โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ สั่งสอบข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ขณะคมนาคมพบ 3 IP ต้องสงสัย เชื่อมโยง 3 หน่วยงาน

THE STANDARD

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
นายกฯ สั่งสอบข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ขณะคมนาคมพบ 3 IP ต้องสงสัย เชื่อมโยง 3 หน่วยงาน

วันนี้ (5 สิงหาคม) เวลา 11.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีข้อมูลส่วนบุคคลของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และข้าราชการกระทรวงมหาดไทยรั่วไหลจากระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานรายละเอียด แต่ได้กำชับไปแล้วว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎระเบียบเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

“จริง ๆ แล้ว ในระเบียบและ TOR ได้กำหนดเงื่อนไขไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นว่า หากจะให้เอกชนหรือหน่วยงานใดเข้ามาจัดทำระบบ จะต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่รัดกุม” นายกรัฐมนตรีกล่าว

เมื่อถามว่า มองเป้าประสงค์ของผู้ปล่อยข้อมูลอย่างไร เนื่องจากข้อมูลที่รั่วไหลพุ่งเป้าไปที่นักการเมืองและคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังไม่ขอวิเคราะห์เรื่องดังกล่าว แต่ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเต็มที่ เพราะการปล่อยให้ข้อมูลรั่วไหลถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

นายกรัฐมนตรียังระบุว่า จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทั้งในระดับกรมและระดับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำว่า ข้อมูลลักษณะนี้ไม่ควรรั่วไหล เพราะทุกครั้งที่มีการขอจัดทำระบบต่าง ๆ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี โดยพิจารณาบนพื้นฐานของมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างรัดกุม.

ขธะที่ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีการรั่วไหลของข้อมูลในส่วนของกรมการขนส่งทางบก ว่า กระทรวงคมนาคมตรวจพบ IP ต้องสงสัยจาก 3 แอ็กเคานต์ ที่มีการใช้งานผิดปกติในการสืบค้นข้อมูล และพบพฤติกรรมการค้นหาที่ผิดปกติ จึงได้ประสานสำนักงานตำรวจไซเบอร์ให้ดำเนินการตรวจสอบต่อ

สิริพงศ์ กล่าวว่า IP ที่ตรวจพบเชื่อมโยงกับ 3 หน่วยงาน ได้แก่ เทศกิจเขตบางกอกน้อย การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และกองกำลังสิงหนาถ โดยกระทรวงได้สั่งระงับบัญชีผู้ใช้ของทั้ง 3 หน่วยงานเป็นการชั่วคราวแล้ว

นอกจากนี้ ยังได้แจ้งให้ทุกหน่วยงานที่เชื่อมต่อฐานข้อมูลกับกระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบก รีเซ็ตบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านใหม่ เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ผู้ที่เข้าใช้ระบบเป็นเจ้าของบัญชีตัวจริง หรือบัญชีถูกแฮ็กและนำไปใช้โดยผู้อื่น ทั้งนี้ ได้รวบรวมรายชื่อผู้เกี่ยวข้องส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการแล้ว

สิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า แม้ข้อมูลที่ถูกเผยแพร่จะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล แต่เป็นเพียงข้อมูลพื้นฐาน ไม่สามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมได้ การเปิดให้หน่วยงานต่าง ๆ เชื่อมต่อฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการรับบริการของกระทรวงคมนาคม

อย่างไรก็ตาม เมื่อข้อมูลถูกลักลอบนำไปเผยแพร่หรือซื้อขายบน Dark Web ขณะนี้กระทรวงได้ดำเนินการปิดกั้นการเข้าถึงในช่องทางปกติแล้ว แม้ผู้ที่เข้าถึง Dark Web อาจยังสามารถเข้าถึงข้อมูลบางส่วนได้ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งหามาตรการป้องกันเพิ่มเติม

“ประชาชนไม่ต้องกังวล เพราะข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถนำไปใช้โอนกรรมสิทธิ์หรือทำธุรกรรมใด ๆ ได้ หากไม่มีการยืนยันตัวตน อีกทั้งกระทรวงคมนาคมจะไม่มีการติดต่อประชาชน หรือส่งลิงก์ผ่านช่องทางใดทั้งสิ้น” สิริพงศ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ข้อมูลที่รั่วไหลมีจำนวนเท่าใด สิริพงศ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบการสืบค้นข้อมูลผิดปกติประมาณ 6,000-7,000 ครั้ง โดยบางแอ็กเคานต์มีการค้นหาข้อมูลมากถึงประมาณ 2,000 ครั้ง

เมื่อถามว่า เหตุใดข้อมูลที่รั่วไหลจึงเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญเป็นจำนวนมาก สิริพงศ์ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวน เนื่องจากพฤติกรรมการค้นหามีลักษณะผิดสังเกต แต่ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุได้

เมื่อถามต่อว่า กรณีมีการประกาศขายโทเค็นสำหรับเข้าถึงข้อมูลในตลาดมืด แสดงว่าการโจมตีครั้งนี้อาจมีวัตถุประสงค์เพื่อขายข้อมูลหรือไม่ สิริพงศ์ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ว่าเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์ ส่วนจะเชื่อมโยงกับประเด็นทางการเมืองหรือไม่ ต้องรอผลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...