“ครูทราย” ภรรยา “คุณฟูม” ร่ำไห้เคาะโลงเรียกสามีมากินข้าวเหนียวหมูทอดของโปรด ก่อนเล่าทั้งน้ำตาถึงนาทีสูญเสีย
“ครูทราย” ภรรยา “คุณฟูม” ร่ำไห้เคาะโลงเรียกสามีมากินข้าวเหนียวหมูทอดของโปรด ก่อนเล่าทั้งน้ำตาถึงนาทีสูญเสีย หลัง พาสามีไปรักษาอาการแน่นหน้าอก แต่ถูกปฏิเสธตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ สุดท้ายช็อกเสียชีวิต จี้ หน่วยงานเกี่ยวข้องทำการตรวจสอบ รักษาไม่ถูกขั้นตอน เข้าข่ายผิดจรรยาบรรณแพทย์หรือไม่
วันที่ 18 ก.ค. 69 ที่วัดบำเพ็ญเหนือ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร นางสาวเบญญาภรณ์ หรือครูทราย ภรรยาของนายภาณุพงศ์(ฟูม)ที่เสียชีวิตอย่างกะทันหัน ในวัยเพียงแค่ 31 ปี หลังเข้าไปรักษาอาการแน่นหน้าอกที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ตามสิทธิประกันสังคม ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี แต่แพทย์ปฏิเสธที่จะทำการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจให้
บรรยากาศที่วัดพบว่าคุณทรายยังอยู่ในอาการโศกเศร้า และได้เดินมาเคาะโลงศพของคุณฟูมผู้เสียชีวิต พร้อมเรียกร้องให้สามีออกมากินข้าวเหนียวหมูทอด ที่เป็นของโปรด ก่อนจะนั่งฟุบลงกับพื้นเหมือนจะเป็นลม ด้วยอาการโศกเศร้าอย่างหนัก ญาติต้องคอยประครองอย่างใกล้ชิด
จากนั้นครูทราย ก็ได้ให้สัมภาษณ์พร้อมเล่าทั้งน้ำตาว่า ตนคบกับสามีมานาน 14 ปี ตัวติดกันแทบทุกนาที ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอดแต่วันนี้สามีของตัวเองไม่อยู่แล้ว มันเป็นเพราะการตัดสินใจผิดพลาดของหมอ ซึ่งก่อนหน้านี้ทราบว่าทางพ่อของสามีมีประวัติเรื่องโรคหัวใจ แต่ก่อนหน้านี้สามีก็ร่างกายแข็งแรงตามปกติ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อนร่วมงานของสามี เริ่มเห็นว่าเจ้าตัวมีอาการเหนื่อยง่าย เหงื่อออก
จนกระทั่งวันพฤหัสบดี มีอาการที่ชัดขึ้น เพื่อนร่วมงานจึงพานำส่งไปที่โรงพยาบาลย่าน อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชน ตามสิทธิประกันสังคม โดยใช้เวลาเกือบครึ่งวัน กว่าจะได้พบแพทย์
เมื่อตัวเองและสามี ได้เข้าไปพบแพทย์ จึงมีการเรียกร้องให้ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพราะพ่อของสามี มีประวัติเรื่องโรคหัวใจอยู่แล้ว แต่ทางแพทย์กลับวินิจฉัยว่า อาการของสามีเหมือนเด็กเล็กกลัวเข็มฉีดยา สามีคิดมากไปเอง ทำให้ตัวเองรู้สึกไม่ดีกับคำพูดของแพทย์รายนี้ หลังจากนั้นจึงได้เดินออกไปจากห้อง เพื่อไปสงบสติอารมณ์ ก่อนที่จะเข้ามาพบกับแพทย์อีกรอบหนึ่ง โดยมีความตั้งใจจะให้หมอตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจอีกครั้ง แต่แพทย์รายนี้ ก็ยังปฏิเสธเป็นครั้งที่สอง ตัวเองจึงถามแพทย์รายนี้ไปว่าแล้วถ้าสามีตัวเองเป็นอะไรไปจะทำอย่างไร
“แต่แพทย์รายนี้กลับชี้ไปที่สามีแล้วพูดว่า คุณดูไว้นะ คุณหนะปกติ หมายถึงสามีของตัวเองปกติ แล้วแพทย์รายนี้หันมาบอกกับตัวเองว่า ตัวเองเป็นคนที่มีอาการประสาท พร้อมบอกอีกว่า ถ้ากลับบ้านไป ให้ไปแยกกันอยู่ แล้วสามีจะหายดี ”คุณทราย กล่าว
ซึ่งก่อนที่จะกลับบ้าน แพทย์รายนี้สั่งจ่ายยาคลายกล้ามเนื้อและยาแก้อักเสบ ซึ่งทุกวันนี้สามีก็ยังไม่ได้กินเพราะตายไปแลัว จากนั้นช่วงเวลาสี่โมงเย็นของวันเดียวกัน สามีเกิดอาการช็อก จึงนำสามีไปโรงพยาบาลเดิม เพื่อทำการกู้ชีพด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตสามีไว้ได้
คุณทรายจึงตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมหมอจึงไม่ทำการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตามที่ตัวเองต้องการตั้งแต่แรก ซึ่งเป็นเรื่องที่ขัดกับจรรยาบรรณของแพทย์ หลังจากนั้นทางครอบครัวจึงได้นำร่างสามีไปชันสูตรที่นิติเวช จังหวัดราชบุรี และพบว่าสาเหตุการเสียชีวิต เกิดจากเส้นเลือดหัวใจตีบ 2 เส้น
เมื่อถามว่าคุณหมอรายนี้มีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหน คุณทรายบอกว่า เป็นหมอที่มีอายุ และเมื่อถามต่อว่า ถ้าเช่นนั้นหมอรายนี้ควรหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ครูทรายบอกว่า ไม่ทราบ แต่ไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับครอบครัวใครอื่นๆอีก
ครูทราย ยืนยันว่า จะเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับสามีจนถึงที่สุด ขณะนี้มีนักกฎหมายติดต่อเข้ามาช่วยเหลือในทางคดีแล้ว และเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากที่สามีตัวเองเสียชีวิต 1 วัน ทางผอ.โรงพยาบาล ซานคามิลโล บ้านโป่ง ได้เรียกให้ญาติผู้เสียชีวิตเข้าไปพบ อย่างไรก็ตามแพทย์รายนี้ก็ออกมายอมรับด้วยตัวเอง ว่าได้ทำการวินิจฉัยผิดพลาด แต่ไม่แสดงท่าทีสลดใจ และไม่มีท่าทีที่เห็นใจครอบครัวของผู้เสียชีวิต