สิงคโปร์ทุ่มสวัสดิการเด็ก หวังลดภาระครอบครัว-แก้วิกฤติประชากร
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ผู้นำสิงคโปร์ ประกาศมาตรการสนับสนุนครอบครัวครั้งใหญ่ เพื่อรับมืออัตราเจริญพันธุ์ที่ลดลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรที่เพิ่มสูงขึ้น
เด็กสัญชาติสิงคโปร์แต่ละคนจะได้รับความช่วยเหลือโดยตรงจากรัฐบาลรวมเกือบ 70,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ( ราว 1.79 ล้านบาท ) จนถึงอายุ 17 ปี
มาตรการดังกล่าวจะเริ่มด้วยเงินช่วยเหลือแรกเกิด 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ( ราว 256,512.60 บาท ) พร้อมทยอยมอบเงินสนับสนุนเพิ่มเติมตลอดช่วงวัยเด็ก รวมถึงผู้ปกครองได้เพิ่มสิทธิการลาเพื่อดูแลบุตรโดยได้รับค่าจ้าง และลดค่าธรรมเนียมศูนย์ดูแลเด็กเต็มวันภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาล เหลือเดือนละ 150 ดอลลาร์สิงคโปร์ ( ราว 3,847.69 บาท )
หว่องกล่าวว่า รัฐบาลสิงคโปร์ต้องการปรับเปลี่ยนแนวทางครั้งใหญ่ในการสนับสนุนครอบครัว เพื่อช่วยลดแรงกดดันด้านค่าใช้จ่ายและภาระในการเลี้ยงดูบุตรของผู้ปกครอง
ทั้งนี้ อัตราเจริญพันธุ์รวมของสิงคโปร์ลดลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.87 เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนราวหนึ่งในห้าของประชากรทั้งหมด ทำให้สิงคโปร์กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด
ภายใต้นโยบายใหม่ บิดาหรือมารดาที่ทำงานจะได้รับสิทธิลาเพื่อดูแลบุตร 8 วัน หากมีบุตร 1 คน อายุไม่เกิน 12 ปี 10 วัน หากมีบุตร 2 คน และ 12 วัน หากมีบุตรตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป โดยครอบครัวที่มีบุตรวัยประถมศึกษา 3 คน จะมีสิทธิลาได้รวม 24 วัน จากเดิมเพียง 4 วัน
ขณะเดียวกัน รัฐบาลสิงคโปร์จะรับภาระค่าใช้จ่ายของการลาเพื่อดูแลบุตรตามกฎหมายทั้งหมด ภายในวงเงินที่กำหนด เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินของนายจ้าง ด้านคู่สมรสจะได้รับสิทธิพิจารณาก่อนในการจัดสรรที่อยู่อาศัยสาธารณะ สำหรับบุตรแต่ละคนที่มีอยู่หรือกำลังจะเกิด
นอกจากนี้ สิงคโปร์จะเพิ่มเพดานรายได้สำหรับผู้มีสิทธิซื้อแฟลตโครงการที่อยู่อาศัยสาธารณะจาก 14,000 ( ราว 359,117.64 บาท ) เป็น 16,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเดือน ( ราว 410,420.16 บาท ) และเพิ่มเพดานรายได้สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมกึ่งสาธารณะจาก 16,000 ( ราว 410,420.16 บาท ) เป็น 18,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเดือน ( ราว 461,722.68 บาท )
หว่องยังประกาศว่า รัฐบาลจะเพิ่มมาตรการคุ้มครองเด็กบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ โดยอาจพิจารณาเพิ่มอายุขั้นต่ำในการใช้งานจาก 13 ปี หากแพลตฟอร์มยังมีมาตรการป้องกันไม่เพียงพอ พร้อมกำหนดให้แพลตฟอร์มจัดระบบตรวจสอบอายุที่เข้มงวดและน่าเชื่อถือมากขึ้น
ในเวลาเดียวกัน สิงคโปร์มีแผนรวมเกาะหลายแห่งทางตอนใต้ของเกาะจูร่งเป็นเกาะขนาดใหญ่ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ รวมถึงการผลิตขั้นสูงและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างอุโมงค์ใต้น้ำเชื่อมเกาะปูเลาเตกงกับแผ่นดินใหญ่.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES