โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐเล็งเก็บค่าค้ำประกัน 'กรีนการ์ด' วงเงินสูงลิ่ว 1 แสนดอลลาร์ เริ่มใช้ในบางประเทศก่อน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัล (WSJ) รายงานอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาเรียกเก็บเงินค้ำประกันสูงถึง 100,000 ดอลลาร์ (ราว 3.36 ล้านบาท) จากผู้ยื่นขอกรีนการ์ด (Green Card) บางรายที่ยื่นคำร้องผ่านสถานกงสุลสหรัฐในต่างประเทศ

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กำลังจัดทำข้อเสนอนี้ โดยเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามต่อเนื่องของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะจำกัดการอพยพของ"ชาวต่างชาติที่มีฐานะการเงินจำกัด" และเพื่อให้มั่นใจว่าผู้อพยพที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาอาศัยในสหรัฐ สามารถพึ่งพาตัวเองทางการเงินได้

แม้ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการหารือ แต่การพิจารณามุ่งไปที่การเรียกเก็บเงินค้ำประกันจำนวนมากจากผู้ยื่นขอวีซ่าถาวร (Immigrant Visa) ซึ่งเป็นผู้ที่ยื่นขออพยพถาวรไปยังสหรัฐ และจะได้รับกรีนการ์ดเมื่อเดินทางถึงประเทศ

แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่บางส่วนของกระทรวงการต่างประเทศเสนอให้กำหนดวงเงินค้ำประกันไว้ที่ 100,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม วงเงินดังกล่าวอาจแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี และอาจสูงหรือต่ำกว่าตัวเลขนี้

เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาว่าอาจจะทดลองใช้มาตรการดังกล่าวกับประเทศเพียงไม่กี่แห่งก่อน เพื่อทดสอบแนวคิดดังกล่าวในทางปฏิบัติ

ขณะที่แหล่งข่าวอีกหลายรายเปิดเผยว่า ผู้ยื่นคำขอจะต้องวางเงินค้ำประกันไว้ก่อน และจะได้รับเงินคืนก็ต่อเมื่อได้รับ "สัญชาติอเมริกัน" แล้ว ซึ่งโดยปกติใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี

ภายใต้รูปแบบดังกล่าวนี้ เงินค้ำประกันจะทำหน้าที่เป็นหลักประกัน หากผู้ถือกรีนการ์ดย้ายเข้ามาอยู่ในสหรัฐแล้วไม่สามารถเลี้ยงดูตนเองได้ โดยญาติของผู้อพยพก็สามารถเป็นผู้วางเงินค้ำประกันแทนได้เช่นกัน

ทอมมี พิกอตต์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า"ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ผู้ที่ต้องการอพยพเข้าสหรัฐจะต้องสามารถพึ่งพาตัวเองทางการเงินได้"

พิกอตต์ ระบุด้วยว่า กระทรวงกำลังพิจารณาใช้อำนาจที่มีอยู่ภายใต้กฎหมายคนเข้าเมืองและสัญชาติ (Immigration and Nationality Act) เพื่อกำหนดให้ผู้ยื่นขอวีซ่าบางประเภทต้องวางเงินค้ำประกัน"เพื่อเป็นวิธีแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีเงินทุนเพียงพอสำหรับการดูแลตนเอง"

โดยทั่วไปแล้ว วีซ่าผู้อพยพมักให้กับสมาชิกครอบครัวของพลเมืองสหรัฐ เช่น คู่สมรส บิดามารดา หรือพี่น้อง ขณะที่บริษัทต่างชาติใช้น้อยกว่า เนื่องจากมักว่าจ้างพนักงานต่างชาติด้วยวีซ่าชั่วคราว เช่น วีซ่า H-1B ก่อน และจึงยื่นขอกรีนการ์ดให้ในภายหลังเมื่อบุคคลนั้นอาศัยอยู่ในสหรัฐแล้ว

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกวีซ่าผู้อพยพราว 500,000 ฉบับต่อปี แต่คาดว่าจำนวนดังกล่าวจะลดลงอย่างมากในปีนี้

ชาร์วารี ดาลาล-เดห์นี หัวหน้าฝ่ายความสัมพันธ์ภาครัฐของสมาคมทนายความด้านกฎหมายคนเข้าเมืองแห่งสหรัฐ กล่าวว่า การตั้งวงเงินค้ำประกันสูงเช่นนี้ น่าจะส่งผลในการยับยั้งผู้ยื่นคำขอจำนวนมาก

"ดูเหมือนเป้าหมายของการเรียกเงินค้ำประกัน คือการกันผู้อพยพบางกลุ่มออกจากระบบ" ดาลาล-เดห์นีกล่าว

"เรากำลังทำให้ระบบของเรากลายเป็นระบบที่ใครมีเงินจึงจะมีสิทธิ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางมาเยือน การกลับมาอยู่กับครอบครัว หรือการแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า"

ก่อนหน้านี้ใน ปี 2026 รัฐบาลทรัมป์ ได้ระงับการดำเนินการออกวีซ่าผู้อพยพสำหรับ 75 ประเทศ ซึ่งเป็นอีกมาตรการหนึ่งในการจำกัดการอพยพของชาวต่างชาติรายได้น้อย โดยมีการบังคับใช้มาตรการนี้มาตั้งแต่เดือนม.ค. ครอบคลุมประเทศที่มีประชากรจำนวนมาก เช่น ปากีสถาน ไนจีเรีย และบราซิล

ที่มา: WSJ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...