เจาะเทรนด์ Wellness คนรุ่นใหม่'20-30 ปี'ใช้จ่ายดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
เคทีซี (KTC) เปิดเผยทิศทางพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาใส่ใจสุขภาพอย่างครบวงจร (Wellness) ส่งผลให้ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดสุขภาพเติบโตขึ้น สะท้อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ผู้บริโภคไม่ได้มองการดูแลสุขภาพเป็นเพียง “การรักษาเมื่อเจ็บป่วย” อีกต่อไป แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติ
พฤติกรรมของกลุ่มผู้ใช้บริการในปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ช่วง อายุ 20-30 ปี จากในอดีตที่คนกลุ่มนี้มักเน้นการใช้จ่ายไปกับความบันเทิง ปาร์ตี้ หรือการท่องเที่ยว แต่ปัจจุบันกลับหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพตั้งแต่เน้นการป้องกันก่อนเกิดโรค (Preventive Care)
ภาพจำและค่านิยมของความทันสมัยถูกนิยามใหม่ ผ่านไลฟ์สไตล์การออกกำลังกาย การเข้าฟิตเนส การเดินป่าวิ่งเทรล (Trail Running) การทำ Ice Bath การเล่นโยคะ พิลาทิส ตลอดจนการเลือกรับประทานอาหารที่ไม่เน้นคาเฟอีนหรือการผ่อนคลายจิตใจด้วยการ “อาบป่า” ซึ่งกลายเป็นเทรนด์ยอดฮิตที่สะท้อนถึงการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
คนรุ่นใหม่ 'เล่นกีฬาหนัก- วิ่งมาราธอน-HYROX' บาดเจ็บพุ่ง 20-30%
Gen Z เมินปาร์ตี้เมา ไป Hangout สุขภาพ 44% จ่ายฟิตเนสก่อนอย่างอื่น
ยอดใช้จ่ายหมวดสุขภาพ 30,000 ล้านเติบโต 10%
“สิรีรัตน์ คอวนิช ” ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” ให้สัมภาษณ์“กรุงเทพธุรกิจ”ว่า จากเทรนด์ความต้องการดังกล่าว ส่งผลให้ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในหมวดที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ซึ่งครอบคลุมทั้งโรงพยาบาล, ความงาม (Beauty), สปา, สปอร์ต และฟิตเนสในปีที่ผ่านมาสูงถึง 30,000 ล้านบาท เติบโตขึ้นประมาณ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้จะอยู่ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย
การดูแลสุขภาพไม่ใช่เรื่องของผู้สูงอายุเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนควรเริ่มวางแผนตั้งแต่วัยทำงาน เพราะการมีอายุยืนจะมีความหมายก็ต่อเมื่อยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ในอดีตเราวางแผนการเงินเพื่อใช้หลังเกษียณ แต่วันนี้เราอาจต้องวางแผนการดูแลทั้งร่างกายและ ‘สุขภาพสมอง’ ไปพร้อมกัน ตั้งแต่อายุยังน้อยเพราะต่อให้มีเงินมากเพียงใด หากไม่สามารถคิด จำ ตัดสินใจ หรือใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ คุณภาพชีวิตก็อาจไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง
“ข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในปี 2568 พบว่ายอดใช้จ่ายของสมาชิกอายุต่ำกว่า 30 ปีในกลุ่มสุขภาพ ซึ่งครอบคลุมบริการทางการแพทย์ ความงาม กีฬา และฟิตเนส เติบโตเกือบ 40% สะท้อนว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้รอให้เจ็บป่วยแล้วจึงเริ่มดูแลตัวเอง แต่ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย ตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีน และใช้บริการทางการแพทย์เชิงป้องกันมากขึ้น"
ดูแลสุขภาพวางแผนตั้งแต่วัยทำงาน
พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนจากการใช้จ่ายเพื่อรักษาตามอาการ ไปสู่การลงทุนเพื่อป้องกันและดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น การเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงของโรค แต่ยังเป็นการวางรากฐานให้เราเติบโตไปเป็นผู้สูงอายุที่ยังคิด จำ เคลื่อนไหว และใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง
"ความจริงของประเทศไทยในวันนี้ การเตรียมพร้อมที่ดีที่สุดจึงอาจไม่ใช่เพียงการมีเงินเก็บมากขึ้น แต่คือการลงทุนเพื่อถนอมรักษาสุขภาพร่างกายและสุขภาพสมองที่แข็งแรงของเราและครอบครัว เพื่อให้เรายังใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้ให้นานที่สุด และช่วยลดภาระของระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต” สิรีรัตน์ กล่าว
