โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

UN เตรียมรับรอง แผนที่โลกฉบับใหม่ เผยขนาดที่แท้จริงของ ทวีปแอฟริกา

Thaiger

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวประเทศไทย

UN เตรียมรับรอง แผนที่โลกฉบับใหม่ เผยขนาดที่แท้จริงของ ทวีปแอฟริกา หลายชาติรวมพลัง หวังล้างอคติทางประวัติศาสตร์

สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN) เตรียมลงมติครั้งสำคัญ เพื่อพิจารณาข้อมติเลิกใช้แผนที่โลกแบบเมอร์เคเตอร์อย่างเป็นทางการ โดยข้อมติดังกล่าวเสนอให้เปลี่ยนมาใช้แผนที่โลกฉบับใหม่ ที่สามารถแสดงขนาดของทวีปแอฟริกาและภูมิภาคต่างๆ ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น การผลักดันครั้งนี้มีประเทศโตโกเป็นแกนนำหลัก ร่วมกับชาติสมาชิกสหภาพแอฟริกาอีก 54 ประเทศ

โดยโรเบิร์ต ดุสเซย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของโตโก ยืนยันว่าการเรียกร้องเปลี่ยนแผนที่โลกครั้งนี้ไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง แต่เป็นการยอมรับข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ แม้ข้อมติของสหประชาชาติจะไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย แต่หากผ่านความเห็นชอบ อาจนำไปสู่การปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาและเทคโนโลยีทั่วโลกใหม่ทั้งหมด

แผนที่แบบเมอร์เคเตอร์ถูกคิดค้นขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1569 เพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยนักเดินเรือ ด้วยรูปแบบการฉายภาพที่ทำให้พื้นที่บริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตรดูเล็กกว่าความเป็นจริง ขณะที่พื้นที่ซีกโลกเหนือกลับดูใหญ่เกินจริง ส่งผลให้แผนที่แบบเก่าแสดงภาพทวีปแอฟริกามีขนาดใกล้เคียงกับเกาะกรีนแลนด์ ทั้งที่ในความเป็นจริงทวีปแอฟริกามีขนาดใหญ่กว่าถึง 14 เท่า โดยพื้นที่ของทวีปแอฟริกาจริงมีขนาดกว้างใหญ่จนสามารถบรรจุประเทศสหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เม็กซิโก และพื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปยุโรปรวมกันได้

จุดเริ่มต้นมาจากแคมเปญรณรงค์บนเว็บไซต์ Change.org ภายใต้ชื่อ #CorrectTheMap ซึ่งมีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนมากกว่า 11,000 ราย นักประวัติศาสตร์และนักภูมิศาสตร์มองว่า แผนที่แบบเมอร์เคเตอร์มีรากฐานมาจากมุมมองของชาติตะวันตกและยุคอาณานิคม การย่อขนาดพื้นที่ซีกโลกใต้และขยายประเทศซีกโลกเหนือให้ใหญ่เกินจริง ส่งผลต่อพลวัตอำนาจและสร้างอคติเชิงระบบทั้งในการค้าระหว่างประเทศและกรอบแนวคิดทางการศึกษาอย่างแนบเนียน

รัฐบาลโตโกและผู้สนับสนุนเรียกร้องให้ทั่วโลกเปลี่ยนมาใช้แผนที่โลกฉบับใหม่ รูปแบบ Equal Earth ซึ่งพัฒนาขึ้นในปี 2018 นักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์มองว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะช่วยลดอิทธิพลของแนวคิดยุคอาณานิคมออกจากหลักสูตรการศึกษาทั่วโลก และเป็นการส่งสัญญาณว่าความสำคัญด้านประชากรศาสตร์และเศรษฐกิจของทวีปแอฟริกาไม่ควรถูกมองผ่านธรรมเนียมปฏิบัติที่บิดเบือนความจริงอีกต่อไป

ทางการโตโกคาดหวังว่าผลการลงมติจะประสบความสำเร็จและได้รับเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้น พร้อมเตรียมร่วมมือกับยูเนสโก สหภาพแอฟริกา และบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่างกูเกิลแมปส์ จัดงานวางแผนบังคับใช้ข้อมติที่กรุงโลเม ประเทศโตโก ในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของโตโกทิ้งท้ายว่า ถึงเวลาแล้วที่ชาวแอฟริกาจะต้องลุกขึ้นมารับผิดชอบในการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง

ที่มา: The Guardian

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...