โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพพาโนรามาสุดตระการตา! กล้องเจมส์ เวบบ์ ไขปริศนากำเนิดดาวแคระน้ำตาลที่มีมวลเบาที่สุดในประวัติศาสตร์

SPACEMAN

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (James Webb Space Telescope หรือ JWST) เปิดเผยภาพถ่ายขนาดใหญ่และทรงคุณค่าที่สุดภาพหนึ่ง ซึ่งบันทึกบริเวณกำเนิดดาวฤกษ์ IC 348 ในกลุ่มดาวเพอร์ซิอุส (Perseus) ซึ่งอยู่ห่างจากโลกออกไปประมาณ 9.46 ล้านล้านกิโลเมตร (1,000 ปีแสง) ในพื้นที่นี้ กลุ่มเมฆก๊าซไฮโดรเจนโมเลกุลอันเย็นเยือกเกิดการทรุดตัวลงด้วยแรงโน้มถ่วงเพื่อก่อตัวเป็นดาวดวงใหม่ ทีมนักดาราศาสตร์ได้ใช้ความสามารถในการถ่ายภาพของกล้องเวบบ์เพื่อตามหา ดาวแคระน้ำตาล (Brown Dwarfs) ซึ่งเป็นวัตถุอวกาศที่มีมวลมากกว่าดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ แต่กลับมีมวลไม่มากพอที่จะจุดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันเพื่อหลอมไฮโดรเจนให้เป็นฮีเลียมบริเวณแกนกลางเหมือนดาวฤกษ์ทั่วไปได้สำเร็จ

การสำรวจในครั้งนี้ทีมนักวิจัยได้ใช้กล้องถ่ายภาพย่านรังสีอินฟราเรดใกล้ (Near-Infrared Camera หรือ NIRCam) ในปี พ.ศ. 2567 เพื่อจับแสงเรืองจากดาวฤกษ์แรกเกิด ก่อนจะตามด้วยการวัดค่าสเปกตรัมผ่านสเปกโตรกราฟย่านรังสีอินฟราเรดใกล้ (Near-Infrared Spectrograph หรือ NIRSpec) ในปี พ.ศ. 2568 ข้อมูลการสังเกตการณ์ลึกเผยให้เห็นดาวแคระน้ำตาลที่มีมวลเพียง 2 เท่าของดาวพฤหัสบดี หรือคิดเป็น 0.19% ของมวล ดอกอาทิตย์ เท่านั้น ซึ่งนับเป็นดาวแคระน้ำตาลที่มวลน้อยที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยค้นพบ ความเสรีของการมีอยู่ของวัตถุขนาดจิ๋วเหล่านี้กำลังท้าทายแบบจำลองทางคณิตศาสตร์และทฤษฎีกำเนิดดาวฤกษ์แบบเดิมอย่างสร้างสรรค์

นอกจากมวลที่เบาอย่างน่าประหลาดใจแล้ว การค้นพบนี้ยังซ่อนความประหลาดใจอีกหลายประการ เมื่อนักดาราศาสตร์พบร่องรอยของจานฝุ่นละอองรอบดาวแคระน้ำตาลมวลเบาที่สุดดวงหนึ่ง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าอาจมีการก่อตัวของดาวเคราะห์หมุนรอบตัวมันอยู่ ทั้งที่ตัวมันเองมีขนาดมวลใกล้เคียงกับดาวเคราะห์ก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้น สเปกตรัมแสงยังแสดงสัญญาณของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเป็นโมเลกุลที่ประกอบด้วยอะตอมไฮโดรเจนและคาร์บอน สัญญาณรูปแบบนี้ปรากฏเฉพาะในชั้นบรรยากาศของดาวแคระน้ำตาลมวลเบาขั้นสุดเท่านั้น บ่งชี้ว่าวัตถุนี้อาจถูกจัดอยู่ในชั้นสเปกตรัมประเภทใหม่ของตนเอง

ภาพถ่ายพาโนรามาตระการตานี้ยังจัดเต็มไปด้วยรายละเอียดของดาวฤกษ์ต้นกำเนิด (Protostars) ที่บริเวณมุมขวาบน โดยมีวัตถุแฮร์บิก-ฮาโร (Herbig-Haro Objects) ซึ่งเกิดจากลำแก๊สพลังงานสูงจากดาวเกิดใหม่พุ่งชนกับกลุ่มก๊าซและฝุ่นรอบข้าง เช่น วัตถุ HH 797 ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ต้นกำเนิดคู่ที่ปล่อยลำแก๊สขนานกัน และวัตถุ HH 211 ที่มีรูปร่างคล้ายใบพัด ข้อมูลทั้งหมดจากโครงการสังเกตการณ์ของกล้องเวบบ์ครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการทำความเข้าใจจุดสิ้นสุดของกระบวนการเกิดดาวฤกษ์ ตลอดจนต้นกำเนิดของวัตถุมวลระดับดาวเคราะห์ในเอกภพของเราต่อไป

ข้อมูลอ้างอิง: NASA/ESA/CSA

  • Webb reveals stunning panorama of star formation
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...