โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ลายเสือ'

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 15 ก.ค. 2567 เวลา 04.49 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2567 เวลา 03.00 น.
เสือโคร่ง - เสือจะใช้วิธีการซุ่มอยู่นิ่ง รอให้เหยื่อเข้ามาใกล้ ลายบนตัวช่วยพรางตัวไม่ให้เหยื่อสังเกตเห็นง่าย

ผมเขียนถึงเสือบ่อยๆ ใช่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือรอบรู้เรื่องเสือมากอะไร เพียงแต่เสือ คล้ายเป็นสิ่งมีชีวิตซึ่งอยู่ในใจ

ยิ่งเมื่อได้รู้ถึงวิถีการดำเนินชีวิตของพวกมัน ผมก็รู้สึกนับถือมันมากยิ่งขึ้น

ไม่ใช่เพราะความเป็นนักล่าผู้อยู่บนสุด แต่ “แนวทาง” ที่เสือจริงๆ ดำเนินนั่น เมื่อได้เรียนรู้ หลายอย่างนำมาใช้ได้ในการเดินไปบนหนทางชีวิต

ไม่ใช่เพื่อเป็นเสือ แต่เป็นตัวเองที่เดินบนเส้นทางที่เสือใช้

ผมมีโอกาสเห็นเสือจริงๆ ในป่าครั้งแรกตอนอายุราว 10 ขวบ

เป็นเหตุการณ์ที่ผมจำได้ดี และนึกถึงช่วงเวลานั้นบ่อยๆ

จำได้ทั้งเสือ และสิ่งที่พ่อบอก

เสือโคร่งตัวนั้นนั่งอยู่ข้างทาง ผมอยู่บนรถที่พ่อขับ มุ่งหน้าสู่ทิวเขาใหญ่ ทั้งที่มองข้างทางตลอด แต่ผมไม่เห็นอะไรจนกระทั่งพ่อจอดรถ และชี้ให้ดูเสือลุกขึ้นยืนเขม้นมองมาทางเรา ก่อนจะเดินช้าๆ หายเข้าไปในป่า

“เสือมันพรางตัวเก่ง ลายของมันกลมกลืนกับที่มันอยู่เวลาเสือนั่งนิ่งๆ หรือยืนเฉยๆ จะสังเกตเห็นมันยาก” พ่อบอก

เป็นวันแรกที่ผมเห็นเสือ รวมทั้งเป็นวันแรกที่ผมรู้จักกับคำว่า ลายเสือ

แต่ใช้เวลาอีกนานพอสมควร ผมจึงรู้ความหมายของลายเสือ

ที่พูดกันว่า “โลกนี้ไม่ได้มีเสือเพียงตัวเดียว” นั่นจริง

ประโยคนี้ ไม่ได้หมายถึงจำนวนเสือ แต่หมายถึงว่า เสือบนโลกนี้ ไม่มีสักตัว ที่มีลายเหมือนกัน

ไม่เพียงเสือต่างชนิดที่มีลายอันแตกต่าง ในเสือชนิดเดียวกัน ลายก็แตกต่างในรายละเอียด

เสือทุกชนิด ไม่ว่าลายขนจะเป็นลายดอก ลายจุด ลายทางยาว หรือสีขนเรียบๆ ไม่มีลวดลาย ความแตกต่างของลาย ถูกออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เสืออยู่

เสือใช้ประโยชน์จากลายสีขน ปกปิดตัวเอง รวมทั้งพรางตัวไม่ให้เหยื่อเห็น

เมื่อรวมกับทักษะอื่น เช่น มีดวงตาซึ่งมองเห็นในความมืด เห็นภาพเป็นมุมกว้าง กะระยะได้แม่นยำ มีประสาทหูที่ไว จับความเคลื่อนไหวเหยื่อที่อยู่ไกลๆ ได้

อีกทั้งมีฟันกรามแหลมคม กัดได้รุนแรงหนักหน่วง มีเล็บแหลม เล็บสามารถเก็บซ่อนไว้ในอุ้งตีนได้ ซึ่งช่วยให้ไม่เกิดเสียงเวลาเดินเข้าหาเหยื่อ และจะกางเล็บออกขณะตะปบเหยื่อ หรือเพื่อช่วยให้เกาะพื้นได้ดีเวลาวิ่ง

แต่ก็อย่างที่รู้กัน แม้ว่าจะมีร่างกายอันได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับงานมาอย่างดีเพียงไรก็ตาม แต่การล่าของเสือนั่นไม่เคยง่าย เสืออยู่กับความล้มเหลว ผิดพลาด และต้องเริ่มต้นใหม่เสมอ

เสือใช้ลายอำพรางตัว เพื่อไม่ให้เหยื่อเห็น

ดูคล้ายกับว่า ลายจะอำพรางกระทั่งคนไม่เห็น และไม่เข้าใจมันเช่นกัน

ผมพูดถึงเสือบ่อยๆ แต่ในป่า การพบเจอเสือไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

ไม่พบเจอตัว ร่องรอยต่างๆ ที่เสือทิ้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นรอยตีน รอยคุ้ยตะกุยดิน รอยขีดข่วนต้นไม้ กลิ่นสเปรย์ หรือฉี่ ที่เสือพ่นไว้ริมๆ ด่าน ทำให้รู้ว่าในป่านี้มีเสือ

เสือมักหลบเลี่ยงที่จะพบปะคน

แม้จะไม่พบร่องรอย ก็ไม่ได้หมายความว่าในป่าจะไม่มีเสือ

กับเรื่องของลายเสือ มีคำอธิบายง่ายๆ ของนักวิทยาศาสตร์ที่ว่า ลักษณะต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตจะถูกกำหนดจากสารพันธุกรรมที่เรียกว่ายีน ซึ่งอยู่ในเซลล์ทุกเซลล์ของสิ่งมีชีวิต โดยทุกๆ เซลล์มียีนจำนวนมหาศาล และยีนแต่ละตัวก็ทำหน้าที่กำหนดลักษณะปลีกย่อยต่างๆ กัน

ลายของเสือ เกิดจากการแสดงออกร่วมกันของลักษณะปลีกย่อยหลายอย่าง เช่น รูปแบบของลาย ความเข้มของสี ลักษณะปลีกย่อยเหล่านี้ถูกควบคุมจากยีนต่างชนิดกัน คาดว่ามียีนอยู่ไม่น้อยกว่า 8 ชนิดที่ควบคุมให้เกิดลายเสือ

ลายเสือตั้งแต่เกิดจนตาย จะไม่เปลี่ยน เพียงสีจะเข้มขึ้นเมื่อเติบโตเต็มวัย

และจะจางลงเมื่อชราภาพ

เวลาผ่านมานาน ตั้งแต่ครั้งแรกที่มีโอกาสพบเจอเสือ วิถีของการทำงาน ทำให้มีโอกาสได้พบเจอ เรียนรู้ความเป็นไป และวิถีจริงๆ ของเสือ

เวลาทำให้เข้าใจความหมายของคำว่า “ลายเสือ”

สีของลายที่จางลง มาพร้อมกับวัยอันร่วงโรย ประสบการณ์มากยิ่งขึ้น ความแข็งแกร่งภายนอก ย้ายไปอยู่ข้างใน

สีของลายที่จางลง ยิ่งช่วยอำพราง

ลายทำให้ไม่ให้เห็นว่า ที่นั่งนิ่งๆ อยู่นั้นคือ เสือ •

หลังเลนส์ในดงลึก | ปริญญากร วรวรรณ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ลายเสือ’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...