โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กลุ่มเจมาร์ทอาจไม่ถึงฝัน? เมื่อ “อดิศักดิ์” เคยลั่น ดันมาร์เก็ตแคป แตะ 5 แสนลบ. ในปี 67 แต่ตอนนี้เหลือแค่ 5 หมื่นล้านบาท!

Share2Trade

เผยแพร่ 16 พ.ค. 2567 เวลา 03.30 น. • Share2Trade

ในช่วงที่ผ่านมา หากนักลงทุนยังจำได้ดี นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เคยลั่นวาจา ตั้งเป้ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (Market Cap) ของทั้งกลุ่ม เจมาร์ททั้งหมดรวมกันในปี 67 เพิ่มขึ้นไปแตะระดับ 5 แสนล้านบาท โดยในช่วงนั้น Market Cap ทั้งกลุ่มอยู่ที่ประมาณ 2 แสนล้านบาท

แต่ดูเหมือนเส้นทาง กลุ่มเจมาร์ท ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะผลประกอบการในปี 2566 ไม่เป็นดังหวัง โดยงบการเงินของทั้ง JMART SINGER และSGC ที่พลิกเป็นขาดทุนอย่างหนักในปี 2566 โดยมีเพียงทาง JMT เท่านั้นที่มีกำไรสุทธิเติบโต
ในแง่ของราคาหุ้นเช่นกัน ปรับตัวลดลงอย่างร้อนแรง ซึ่งหากนับในช่วง 1 ปีย้อนหลัง พบว่า ราคาหุ้น JMT ลดลงกว่า 56% ตามด้วย SGC ลดลงกว่า 41% ขณะที่ JMART ลดลง 28% และ SINGER ลดลง 8%
หรือเส้นทางผลักดัน Market Cap ของทั้งกลุ่ม JMART ในปี 67 เพิ่มขึ้นไปแตะระดับ 5 แสนล้านบาทนั้น จะเป็นความฝันที่ไม่อาจเกิดขึ้นจริง?
เพราะจากราคาหุ้นล่าสุด พบว่า Market Cap ของทั้งกลุ่ม รวมกันอยู่ที่ราว 5.7 หมื่นล้านบาทเท่านั้น แต่ถ้าจะถึงเป้าหมายราคาหุ้นต้องถึงขั้นบวกแรงแบบก้าวกระโดดอย่างมาก
[สำรวจผลประกอบการไตรมาสแรก]
อย่างไรก็ตามในแง่ของผลประกอบการไตรมาส 1/67 ของทั้งกลุ่ม ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เพราะ JMART SINGER และ SGC พลิกมีกำไรสุทธิแล้ว แต่ JMT รายงานกำไรลดลงเหลือ 418 ล้านบาท
โดย JMART รายงานไตรมาส 1/67 มีกำไรสุทธิ 235.8 ล้านบาท เทียบปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 294.7 ล้านบาท ส่วน SINGER รายงานกำไรสุทธิ 20 ล้านบาท เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 843 ล้านบาท
ขณะที่ SGC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1/67 มีกำไรสุทธิ 18 ล้านบาท ในขณะที่งวดเดียวกันของปีก่อนมีผลขาดทุนสุทธิ 368 ล้านบาท และ JMT มีกำไรสุทธิ 418.3 ล้านบาท ลดลง 7.7% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว
[นักวิเคราะห์แนะนำ “ขาย” JMT]
ล่าสุดนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมิน JMT โดยปรับคำแนะนำลงเป็น “ขาย” จากเดิม “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 16.40 บาท จากการปรับลดประมาณการกำไร และ de-rate PBV ลงสะท้อนความเสี่ยงในการซื้อหนี้เสียใหม่ลดลงและตั้งสำรองที่อาจมากกว่าคาด บริษัทรายงานกาไรสุทธิไตรมาส 1/67 ต่ำกว่าฝ่ายวิจัยคาดมาก
โดยมีความเสี่ยงต้องตั้งสำรองเพิ่ม ซึ่งปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 67 ลง -17% เป็น 1.78 พันล้านบาท ลดลง 11% จากปีก่อน และปี 68 ลง -21% เป็น 1.96 พันล้านบาท เติบโต 10% จากปีก่อน จากการปรับเพิ่ม credit cost เพื่อสะท้อนการติดตามหนี้ที่ยังไม่ดีขึ้น
ทั้งนี้ประเมินกำไรไตรมาส 2/67 จะยังไม่ดีตามภาวะเศรษฐกิจและวันหยุดที่มาก ทำให้ติดตามหนี้ได้น้อยลงและค่าใช้จ่ายสำรองจะยังทรงตัวสูง ส่วนราคาหุ้น underperform SET -25% ใน 3 เดือนที่ผ่านมา จากความกังวลต่อการติดตามหนี้เสียที่ลดลงตามเศรษฐกิจ โดยปรับคำแนะนำลงเป็น “ขาย” จากกำไรที่ขยายตัวต่ำและแนวโน้มการซื้อหนี้เสียใหม่ลดลงหลังใช้ responsible lending และบริษัทจะต้องสำรองเงินสดสำหรับการไถ่ถอนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในปี เดือน ก.ย. และ พ.ย. 67 อีก 1.6 พันล้านบาท
ขณะที่ SINGER นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มอง Negative ต่อกำไรสุทธิไตรมาส1/67 ที่ 20 ล้านบาท จากขาดทุนในไตรมาส 1/66 และ เพิ่มขึ้น 18% จากไตรมาสก่อน แม้ว่ากำไร สุทธิจะปรับตัวขึ้นทั้งช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน แต่ปัจจัยหลักมาจากการกลับรายการด้อยค่าสินค้าคงเหลือ ขณะที่ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังอ่อนแอ NPL ratio ปรับตัวขึ้นจาก 20.9% ในไตรมาสก่อน เป็น 22.3%
ดังนั้นคาดว่าในระยะสั้นบริษัทยังคงต้องเน้นเรื่องการจัดการคุณภาพสินทรัพย์ ส่งผลให้การเติบโตยังทำได้ยาก เชิงกลยุทธ์ยังแนะนำเลี่ยงการลงทุน โดยมองหุ้นในกลุ่มที่น่าสนใจสุดคือ JMT

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...