โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เตรียมท่อง ‘เมือง’ ทั่วโลก ! ผ่าน 6 วัฒนธรรมสุดแปลกที่คุณ (อาจ) ไม่เคยรู้ ในแคมเปญโฆษณาเจ๋ง ๆ

Ad Addict

อัพเดต 24 มิ.ย. 2567 เวลา 06.30 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2567 เวลา 06.30 น. • lluispk

ถ้าพูดถึงความกว้างใหญ่ของจักรวาลนี้ นั่นก็คือความไร้ขอบเขตที่มิอาจเห็นได้ด้วยตาเปล่า ! เพราะแค่ขนาดโลกเราก็ยังไม่สามารถไปได้ทั่วทุกพื้นที่เลย

ซึ่งถ้ามองให้เล็กลงเหลือแค่เพียงประเทศไทยนั้น ยังมีการแบ่งภาคเป็น 4 ภาคด้วยกัน ซึ่งแต่ละภาคก็มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป นั่นก็หมายความว่าในทั่วโลกยังมีอีกหลากอย่างให้เราได้ซึมซับด้วยกันมากมายอย่างแน่นอน !

วันนี้แอดเลยจะพาทุกคนไปพบกับความหลากหลายของวัฒนธรรมผ่านการเล่าเรื่องสุดแหวกใน 6 แคมเปญโฆษณาเจ๋ง ๆ จากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็น เอเชีย, อเมริกาเหนือ, และแอฟริกา ที่พูดถึงวิถีชีวิตต่าง ๆ ของความแตกต่างในแต่ละวัฒนธรรมด้วยกัน

และถ้าใครชื่นชอบวัฒนธรรมไหนหรือมีวัฒนธรรมสุดแหวกมาแนะนำ สามารถคอมเมนต์เข้ามากันได้เลยคร้าบ !

🧺Cultureช้อป : โปรเจกต์ของนักศึกษาฝึกงาน AD ADDICT ที่อยากพาทุกคนไปชอปปิงวัฒนธรรมหลากหลายจากทั่วโลก จะมีวัฒนธรรมเจ๋ง ๆ อะไรให้หยิบใส่ตะกร้าบ้าง รอติดตามกันได้เลยย !

1. ประเทศอินเดีย: ยิ่งบีบแตร รถยิ่งติด !

ถ้าพูดถึงประเทศยอดฮิตที่หลายคนอยากไป ต้องมี ‘อินเดีย’ ติด 1 ใน 10 อย่างแน่นอน ! จากที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก ทำให้เป็นแหล่งรวมอารยธรรมและวัฒนธรรมที่หลากหลายเป็นจำนวนมากจนใคร ๆ ก็อยากไปดูให้เห็นกับตา !

ซึ่งวันนี้แอดขอเสนอ Culture ที่ใครไปอินเดียต้องเจอแน่ ! นั่นคือ “เรื่องรถติดที่มาพร้อมกับเสียงบีบแตรสุดอลเวง” เพราะเป็นประเทศที่มีประชากรมากกว่า 1.4 พันล้านคน ทำให้มีรถยนต์บนท้องถนนเยอะตามไปด้วย และคนส่วนใหญ่ก็ยังไม่เคารพกฎจราจร มีการจอดรถขวางทางหรือเปลี่ยนเลนกะทันหัน จึงทำให้เกิดวัฒนธรรมสุดแปลกนี้ขึ้นมา

ซึ่งภาพที่ผ่านสื่อและชาวคอนเทนต์มานักต่อนักต้องคุ้นเคยและสงสัยเป็นอย่างแน่ว่า “ทำไมพวกเขาถึงบีบแตรกันอย่างเมามันแบบนี้” แต่เรื่องนี้จะยิ่งแปลกไปกว่าเดิม เพราะตำรวจมุมไบจับมือกับเอเจนซี FCB Interface คิดไอเดียเจ๋ง ๆ มาสู้กับความแปลกนี้ด้วยกัน !

โดยแคมเปญนี้มีชื่อว่า ‘Punishing Signal’ ที่มาแก้เกมพวกชอบก่อกวนและส่งเสียงดังรบกวนไปทั่วจราจร ด้วยการเพิ่มเวลาไฟแดงให้นานยิ่งขึ้นจากการที่คนบีบแตรใส่กันบนท้องถนน ! เล่นเอาคนที่ทำตัวแปลก ๆ ไม่กล้าแผลงฤทธิ์กันเลยทีเดียว

ถือว่าเป็นแคมเปญที่เจ๋งมาก ได้โชว์ไอเดียสุดว้าวผ่านการเล่าเรื่องแบบใหม่ ลงทุนแก้เผ็ดพวกที่ชอบก่อกวนบนท้องถนน เพื่อรณรงค์ให้คนเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัดมากขึ้นจากตำรวจในเมืองมุมไบ พร้อมยังทำให้เห็นประเทศอินเดียก็มีความคิดสร้างสรรค์ไม่แพ้ชาติใดในโลกอีกด้วย

Source

2. ประเทศญี่ปุ่น: เกี๊ยวซ่าต้องฐานไหม้ถึงจะขลัง !

