โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ยศชนัน เปิดแผนรับมือน้ำท่วม เปลี่ยนจากรอรับภัย สู่รู้ล่วงหน้า-ป้องกัน ดัน Water Smart Communitys

MATICHON ONLINE

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ยศชนัน เปิดแผนรับมือน้ำท่วม เปลี่ยนจากรอรับภัย สู่รู้ล่วงหน้า-ป้องกัน ดัน Water Smart Communitys

เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์กันก่อนท่วม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตร จัด Water Resilience Forum ครั้งที่ 3 ‘WATER SMART COMMUNITIES – คนเปลี่ยนน้ำ น้ำเปลี่ยนอนาคต’ ระดมผู้นำภาครัฐ นักวิชาการและชุมชน ถอดบทเรียนชุมชนต้นแบบ ทั้งความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และต้นแบบที่ทำได้จริง พร้อมผลักดันการจัดการน้ำเชิงป้องกันสู่ทุกจังหวัด ประเทศไทยต้องเปลี่ยนจากการรอรับมือเมื่อเกิดภัย ไปสู่การรู้ล่วงหน้า เตรียมพร้อม และจัดการน้ำก่อนเกิดความเสียหาย พร้อมเปลี่ยนน้ำจากความเสี่ยงให้เป็นต้นทุนสร้างคุณภาพชีวิตและมูลค่าทางเศรษฐกิจ

โดยมี ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ร่วมแสดงวิสัยทัศน์เรื่อง วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และอนาคต

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ภาพรวมแนวทางการบริหารจัดการและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ได้เน้นย้ำรูปแบบ Single Command เพื่อให้การบริหารจัดการภัยพิบัติเป็นไปอย่างมีเอกภาพ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่การเข้าไปก้าวก่ายหรือยึดอำนาจการตัดสินใจของผู้ว่าราชการจังหวัด เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัด ยังคงเป็นผู้บัญชาการหลักในพื้นที่ เพียงแต่ศูนย์ประสานงานส่วนกลางจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อม ในการจัดสรรทรัพยากร ทั้งกำลังทหารและบุคลากรจากแต่ละกระทรวง เพื่อสนับสนุนพื้นที่ที่ขาดแคลนได้อย่างทันท่วงที สำหรับการแจ้งเตือนภัย ได้มีการบูรณาการข้อมูลร่วมกันหลายภาคส่วน ถือเป็นข้อสังเกตว่า กรณีน้ำท่วมระลอกนี้มีลักษณะคล้ายปรากฏการณ์ Rain Bomb หรือฝนตกหนักสะสมในปริมาณมากบริเวณพื้นที่สูงและป่าภูเขา เช่น ในพื้นที่จังหวัดน่าน ทำให้น้ำไหลทะลักลงสู่ลำน้ำและถนนอย่างรวดเร็ว แม้ระบบโทรมาตรของกรมชลประทานในพื้นที่ตอนล่างจะทำงานได้แม่นยำและแจ้งเตือนอำเภอเมืองได้ล่วงหน้า แต่ประชาชนในชุมชนบนพื้นที่สูงยังคงมีความกังวล เนื่องจากขาดเครื่องมือตรวจวัดในจุดต้นน้ำ ซึ่งภาครัฐกำลังเร่งหาแนวทางแก้ไขต่อไป

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า ตัวอย่างความสำเร็จ เช่น การประกอบสะพานเบลีย์ (Bailey Bridge) โดยกระทรวงคมนาคม ที่เร่งสร้างเสร็จภายใน 2-3 วัน ช่วยให้ประชาชนและผู้ป่วยสามารถสัญจรและรับความช่วยเหลือได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเฮลิคอปเตอร์เพียงอย่างเดียว รวมถึงการประสานงานข้ามหน่วยงาน นำเรือและครัวเคลื่อนที่เข้าแจกจ่ายอาหารให้ผู้ประสบภัยที่ติดค้างตามบ้านเรือน

“มติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา อนุมัติงบกลาง ช่วยเหลือค่าครองชีพ 9,000 บาท แก่ผู้ประสบอุทกภัยและดินโคลนถล่ม พื้นที่จังหวัดน่าน 13,738 ครัวเรือน เป็นเงินกว่า 100 ล้านบาท ค่าปลงศพและเงินสงเคราะห์พิเศษ รายละ 2 ล้านบาท ปัญหาสำคัญคือ งบซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย ซึ่งปัจจุบันหลักเกณฑ์ภาครัฐจ่ายสูงสุดเพียง 9,000 บาทต่อหลังคาเรือน แต่ในความเป็นจริงบ้านเรือนหลายหลังเสียหายมากกว่านั้น ทำให้เกิดส่วนต่างที่ประชาชนต้องแบกรับ รัฐบาลจึงมีแนวคิดในการผลักดัน ระบบประกันภัยวิบัติทั้งประเทศ โดยให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินและจ่ายค่าชดเชยอย่างรวดเร็วทันทีที่เกิดเหตุ และช่วยให้ประชาชนฟื้นตัวได้เร็วที่สุด ทั้งนี้ หากมีกรณีบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง และประชาชนเดือดร้อนหนักจริง โดยผ่านการยืนยันจากประชาคมหมู่บ้าน ภาครัฐก็จะพิจารณานำงบกลางเข้ามาอุดหนุนเพิ่มเติมในส่วนที่ขาด เพื่อให้มั่นใจว่าการช่วยเหลือจะครอบคลุมและเป็นธรรมมากที่สุด” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า ปัญหาใหญ่ของการจัดการน้ำท่วมในปัจจุบันคือ การยึดติดกับเขตการปกครอง ซึ่งในความเป็นจริงน้ำไม่รู้จักเส้นแบ่งเขต แต่ไหลตามภูมิประเทศจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ การแก้ไขปัญหาจึงต้องมองในภาพรวมผ่านแผนที่ทางน้ำ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง สามารถรู้ตัวและเตรียมรับมือได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ การเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพจะต้องผสานระหว่างระบบข้อมูลระยะยาวจากดาวเทียม และข้อมูลเรียลไทม์ในระยะสั้น ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลเชิงพื้นที่ ทั้งนี้ การแถลงข่าวแจ้งสถานการณ์ต่อประชาชนถือเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความตื่นตระหนก และให้ข้อมูลที่อัปเดต เพราะข้อมูลช่วงกลางคืนกับกลางวันมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และสำหรับการพัฒนาเชิงโครงสร้าง มีการยกโมเดลความสำเร็จจากประเทศญี่ปุ่นในการออกแบบเมืองให้แนบเนียนไปกับวิถีชีวิต เช่น สวนสาธารณะมัลติฟังก์ชั่น ทำหน้าที่เป็นแก้มลิง กักเก็บน้ำในฤดูน้ำท่วม แต่ในฤดูปกติจะปรับเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ปลูกดอกไม้ซากุระสร้างรายได้ และมีการเลือกใชัพรรณไม้ที่ไม่ตายเมื่อถูกน้ำท่วมขัง

“ในระดับชุมชน มุ่งเน้นการขับเคลื่อน Water Smart Community โดยใช้แนวทาง See – Sense – Simulate – Solve – Self-reliance รวมเอาภูมิปัญญาท้องถิ่น เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเซนเซอร์การเกษตร, การวางผังเมือง และงานสถาปัตยกรรม เพื่อให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการน้ำได้ด้วยตนเอง ขณะเดียวกัน มีการดึงหน่วยงานพัฒนาชุมชน ร่วมปักหมุดฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมต่อยอดโครงการฟื้นฟูธรรมชาติ เช่น น่าน แซนด์บ็อกซ์ (Nan Sandbox) ที่นำเรื่องความยั่งยืน มาจับคู่กับเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านการส่งเสริมการปลูกป่า พืชสมุนไพร และการแปรรูปยา เพื่อให้การอนุรักษ์ธรรมชาติตอบโจทย์เรื่องรายได้ของคนในพื้นที่ไปพร้อมกัน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า ในส่วนของแนวทางการแก้ปัญหาระยะยาว ได้เน้นย้ำว่าการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างยั่งยืนคือ การฟื้นฟูป่าต้นน้ำและการบริหารจัดการภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อลดภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ไม่สามารถชะลอได้อีกต่อไป เราจะพูดแค่เรื่องการจัดการน้ำไม่ได้แล้ว แต่ต้องมองไปถึงเรื่อง เศรษฐกิจหมุนเวียน การดูแลป่าต้นน้ำ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นอกจากนี้ ยังได้เสนอแนะให้ปรับเปลี่ยนมุมมองการจัดสรรงบประมาณ โดยชูประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้เป็นวาระแห่งชาติ ที่ไม่ใช่ภารกิจของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่ต้องเป็นการทำงานร่วมกันของทุกกระทรวง เพื่อใช้ทรัพยากรและงบประมาณอย่างคุ้มค่าสูงสุด

“สำหรับแนวทางการบริหารจัดการข้อมูล มีความท้าทายในการบูรณาการฐานข้อมูลของประเทศ โดยเสนอให้ใช้นวัตกรรมทางดิจิทัลเข้ามาช่วยเชื่อมโยงข้อมูล ซึ่งการรวมข้อมูลเป็นเรื่องที่ยากที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำแต่เป็นทุกเรื่อง แต่ประเทศไทยต้องทำให้ได้ หากติดขัดเรื่องขั้นตอน เราต้องนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เป็นแพลตฟอร์มกลาง ให้แต่ละหน่วยงานส่งข้อมูลและเข้าถึงร่วมกันได้ทันทีโดยไม่ต้องรอแก้ไขกฎระเบียบ รวมถึงพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำข้อเสนอแนะส่งต่อไปยังรัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยศชนัน เปิดแผนรับมือน้ำท่วม เปลี่ยนจากรอรับภัย สู่รู้ล่วงหน้า-ป้องกัน ดัน Water Smart Communitys

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...