โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ยกระดับอุตสาหกรรมมะพร้าวไทยด้วยนวัตกรรมการแปรรูป เปลี่ยนความซับซ้อนให้เป็นโอกาสสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

เต็ดตรา แพ้ค สนับสนุนผู้ผลิตไทยรับมือความท้าทายด้านการแปรรูปมะพร้าว พร้อมส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จากมะพร้าว ผ่านศูนย์ความรู้ด้านมะพร้าว และศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ของเต็ดตรา แพ้ค จังหวัดระยอง

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 27 สิงหาคม 2569 – อุตสาหกรรมมะพร้าวของไทยมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะการต่อยอดจากผลิตภัณฑ์มะพร้าวแบบเดิมสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างและมีมูลค่าเพิ่ม เพื่อตอบโจทย์ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยศูนย์ความรู้ด้านมะพร้าว (Coconut Knowledge Centre: CKC) ภายใต้ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ของเต็ดตรา แพ้ค (Product Development Centre: PDC) จังหวัดระยอง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีการแปรรูปและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มสามารถทดลองพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จากมะพร้าว วิธีการแปรรูป และการนำวัตถุดิบไปใช้งานในรูปแบบใหม่ ๆ ก่อนขยายสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ในระดับอุตสาหกรรม

ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในตลาดมะพร้าวระดับโลก โดยข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงตุลาคม พ.ศ. 2567 ไทยส่งออกกะทิมูลค่าสูงถึง 341.11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 12,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นถึง 16.85% จากช่วงเวลาเดียวกันในปี พ.ศ. 2566 นอกจากนี้ Grand View Research ยังระบุว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังครองส่วนแบ่งในตลาดผลิตภัณฑ์มะพร้าวทั่วโลกมากที่สุดในปี พ.ศ. 2568 ด้วยสัดส่วนมากกว่า 30% ของตลาดทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวใหม่ ๆ จำเป็นต้องมีการควบคุมกระบวนการแปรรูปอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน เนื่องจากนมมะพร้าวและกะทิมีความไวต่อระยะเวลาและอุณหภูมิ ดังนั้นคุณภาพอาจลดลงหากไม่ได้รับการแปรรูปอย่างรวดเร็วหลังการสกัด นอกจากนี้ ผู้ผลิตอาจต้องรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ตามประเภทและสูตรของแต่ละผลิตภัณฑ์ เช่น การแยกชั้นของไขมัน ควบคู่ไปกับการรักษารสชาติ เนื้อสัมผัส และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้มีความสม่ำเสมอ

คุณสุรพงศ์ กอบประดิษฐกุล ผู้อำนวยการฝ่ายกระบวนการผลิต บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แม้มะพร้าวอาจดูเหมือนเป็นวัตถุดิบที่ไม่ซับซ้อน แต่ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและการตอบสนองต่อกระบวนการแปรรูปที่แตกต่างกันอย่างมาก น้ำมะพร้าวจำเป็นต้องควบคุมระยะเวลาและอุณหภูมิอย่างพิถีพิถันเพื่อรักษาคุณภาพ ในขณะที่กะทิต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมเนื้อสัมผัสและความคงตัว ด้วยเหตุนี้ เราจึงพิจารณาวัตถุดิบ สูตรผลิตภัณฑ์ และสภาวะในการแปรรูปร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้น การเข้าใจคุณลักษณะเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถเลือกวิธีการแปรรูปที่เหมาะสมและรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้มีความสม่ำเสมอเมื่อขยายกำลังการผลิต”

หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวคือ โซลูชัน Tetra Pak Direct UHT ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้การฉีดไอน้ำและการลดอุณหภูมิอย่างเฉียบพลัน ด้วยประสบการณ์ด้านการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวมาเกือบ 40 ปี เต็ดตรา แพ้ค พร้อมนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญดังกล่าวมาช่วยผู้ผลิตเลือกแนวทางการแปรรูปที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์และสูตรที่แตกต่างกัน โดยเทคโนโลยี Direct UHT สามารถเพิ่มและลดอุณหภูมิของผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็ว จึงช่วยลดผลกระทบจากความร้อน ลดการเกิดสีน้ำตาล และคงรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว เมื่อทำงานร่วมกับกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์แบบปลอดเชื้อ ยังช่วยให้สามารถจัดเก็บและกระจายสินค้าได้ในอุณหภูมิปกติ โดยไม่จำเป็นต้องควบคุมความเย็นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังสามารถปรับใช้เทคโนโลยีอื่น ๆ ให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ได้ เช่น เครื่องแยกด้วยระบบปิดที่ป้องกันอากาศเข้า (Airtight Separation) ที่ช่วยลดการสัมผัสกับออกซิเจนระหว่างกระบวนการผลิต และระบบโฮโมจีไนเซชัน (Homogenisation) ที่ช่วยให้กะทิมีเนื้อสัมผัสและความคงตัวตามที่ต้องการ

นอกเหนือจากเทคโนโลยีการแปรรูปแล้ว ผู้ผลิตยังสามารถใช้บริการศูนย์ความรู้ด้านมะพร้าวและศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ของเต็ดตรา แพ้ค ในจังหวัดระยอง ในการพัฒนาและทดสอบแนวคิดผลิตภัณฑ์ สูตร และทางเลือกในการแปรรูปก่อนเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ ด้วยศักยภาพในการทดลองผลิตในระดับกึ่งอุตสาหกรรม ผู้ผลิตไม่เพียงสามารถประเมินได้ว่าแนวคิดนั้นสามารถพัฒนาเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ได้จริงหรือไม่ แต่ยังรวมถึงวิธีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้ได้คุณภาพที่สม่ำเสมอ และเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมอีกด้วย

นับจากนี้ โอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผลิตภัณฑ์ที่คุ้นเคยอย่าง น้ำมะพร้าว นมมะพร้าว และกะทิเท่านั้น แต่วัตถุดิบจากมะพร้าวสามารถนำมาต่อยอดสร้างสรรค์นวัตกรรมในเครื่องดื่มได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นชาและกาแฟพร้อมดื่ม ผลิตภัณฑ์สำหรับบาริสต้า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องดื่มชูกำลังและเครื่องดื่มสำหรับนักกีฬา ซึ่งการต่อยอดดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตสามารถเพิ่มความหลากหลายให้กับพอร์ตโฟลิโอ และตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คุณสุทธินันท์ เตชะทยานนท์ ผู้จัดการฝ่ายสร้างสรรค์ประสบการณ์ลูกค้า ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เต็ดตรา แพ้ค กล่าวว่า “มะพร้าวยังมีศักยภาพอีกมากที่รอการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และโอกาสในการบริโภคที่หลากหลาย ที่ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราในจังหวัดระยอง ผู้ผลิตสามารถทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์และกระบวนการแปรรูปของเต็ดตรา แพ้คได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อทำความเข้าใจว่าสูตรผลิตภัณฑ์จะมีลักษณะอย่างไรเมื่อนำไปแปรรูป ส่วนใดที่อาจต้องปรับปรุง และควรเตรียมความพร้อมอย่างไรก่อนขยายสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม ในอนาคตเรายังมองเห็นโอกาสในการยกระดับศักยภาพของศูนย์ฯ เพื่อรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวด้วยโซลูชันบรรจุภัณฑ์ Tetra Recart174;”

Tetra Recart เป็นหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ที่หลากหลายของเต็ดตรา แพ้ค และปัจจุบันมีการนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ที่สามารถเก็บรักษาได้ในอุณหภูมิปกติ เช่น นมมะพร้าวและกะทิ กลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ไปจนถึงโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่สะดวกและมีเอกลักษณ์ อาทิ Tetra Prisma174; Aseptic, Tetra Prisma174; Aseptic Edge และ Tetra Classic174; Aseptic ซึ่งช่วยให้ผู้ผลิตมีทางเลือกที่หลากหลายในการรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค และสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ในแต่ละกลุ่มตลาด

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันด้านการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวได้ที่เว็บไซต์ของเต็ดตรา แพ้ค และอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก Tetra Pak Coconut Handbook

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...