เตรียมท่อง ‘เมือง’ ทั่วโลก ! ผ่าน 6 วัฒนธรรมสุดแปลกที่คุณ (อาจ) ไม่เคยรู้ ในแคมเปญโฆษณาเจ๋ง ๆ
ถ้าพูดถึงความกว้างใหญ่ของจักรวาลนี้ นั่นก็คือความไร้ขอบเขตที่มิอาจเห็นได้ด้วยตาเปล่า ! เพราะแค่ขนาดโลกเราก็ยังไม่สามารถไปได้ทั่วทุกพื้นที่เลย
ซึ่งถ้ามองให้เล็กลงเหลือแค่เพียงประเทศไทยนั้น ยังมีการแบ่งภาคเป็น 4 ภาคด้วยกัน ซึ่งแต่ละภาคก็มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป นั่นก็หมายความว่าในทั่วโลกยังมีอีกหลากอย่างให้เราได้ซึมซับด้วยกันมากมายอย่างแน่นอน !
วันนี้แอดเลยจะพาทุกคนไปพบกับความหลากหลายของวัฒนธรรมผ่านการเล่าเรื่องสุดแหวกใน 6 แคมเปญโฆษณาเจ๋ง ๆ จากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็น เอเชีย, อเมริกาเหนือ, และแอฟริกา ที่พูดถึงวิถีชีวิตต่าง ๆ ของความแตกต่างในแต่ละวัฒนธรรมด้วยกัน
และถ้าใครชื่นชอบวัฒนธรรมไหนหรือมีวัฒนธรรมสุดแหวกมาแนะนำ สามารถคอมเมนต์เข้ามากันได้เลยคร้าบ !
🧺Cultureช้อป : โปรเจกต์ของนักศึกษาฝึกงาน AD ADDICT ที่อยากพาทุกคนไปชอปปิงวัฒนธรรมหลากหลายจากทั่วโลก จะมีวัฒนธรรมเจ๋ง ๆ อะไรให้หยิบใส่ตะกร้าบ้าง รอติดตามกันได้เลยย !
1. ประเทศอินเดีย: ยิ่งบีบแตร รถยิ่งติด !
ถ้าพูดถึงประเทศยอดฮิตที่หลายคนอยากไป ต้องมี ‘อินเดีย’ ติด 1 ใน 10 อย่างแน่นอน ! จากที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก ทำให้เป็นแหล่งรวมอารยธรรมและวัฒนธรรมที่หลากหลายเป็นจำนวนมากจนใคร ๆ ก็อยากไปดูให้เห็นกับตา !
ซึ่งวันนี้แอดขอเสนอ Culture ที่ใครไปอินเดียต้องเจอแน่ ! นั่นคือ “เรื่องรถติดที่มาพร้อมกับเสียงบีบแตรสุดอลเวง” เพราะเป็นประเทศที่มีประชากรมากกว่า 1.4 พันล้านคน ทำให้มีรถยนต์บนท้องถนนเยอะตามไปด้วย และคนส่วนใหญ่ก็ยังไม่เคารพกฎจราจร มีการจอดรถขวางทางหรือเปลี่ยนเลนกะทันหัน จึงทำให้เกิดวัฒนธรรมสุดแปลกนี้ขึ้นมา
ซึ่งภาพที่ผ่านสื่อและชาวคอนเทนต์มานักต่อนักต้องคุ้นเคยและสงสัยเป็นอย่างแน่ว่า “ทำไมพวกเขาถึงบีบแตรกันอย่างเมามันแบบนี้” แต่เรื่องนี้จะยิ่งแปลกไปกว่าเดิม เพราะตำรวจมุมไบจับมือกับเอเจนซี FCB Interface คิดไอเดียเจ๋ง ๆ มาสู้กับความแปลกนี้ด้วยกัน !
โดยแคมเปญนี้มีชื่อว่า ‘Punishing Signal’ ที่มาแก้เกมพวกชอบก่อกวนและส่งเสียงดังรบกวนไปทั่วจราจร ด้วยการเพิ่มเวลาไฟแดงให้นานยิ่งขึ้นจากการที่คนบีบแตรใส่กันบนท้องถนน ! เล่นเอาคนที่ทำตัวแปลก ๆ ไม่กล้าแผลงฤทธิ์กันเลยทีเดียว
ถือว่าเป็นแคมเปญที่เจ๋งมาก ได้โชว์ไอเดียสุดว้าวผ่านการเล่าเรื่องแบบใหม่ ลงทุนแก้เผ็ดพวกที่ชอบก่อกวนบนท้องถนน เพื่อรณรงค์ให้คนเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัดมากขึ้นจากตำรวจในเมืองมุมไบ พร้อมยังทำให้เห็นประเทศอินเดียก็มีความคิดสร้างสรรค์ไม่แพ้ชาติใดในโลกอีกด้วย
2. ประเทศญี่ปุ่น: เกี๊ยวซ่าต้องฐานไหม้ถึงจะขลัง !
