสีกันอย่างที่หลายคนคาดไว้ แต่เป็นสเปนที่ค่อย ๆ ควบคุมทุกจังหวะของการแข่งขันเอาไว้ได้
ตลอดทั้งเกม ทีมของ หลุยส์ เด ลา ฟูเอ็นเต้ เล่นด้วยความอดทน ครองบอลอย่างมีเป้าหมาย และบีบให้อาร์เจนตินาต้องวิ่งไล่บอลอยู่ตลอด ยิ่งเมื่อ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ถูกไล่ออกจากสนามในช่วงท้ายเวลาปกติ ความได้เปรียบก็ยิ่งชัดเจน ก่อนที่สเปนจะเปลี่ยนแรงกดดันทั้งหมดให้กลายเป็นประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ
ประตูนั้นก็สะท้อนตัวตนของสเปนได้อย่างชัดเจน เริ่มจากการต่อบอลอย่างเป็นระบบ เปโดร ปอร์โร่ เปิดบอลจากริมเส้นให้ นิโก้ วิลเลียมส์ โหม่งชงกลับเข้ากลาง ก่อนที่ เฟร์ราน ตอร์เรส จะวิ่งเข้ามาจบสกอร์ เป็นประตูที่เกิดจากการเคลื่อนที่และความเข้าใจเกมของผู้เล่นหลายคน มากกว่าจะอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของซูเปอร์สตาร์เพียงคนเดียว
และนั่นคือภาพรวมของสเปนชุดนี้ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ พวกเขาเสียประตูเพียงลูกเดียว มีเกมรับดีที่สุดของฟุตบอลโลก ครองบอลอย่างมั่นใจ เพรสซิ่งเป็นระบบ และสามารถสร้างอันตรายได้จากผู้เล่นแทบทุกตำแหน่ง โดยไม่ต้องพึ่ง ลามีน ยามาล หรือดาวเด่นคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ
เมื่อสเปนครองเกมได้ทั้งหมด คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือ ลิโอเนล เมสซี่ นี่อาจเป็นเกมที่เงียบที่สุดของเจ้าของบัลลงดอร์หลายสมัยในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ตลอดครึ่งแรกเขาสัมผัสบอลเพียง 15 ครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขต่ำที่สุดของเขาในการลงเล่นฟุตบอลโลกตลอดสามทัวร์นาเมนต์หลังสุด ขณะที่อาร์เจนตินาไม่มีโอกาสยิงแม้แต่ครั้งเดียวใน 45 นาทีแรก
อย่างไรก็ตาม การบอกว่าเมสซี่เล่นไม่ดีอาจไม่แฟร์นัก เพราะความจริงแล้ว สเปนแทบไม่เปิดโอกาสให้เขาได้เล่นในแบบที่ตัวเองถนัดเลย
ทุกครั้งที่เมสซี่ถอยลงมารับบอล จะมี โรดรี้ หรือผู้เล่นสเปนเข้ามาปิดพื้นที่ทันที หากขยับออกด้านข้างก็จะถูกประกบสองคน ขณะที่แนวรับดันขึ้นสูงเพื่อลดพื้นที่ระหว่างไลน์ ทำให้เมสซี่ไม่มีจังหวะหันหน้าเข้าหาประตูหรือสร้างสรรค์เกมได้เหมือนในรอบก่อน ๆ
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่อาร์เจนตินาทั้งทีมดูเงียบลงไปด้วย เพราะเมื่อผู้เล่นที่เป็นศูนย์กลางของเกมถูกตัดออกจากการแข่งขัน ระบบของ ลิโอเนล สกาโลนี่ ก็แทบไม่เหลือทางเลือกในการสร้างโอกาสเข้าทำ
เบื้องหลังทุกอย่างมีชื่อของ โรดรี้ อยู่เสมอ มิดฟิลด์วัย 30 ปี ไม่เพียงทำหน้าที่ตัดเกม แต่ยังเป็นคนกำหนดจังหวะของการแข่งขัน เขาอ่านเกม ดักบอล เชื่อมเกม และพาสเปนเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้อย่างลื่นไหล ทุกครั้งที่อาร์เจนตินาพยายามตั้งเกม โรดรี้มักเป็นคนแรกที่เข้าไปตัดจังหวะ และเมื่อทีมครองบอล เขาก็พร้อมขยับหาพื้นที่เพื่อให้เพื่อนมีทางเลือกในการจ่ายอยู่ตลอด
บางที นี่อาจเป็นฟุตบอลโลกที่พิสูจน์ว่า แม้ซูเปอร์สตาร์จะสร้างช่วงเวลามหัศจรรย์ได้ แต่คนที่ทำให้ทีมเดินหน้าอย่างมั่นคงตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ กลับเป็นกองกลางที่คอยเชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน
สุดท้ายแล้ว ฟุตบอลโลก 2026 อาจไม่ได้ถูกจดจำในฐานะเวทีของนักเตะเพียงคนเดียว แต่เป็นทัวร์นาเมนต์ที่ตอกย้ำว่า "ฟุตบอลยังคงเป็นกีฬาของทีม"

สเปนไม่ได้มีนักเตะคนหนึ่งที่แบกทุกอย่างไว้บนบ่า แต่มีระบบที่ทำให้ผู้เล่นทุกคนดึงศักยภาพของตัวเองออกมาได้พร้อมกัน และนั่นเอง คือเหตุผลที่พวกเขากลับมายืนบนจุดสูงสุดของโลกอีกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ตอร์เรส" ดาวยิงทัพกระทิงดุ ยกประตูชัยเป็นของแฟนบอลสเปน

เปิดทำเนียบแชมป์ฟุตบอลโลก หลังสเปน คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ระบบทีม?! อะไรเป็นเหตุผลพา "สเปน" เป็นแชมป์โลก 2026?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...