Weird Advertising และความเล่นใหญ่ได้ถูกมัดรวมไว้ในแดนอาทิตย์อุทัยนี้แล้ว ! ญี่ปุ่นถือว่าเป็นประเทศที่นิยมเป็นอย่างมาก เพราะมีวัฒนธรรมให้ใครหลายคนอยากไปเที่ยวไม่ว่าจะเป็น ชุดประจำชาติสุดน่ารัก สถานที่ท่องเที่ยวอันงามตา และมีอาหารแสนอร่อยให้เลือกหลากหลายที่ใคร ๆ ก็อยากไปชิมกัน !

ซึ่งอาหารยอดฮิตที่นับว่าเป็น Culture อย่างนึงเลยที่คิดว่าทุกคนต้องรู้จักนั่นคือ ‘เกี๊ยวซ่า’ แป้งห่อไส้สุดแสนอร่อย แต่เกี๊ยวซ่าครั้งนี้จะแตกต่างไปเดิม เพราะได้เกิดกระแสลบจากบนโซเชียลมีคนโพสต์ว่าเกี๊ยวซ่าจากแบรนด์ Ajinomoto ชื่อดังนั้นติดกระทะ ทอดออกมาไม่น่ากิน ทำให้แบรนด์ต้อง Take action ออกมาขอโทษ พร้อมความเล่นใหญ่สุดแปลกที่ไม่คาดคิด !

โดย Ajinomoto ได้คิดแคมเปญสุดแหวก ‘Frying Pan Challenge’ พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการเชิญชวนทุกคนนำกระทะจากแต่ละบ้าน มาวิจัยเพื่อการคิดค้นสุดเกี๊ยวซ่าที่ถูกใจทุกคน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามมีพ่อบ้านแม่บ้านส่งกระทะมาถึง 3,500 ใบ !

แคมเปญในครั้งนี้มีการวิจัยอย่างจริงจังสำรวจกระทะผ่านเครื่องการสแกน 3D ในแต่ละใบ โดยพบว่า กระทะที่ทางบ้านส่งมานั้นมีการเสื่อมสภาพตามการเวลา ทำให้การทอดเกี๊ยวซ่ามีการไหม้ติดกระทะ นอกจากนี้แบรนด์เองยังคิดสูตรใหม่ให้เกี๊ยวซ่าเหนียวน้อยลง ลดโอกาสการติดกระทะอีกด้วย

นับว่าเป็นเป็นแคมเปญที่แหวกแนว เล่นใหญ่ โชว์เมนูสุดขลังอย่างเกี๊ยวซ่ามาสร้างปรากฎการณ์สุดยิ่งใหญ่ ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์พร้อมกับวิทยาศาสตร์มาแก้ไขปัญหา ให้ทางแบรนด์ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และยังทำให้เห็นอีกว่าแค่การกินเกี๊ยวซ่ายังสามารถทำให้เป็นเรื่องจริงจังมากขึ้นมาได้ สมกับเป็นญี่ปุ่นจริง ๆ

Source

3. ประเทศดูไบ: สาวอาหรับกับการเล่นกีฬาไม่ได้ !

นี่คือปรากฎการณ์สุดยิ่งใหญ่ ปลุกใจสาวอาหรับให้ลงสนาม ! วัฒนธรรมอีกหนึ่งอย่างที่หลาย ๆ ประเทศอาจไม่เคยพบเจอ นั่นคือการที่ผู้หญิงถูกปลูกฝังไม่ให้เล่นกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศแถบอาหรับ ที่มีสถิติพบว่า เด็กสาวชาวอาหรับได้เลิกเล่นกีฬาตอนอายุ 14 ปีถึง 73% !

แต่แบรนด์กีฬาอย่าง Adidas ขอท้าความแปลกในครั้งนี้ ด้วยแคมเปญ ‘Female Field’ สนามบอลหญิงในดูไบ ที่สนับสนุนให้สาวอาหรับกลับมาสนามอีกครั้ง พร้อมกับมี ‘จุด 2 จุด’ บนสนามที่เป็นสัญลักษณ์ของเพศหญิงในภาษาอาหรับ เพื่อสื่อว่าออกแบบมาเพื่อผู้หญิงอย่างแท้จริง !

และความแตกต่าง แต่ไม่แปลกแยกในครั้งนี้ Adidas ยังมีแผนจะสนับสนุนให้วัฒนธรรมมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีเพิ่มขึ้น ด้วยการสร้างสนามบาสเกตบอล สนามฟุตบอลชายหาด และลานสเก็ตฮ็อกกี้น้ำแข็งสำหรับผู้หญิงเพิ่มขึ้นอีกด้วย !

สำหรับไอเดียนี้แอดคิดว่าเป็นการสร้างแรงกระตุ้นให้สาวอาหรับหลายคนได้มีกำลังใจมากขึ้นในการที่จะกลับลงมาสนาม ด้วย Passion อันแรงกล้า ผ่านการสนับสนุนจากแบรนด์ที่ชวนให้ออกนอกกรอบหลุดจากวัฒนธรรมเดิม ๆ และแบรนด์ยังโชว์ความคิดสร้างสรรค์ให้โลกได้รู้ว่ากีฬาไม่ใช่แค่ของผู้ชายอีกด้วย

Source

4. ประเทศไต้หวัน: ไหว้พิซซ่าเต่านินจา !? ในเทศกาลเช็งเม้ง

มาดูไอเดียวันลูกหลานเชื้อสายจีน ! เทศกาลเช็งเม้งเป็นอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญของลูกหลานชาวจีนที่จะรวมตัวไปไหว้บรรพบุรุษกันที่ ‘สุสาน’ หรือ ‘ฮวงซุ้ย’ แต่เช็งเม้งคราวนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะไต้หวันได้สร้างปรากฎการณ์ครั้งใหม่นั่นคือ ‘พิซซ่าเต่านินจา’ !?

โดยแคมเปญสุดแปลกในครั้งนี้มาจากแบรนด์ยอดฮิต ‘Pizza Hut’ ที่ได้แรงบันดาลใจจากการ์ตูนในตำนานอย่าง “Teenage Mutant Ninja Turtles หรือ เต่านินจา” เลยได้ออกแบบดีไซน์ ‘พิซซ่าเต่านินจา’ มาต้อนรับเทศกาลเช็งเม้งในช่วงต้นเดือนเมษายน

ขอบคุณภาพจากผู้ใช้ X @TitusChiuTW

ซึ่งรูปลักษณ์ที่ออกมาค่อนข้างใหม่มาก ! เพราะกระดองเต่าตกแต่งไปด้วยผักชีและขนมชิงถวนสีเขียวที่เป็นขนมมงคลประจำเทศกาล พร้อมกับปั้นชีสกลม ๆ ไว้ด้านนอก ส่วนหัวกับเท้าเป็นรสชาติของถั่วแดง

และเหตุผลสำคัญที่ทำไมแบรนด์ออกเมนูสุดพิเศษนี้ขึ้นมา เพราะว่าเต่าเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงอายุยืนยาว และต้องการผสมผสานวัฒนธรรมทางตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัวที่สุด

แอดคิดว่าแคมเปญนี้ทำให้เกิดความแปลกใหม่ในวัฒนธรรมได้อย่างดีเยี่ยมไปเลย เพราะได้เพิ่มสีสันให้กับเทศกาลเช็งเม้งผ่านความคิดสร้างสรรค์ และสัญลักษณ์ที่มีความหมายสุดลึกซึ้ง จึงทำให้ใครหลายคนจดจำแบรนด์พร้อมกับความแปลกในครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน

Source

5. ประเทศคอสตาริกา: ศิลปะ 5,000 ปีที่ยังมีชีวิตอยู่ !

ศิลปะที่มีอายุมากกว่า 5,000 ปี จากยุคก่อนโคลัมบัสที่ใครอาจจะไม่รู้จัก ! ทวีปอเมริกาเหนือยังมีอีก 1 ประเทศที่รวมเรื่องราววัฒนธรรมต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน โดยนั่นคือ คอสตาริกา ที่อยู่แถบภูมิภาคอเมริกากลางนี่เอง !

โดยแอดจะขอนำเสนอวัฒนธรรมจากคอสตาริกา ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันสวยงาม และยังมีศิลปะซ่อนอยู่ในจังหวัด Guanacaste ที่อยู่อาศัยของชุมชน Guaitil ซึ่งเป็นดินแดนด้านการอนุรักษ์วิถีชีวิตที่ยังคงสร้างศิลปะเครื่องปั้นดินเผา Chorotega ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สวยงาม และแปลกตาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

แต่ในช่วงการระบาดของโรคโควิด 19 ประเทศนี้ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากอุตสหกรรมการท่องเที่ยว ทำให้เกือบสูญเสียวัฒนธรรมไป แต่แล้ว KFC ได้เห็นวิกฤตนี้ทำให้เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมาสร้างแคมเปญสุดสร้างสรรค์ออกมา เพื่อให้วัฒนธรรมอันดีงามนี้ได้สืบสานกันต่อไปรุ่นสู่รุ่น !