Weird Advertising และความเล่นใหญ่ได้ถูกมัดรวมไว้ในแดนอาทิตย์อุทัยนี้แล้ว ! ญี่ปุ่นถือว่าเป็นประเทศที่นิยมเป็นอย่างมาก เพราะมีวัฒนธรรมให้ใครหลายคนอยากไปเที่ยวไม่ว่าจะเป็น ชุดประจำชาติสุดน่ารัก สถานที่ท่องเที่ยวอันงามตา และมีอาหารแสนอร่อยให้เลือกหลากหลายที่ใคร ๆ ก็อยากไปชิมกัน !
ซึ่งอาหารยอดฮิตที่นับว่าเป็น Culture อย่างนึงเลยที่คิดว่าทุกคนต้องรู้จักนั่นคือ ‘เกี๊ยวซ่า’ แป้งห่อไส้สุดแสนอร่อย แต่เกี๊ยวซ่าครั้งนี้จะแตกต่างไปเดิม เพราะได้เกิดกระแสลบจากบนโซเชียลมีคนโพสต์ว่าเกี๊ยวซ่าจากแบรนด์ Ajinomoto ชื่อดังนั้นติดกระทะ ทอดออกมาไม่น่ากิน ทำให้แบรนด์ต้อง Take action ออกมาขอโทษ พร้อมความเล่นใหญ่สุดแปลกที่ไม่คาดคิด !
โดย Ajinomoto ได้คิดแคมเปญสุดแหวก ‘Frying Pan Challenge’ พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการเชิญชวนทุกคนนำกระทะจากแต่ละบ้าน มาวิจัยเพื่อการคิดค้นสุดเกี๊ยวซ่าที่ถูกใจทุกคน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามมีพ่อบ้านแม่บ้านส่งกระทะมาถึง 3,500 ใบ !
แคมเปญในครั้งนี้มีการวิจัยอย่างจริงจังสำรวจกระทะผ่านเครื่องการสแกน 3D ในแต่ละใบ โดยพบว่า กระทะที่ทางบ้านส่งมานั้นมีการเสื่อมสภาพตามการเวลา ทำให้การทอดเกี๊ยวซ่ามีการไหม้ติดกระทะ นอกจากนี้แบรนด์เองยังคิดสูตรใหม่ให้เกี๊ยวซ่าเหนียวน้อยลง ลดโอกาสการติดกระทะอีกด้วย
นับว่าเป็นเป็นแคมเปญที่แหวกแนว เล่นใหญ่ โชว์เมนูสุดขลังอย่างเกี๊ยวซ่ามาสร้างปรากฎการณ์สุดยิ่งใหญ่ ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์พร้อมกับวิทยาศาสตร์มาแก้ไขปัญหา ให้ทางแบรนด์ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และยังทำให้เห็นอีกว่าแค่การกินเกี๊ยวซ่ายังสามารถทำให้เป็นเรื่องจริงจังมากขึ้นมาได้ สมกับเป็นญี่ปุ่นจริง ๆ
3. ประเทศดูไบ: สาวอาหรับกับการเล่นกีฬาไม่ได้ !
นี่คือปรากฎการณ์สุดยิ่งใหญ่ ปลุกใจสาวอาหรับให้ลงสนาม ! วัฒนธรรมอีกหนึ่งอย่างที่หลาย ๆ ประเทศอาจไม่เคยพบเจอ นั่นคือการที่ผู้หญิงถูกปลูกฝังไม่ให้เล่นกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศแถบอาหรับ ที่มีสถิติพบว่า เด็กสาวชาวอาหรับได้เลิกเล่นกีฬาตอนอายุ 14 ปีถึง 73% !
แต่แบรนด์กีฬาอย่าง Adidas ขอท้าความแปลกในครั้งนี้ ด้วยแคมเปญ ‘Female Field’ สนามบอลหญิงในดูไบ ที่สนับสนุนให้สาวอาหรับกลับมาสนามอีกครั้ง พร้อมกับมี ‘จุด 2 จุด’ บนสนามที่เป็นสัญลักษณ์ของเพศหญิงในภาษาอาหรับ เพื่อสื่อว่าออกแบบมาเพื่อผู้หญิงอย่างแท้จริง !
และความแตกต่าง แต่ไม่แปลกแยกในครั้งนี้ Adidas ยังมีแผนจะสนับสนุนให้วัฒนธรรมมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีเพิ่มขึ้น ด้วยการสร้างสนามบาสเกตบอล สนามฟุตบอลชายหาด และลานสเก็ตฮ็อกกี้น้ำแข็งสำหรับผู้หญิงเพิ่มขึ้นอีกด้วย !
สำหรับไอเดียนี้แอดคิดว่าเป็นการสร้างแรงกระตุ้นให้สาวอาหรับหลายคนได้มีกำลังใจมากขึ้นในการที่จะกลับลงมาสนาม ด้วย Passion อันแรงกล้า ผ่านการสนับสนุนจากแบรนด์ที่ชวนให้ออกนอกกรอบหลุดจากวัฒนธรรมเดิม ๆ และแบรนด์ยังโชว์ความคิดสร้างสรรค์ให้โลกได้รู้ว่ากีฬาไม่ใช่แค่ของผู้ชายอีกด้วย
4. ประเทศไต้หวัน: ไหว้พิซซ่าเต่านินจา !? ในเทศกาลเช็งเม้ง
มาดูไอเดียวันลูกหลานเชื้อสายจีน ! เทศกาลเช็งเม้งเป็นอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญของลูกหลานชาวจีนที่จะรวมตัวไปไหว้บรรพบุรุษกันที่ ‘สุสาน’ หรือ ‘ฮวงซุ้ย’ แต่เช็งเม้งคราวนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะไต้หวันได้สร้างปรากฎการณ์ครั้งใหม่นั่นคือ ‘พิซซ่าเต่านินจา’ !?
โดยแคมเปญสุดแปลกในครั้งนี้มาจากแบรนด์ยอดฮิต ‘Pizza Hut’ ที่ได้แรงบันดาลใจจากการ์ตูนในตำนานอย่าง “Teenage Mutant Ninja Turtles หรือ เต่านินจา” เลยได้ออกแบบดีไซน์ ‘พิซซ่าเต่านินจา’ มาต้อนรับเทศกาลเช็งเม้งในช่วงต้นเดือนเมษายน
ขอบคุณภาพจากผู้ใช้ X @TitusChiuTW
ซึ่งรูปลักษณ์ที่ออกมาค่อนข้างใหม่มาก ! เพราะกระดองเต่าตกแต่งไปด้วยผักชีและขนมชิงถวนสีเขียวที่เป็นขนมมงคลประจำเทศกาล พร้อมกับปั้นชีสกลม ๆ ไว้ด้านนอก ส่วนหัวกับเท้าเป็นรสชาติของถั่วแดง
และเหตุผลสำคัญที่ทำไมแบรนด์ออกเมนูสุดพิเศษนี้ขึ้นมา เพราะว่าเต่าเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงอายุยืนยาว และต้องการผสมผสานวัฒนธรรมทางตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัวที่สุด
แอดคิดว่าแคมเปญนี้ทำให้เกิดความแปลกใหม่ในวัฒนธรรมได้อย่างดีเยี่ยมไปเลย เพราะได้เพิ่มสีสันให้กับเทศกาลเช็งเม้งผ่านความคิดสร้างสรรค์ และสัญลักษณ์ที่มีความหมายสุดลึกซึ้ง จึงทำให้ใครหลายคนจดจำแบรนด์พร้อมกับความแปลกในครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน
5. ประเทศคอสตาริกา: ศิลปะ 5,000 ปีที่ยังมีชีวิตอยู่ !
ศิลปะที่มีอายุมากกว่า 5,000 ปี จากยุคก่อนโคลัมบัสที่ใครอาจจะไม่รู้จัก ! ทวีปอเมริกาเหนือยังมีอีก 1 ประเทศที่รวมเรื่องราววัฒนธรรมต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน โดยนั่นคือ คอสตาริกา ที่อยู่แถบภูมิภาคอเมริกากลางนี่เอง !
โดยแอดจะขอนำเสนอวัฒนธรรมจากคอสตาริกา ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันสวยงาม และยังมีศิลปะซ่อนอยู่ในจังหวัด Guanacaste ที่อยู่อาศัยของชุมชน Guaitil ซึ่งเป็นดินแดนด้านการอนุรักษ์วิถีชีวิตที่ยังคงสร้างศิลปะเครื่องปั้นดินเผา Chorotega ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สวยงาม และแปลกตาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน
แต่ในช่วงการระบาดของโรคโควิด 19 ประเทศนี้ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากอุตสหกรรมการท่องเที่ยว ทำให้เกือบสูญเสียวัฒนธรรมไป แต่แล้ว KFC ได้เห็นวิกฤตนี้ทำให้เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมาสร้างแคมเปญสุดสร้างสรรค์ออกมา เพื่อให้วัฒนธรรมอันดีงามนี้ได้สืบสานกันต่อไปรุ่นสู่รุ่น !