“สิรีรัตน์” กล่าวว่า “สุขภาพที่ดี” คือพื้นฐานสำคัญของคุณภาพชีวิตและการเติบโตอย่างยั่งยืน ดังนั้นควรมีการส่งเสริมให้มีแนวคิด Wellness เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร พร้อมส่งเสริม Work-Life Balance เพื่อให้พนักงานสามารถสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง และเติบโตไปพร้อมกับองค์กร
รวมทั้งการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี ทั้งการส่งเสริมการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพกายและใจ การสร้าง Coaching Culture เปิดโอกาสให้พนักงานได้เรียนรู้ รับฟัง และพัฒนาศักยภาพร่วมกัน สนับสนุนให้บุคลากรเข้าร่วมกิจกรรมด้านกีฬาและสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต เป็นการส่งเสริมให้ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เมื่อพนักงานมีสุขภาพดีก็จะทำให้สามารถทำงานให้กับองค์กรได้ดีตามไปด้วย
“การสร้าง Wellness คือการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับการมีสุขภาพที่ดี สร้างคอมมูนิตี้ และการส่งเสริมให้ทุกคนสามารถเริ่มต้นดูแลตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งภายในองค์กรและในสังคม เพื่อร่วมสร้างสังคมไทยที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีและเติบโตอย่างยั่งยืน”
เลือกบริการสุขภาพจากความคุ้มค่าบริการ
ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้เลือกบริการสุขภาพจากคุณภาพ ความเชี่ยวชาญ ความน่าเชื่อถือ และความคุ้มค่าของบริการ เคทีซี จึงเลือกพันธมิตรและสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพที่ตอบโจทย์สมาชิกในแต่ละช่วงวัย ล่าสุดได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลโรคสมองและระบบประสาท ภายใต้แนวคิด “KTC Wellness: The Journey to Well-being” ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน บริการทางการแพทย์เฉพาะทาง
“สิรีรัตน์” กล่าวว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกันตามปัจจัยทางเศรษฐกิจ ในพื้นที่ กรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ นิยมใช้บริการคลินิกเครือข่าย สถาบันความงาม และฟิตเนสแบรนด์ดัง ส่วนภูมิภาคต่างจังหวัด ลูกค้านิยมใช้บริการคลินิกท้องถิ่น (Local Clinic) ที่มีแพทย์ที่ไว้วางใจเป็นผู้ดูแล ในพื้นที่ภาคตะวันออก ยอดใช้จ่ายจะเติบโตสูงในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลไม้ ส่วนพื้นที่ท่องเที่ยวทางใต้ ยอดใช้จ่ายจะเติบโตตามไฮซีซันของการท่องเที่ยว ปัจจุบัน เคทีซีมีพันธมิตรเครือข่ายร้านค้า สถาบันสุขภาพ ฟิตเนส และสปอร์ตรวมกันไม่ต่ำกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ
เรียกรถไปสวนสาธารณะ ช่วงเช้า โต 5 เท่า
เทรนด์ Longevity ส่งผลให้ยอดใช้บริการเรียกรถแกร็บไปสวนสาธารณะหลักในกรุงเทพฯ ช่วงเช้า (04.00-08.00 น.) เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่าพฤติกรรมการออกกำลังกายหลังเลิกงานก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ยอดเรียกรถไปยังฟิตเนสและยิมในช่วงเย็น (17.00-20.00 น.) เติบโตขึ้น 30%
กระแสการดูแลสุขภาพเพื่อการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Longevity) และการออกกำลังกายรูปแบบใหม่ กำลังส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในเมืองอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจาก แกร็บ ประเทศไทย ระบุว่า คนรุ่นใหม่ในเมืองที่ให้ความสำคัญกับกิจกรรมด้านสุขภาพมากขึ้น ทั้งการวิ่งในสวนสาธารณะ การออกกำลังกายแบบกลุ่ม
แกร็บระบุว่า ยอดใช้บริการเรียกรถไป-กลับสวนสาธารณะหลักในกรุงเทพฯ ได้แก่ สวนลุมพินี สวนเบญจกิตติ สวนรถไฟ และศูนย์กีฬาบึงหนองบอน เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า โดยเฉพาะช่วงเวลา 04.00-08.00 น. ในช่วงเย็นระหว่าง 17.00-20.00 น. ยังพบว่าผู้ใช้บริการนิยมเดินทางไปฟิตเนสและยิมหลังเลิกงานมากขึ้น ส่งผลให้ยอดเรียกรถไปสถานที่ออกกำลังกายเพิ่มขึ้น 30%
นอกเหนือจากกรุงเทพฯ เทรนด์ออกกำลังกายในสวนสาธารณะยังขยายไปยังจังหวัดต่างๆ โดยสวนสาธารณะที่มีการใช้บริการเรียกรถสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ สวนสาธารณะรถไฟ จ.เชียงใหม่ บึงแก่นนคร จ.ขอนแก่น สวนสาธารณะเทศบาลตำบลบางทราย จ.ชลบุรี สวนหลวง ร.9 จ.ภูเก็ต สวนน้ำบุ่งตาหลั่วเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 จ.นครราชสีมา