โดยแคมเปญ ‘Annexation Bucket’ ได้นำศิลปะท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้สร้างถังใส่ไก่ KFC จากลวดลายสุดแปลกตา ที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศนี้มาถึง 45 ลาย ซึ่งตรงกับจำนวนสาขาที่มีในประเทศนี้อีกด้วย เพื่อช่วยให้เครื่องปั้นดินเผาสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ทำกำไรให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น

ณ ดินแดนแห่งนี้แอดคิดว่ายังมีอีกหลายวัฒนธรรมที่แปลกตาซ่อนอยู่อีกแน่นอน และแคมเปญสุดยอดเยี่ยมนี้ทำให้เห็นแล้วว่า KFC พร้อมที่จะสนับสนุนและขับเคลื่อนวัฒนธรรมอีกมากมายให้เป็นที่รู้จักต่อสายตาชาวโลกกันอีกแน่ !

Source

6. ประเทศในทวีปแอฟริกาตะวันตก: ใช้ภาษา ADLaM อักษรเขียนมือ ที่ไม่มีจารึกในดิจิทัล

ถ้าหากพูดถึง “ภาษา” ถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่ในการใช้สื่อสาร และทั่วทุกมุมโลกยังแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรม ซึ่งบางทีทุกคนอาจยังไม่ได้รู้จักครบทุกภาษา เพราะบางภาษายังไม่มีการใช้อย่างแพร่หลาย

โดยแอดจะพามารู้จักกับ ‘ภาษาพูลาร์’ ที่ใช้พูดกันในประเทศแถบภูมิภาคตะวันตกของแอฟริกา เช่น ไนจีเรีย กินี และมาลาวี แต่ปัญหาของภาษานี้คือ “ไม่มีตัวอักษร” ทำให้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของวัฒนธรรมได้ !

ซึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2532 สองพี่น้องชาวฟูลานี อิบราฮิมาและอับดูลายบาร์รี ได้มีวิธีแก้ปัญหาสุดเจ๋งคิดค้นตัวอักษร ‘ADLaM’ ที่ใช้สำหรับภาษาพูลาร์ เพื่อต้องการให้ภาษานี้คงอยู่และสืบต่อไป ไม่ให้วัฒนธรรมตายไปจากโลก แต่อย่างไรภาษานี้ก็ยังไม่ได้ถูกจารึก และบัญญัติลงระบบดิจิทัล

จึงเกิดเป็นไอเดียสุดอิมแพคจาก ‘Microsoft’ ที่ร่วมมือกับพี่น้องอิบราฮิมาและอับดูลายบาร์รี นำตัวอักษร ADLaM มาอยู่ในโลกแห่งดิจิทัล ที่มีให้ใช้ทั้งเดสก์ท็อปและแพลตฟอร์มบนมือถือ แถมยังได้นักออกแบบตัวอักษรมาปรับใช้ให้อ่านและเขียนง่ายขึ้น เพื่อสะดวกต่อการใช้งาน และเผยแพร่ให้วัฒนธรรมให้ได้รู้จักกันอย่างกว้างขวางมากขึ้น !

ทำให้ปัจจุบันอักษร ADLaM มีความเชื่อมั่นและนิยมใช้จากชาวฟูลานีกันอย่างมาก จนมีการเรียนการสอนเปิดหลักสูตร ADLaM ให้เด็ก ๆ ได้เข้าใจและสืบทอดวัฒนธรรมต่อไป พร้อมกับรัฐบาลประเทศมาลาวีและกินีกำลังดำเนินการเรื่องสุดยิ่งใหญ่ให้มีการรับรอง ADLaM เป็นตัวอักษรอย่างเป็นทางการอีกด้วย

สำหรับแอดคิดว่าความแปลกในแคมเปญนี้คือ ‘ตัวอักษรพึ่งถูกจารึกลงระบบดิจิทัล’ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ทำให้วัฒนธรรมของประเทศแถบแอฟริกาตะวันตกไม่สูญหายไปตามกาลเวลา เพราะตัวอักษรนั้นยังทำให้วัฒนธรรมอื่น ๆ อย่าง เพลงพื้นเมือง ได้ดำรงอยู่และรู้จักกันทั่วโลกอย่างแน่นอน !

Source

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...