โดยแคมเปญ ‘Annexation Bucket’ ได้นำศิลปะท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้สร้างถังใส่ไก่ KFC จากลวดลายสุดแปลกตา ที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศนี้มาถึง 45 ลาย ซึ่งตรงกับจำนวนสาขาที่มีในประเทศนี้อีกด้วย เพื่อช่วยให้เครื่องปั้นดินเผาสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ทำกำไรให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น
ณ ดินแดนแห่งนี้แอดคิดว่ายังมีอีกหลายวัฒนธรรมที่แปลกตาซ่อนอยู่อีกแน่นอน และแคมเปญสุดยอดเยี่ยมนี้ทำให้เห็นแล้วว่า KFC พร้อมที่จะสนับสนุนและขับเคลื่อนวัฒนธรรมอีกมากมายให้เป็นที่รู้จักต่อสายตาชาวโลกกันอีกแน่ !
6. ประเทศในทวีปแอฟริกาตะวันตก: ใช้ภาษา ADLaM อักษรเขียนมือ ที่ไม่มีจารึกในดิจิทัล
ถ้าหากพูดถึง “ภาษา” ถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่ในการใช้สื่อสาร และทั่วทุกมุมโลกยังแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรม ซึ่งบางทีทุกคนอาจยังไม่ได้รู้จักครบทุกภาษา เพราะบางภาษายังไม่มีการใช้อย่างแพร่หลาย
โดยแอดจะพามารู้จักกับ ‘ภาษาพูลาร์’ ที่ใช้พูดกันในประเทศแถบภูมิภาคตะวันตกของแอฟริกา เช่น ไนจีเรีย กินี และมาลาวี แต่ปัญหาของภาษานี้คือ “ไม่มีตัวอักษร” ทำให้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของวัฒนธรรมได้ !
ซึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2532 สองพี่น้องชาวฟูลานี อิบราฮิมาและอับดูลายบาร์รี ได้มีวิธีแก้ปัญหาสุดเจ๋งคิดค้นตัวอักษร ‘ADLaM’ ที่ใช้สำหรับภาษาพูลาร์ เพื่อต้องการให้ภาษานี้คงอยู่และสืบต่อไป ไม่ให้วัฒนธรรมตายไปจากโลก แต่อย่างไรภาษานี้ก็ยังไม่ได้ถูกจารึก และบัญญัติลงระบบดิจิทัล
จึงเกิดเป็นไอเดียสุดอิมแพคจาก ‘Microsoft’ ที่ร่วมมือกับพี่น้องอิบราฮิมาและอับดูลายบาร์รี นำตัวอักษร ADLaM มาอยู่ในโลกแห่งดิจิทัล ที่มีให้ใช้ทั้งเดสก์ท็อปและแพลตฟอร์มบนมือถือ แถมยังได้นักออกแบบตัวอักษรมาปรับใช้ให้อ่านและเขียนง่ายขึ้น เพื่อสะดวกต่อการใช้งาน และเผยแพร่ให้วัฒนธรรมให้ได้รู้จักกันอย่างกว้างขวางมากขึ้น !
ทำให้ปัจจุบันอักษร ADLaM มีความเชื่อมั่นและนิยมใช้จากชาวฟูลานีกันอย่างมาก จนมีการเรียนการสอนเปิดหลักสูตร ADLaM ให้เด็ก ๆ ได้เข้าใจและสืบทอดวัฒนธรรมต่อไป พร้อมกับรัฐบาลประเทศมาลาวีและกินีกำลังดำเนินการเรื่องสุดยิ่งใหญ่ให้มีการรับรอง ADLaM เป็นตัวอักษรอย่างเป็นทางการอีกด้วย
สำหรับแอดคิดว่าความแปลกในแคมเปญนี้คือ ‘ตัวอักษรพึ่งถูกจารึกลงระบบดิจิทัล’ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ทำให้วัฒนธรรมของประเทศแถบแอฟริกาตะวันตกไม่สูญหายไปตามกาลเวลา เพราะตัวอักษรนั้นยังทำให้วัฒนธรรมอื่น ๆ อย่าง เพลงพื้นเมือง ได้ดำรงอยู่และรู้จักกันทั่วโลกอย่างแน่นอน !