โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมอุทยานฯ แจงเหตุเสือห้วยขาแข้ง ชี้ไม่ใช่เสือกินคน

INN News

อัพเดต 7 สิงหาคม 2569 เวลา 19.11 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

จากเหตุสะเทือนใจที่เจ้าหน้าที่ห้วยขาแข้งถูกเสือโคร่งทำร้ายจนเสียชีวิตกรมอุทยานฯ ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมอธิบายสาเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยผลตรวจสอบจากฐานข้อมูลกล้องดักถ่ายภาพที่เก็บต่อเนื่องมากว่า 30 ปี พบว่าเสือที่ก่อเหตุเป็นลูกเสือโคร่งเพศผู้อายุประมาณ 1 ปี 6 เดือน หนึ่งในลูกของ "แม่เสืออภิญญา" ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ตามธรรมชาติ

นักวิชาการวิเคราะห์ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุบัติเหตุจากพฤติกรรมของลูกเสือวัยกำลังเรียนรู้การล่าเพราะช่วงเกิดเหตุเจ้าหน้าที่นอนราบอยู่กับพื้น ทำให้เสือเข้าใจผิดว่าเป็นเหยื่อตามธรรมชาติจึงเข้าโจมตี

กรมอุทยานฯ ย้ำว่า ยังไม่ถือเป็น "เสือกินคน" เพราะไม่พบพฤติกรรมทำร้ายมนุษย์ซ้ำหรือเลือกมนุษย์เป็นเหยื่อ อีกทั้งเสือยังใช้ชีวิตอยู่ในอาณาเขตเดิมไม่ได้ออกนอกพื้นที่หรือเข้าไปรบกวนชาวบ้าน

หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะติดตั้งกล้องดักถ่ายเพิ่มเติม เพื่อติดตามพฤติกรรมของลูกเสือตัวนี้อย่างใกล้ชิดหากยังสามารถล่าเหยื่อตามธรรมชาติได้ ก็จะปล่อยให้อยู่ในระบบนิเวศตามเดิมแต่หากพบว่ามีพฤติกรรมเข้าโจมตีคนซ้ำ จะดำเนินการจับเพื่อนำไปปรับพฤติกรรมตามหลักวิชาการ

นอกจากนี้ ยังเพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ เช่น ห้ามปฏิบัติงานลำพัง ต้องมีคู่หูปรับปรุงที่พักให้ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงการนอนในพื้นที่เปิดโล่งรวมถึงประกาศปิดการท่องเที่ยวและการเข้าศึกษาธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะประเมินความปลอดภัยแล้วเสร็จ

ปัจจุบัน พื้นที่ห้วยขาแข้งมีเสือโคร่งเต็มวัยราว 100 ตัว และยังมีลูกเสือวัยกำลังเติบโตอีกราว 30 ตัวขณะที่พื้นที่ป่าใกล้เคียงอย่างทุ่งใหญ่นเรศวร มีเสือโคร่งอีกราว 40 ตัว ซึ่งกรมอุทยานฯระบุว่า พื้นที่ป่ายังคงรองรับประชากรเสือโคร่งได้อย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม กรมอุทยานฯ ย้ำว่า เหตุการณ์นี้เป็นความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแต่จากข้อมูลทางวิชาการในขณะนี้ ยังไม่พบหลักฐานว่าเสือตัวดังกล่าวมีพฤติกรรมเป็น "เสือกินคน"และจะเดินหน้าติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด
ควบคู่กับการยกระดับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต่อไป

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...