โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องกฎหมายเกี่ยวกับสมรสเท่าเทียมแต่ละประเทศทั่วโลก

INN News

อัพเดต 01 ก.ค. 2567 เวลา 10.34 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2567 เวลา 01.30 น. • INN News

เพราะโลกนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเพศชายและเพศหญิง สิ่งมีชีวิตหลายอย่างบนโลกอย่างสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิดก็สามารถพบความหลากหลายทางเพศได้เช่นกัน ดังนั้นจึงอาจสันนิษฐานได้ว่าเรื่องเพศเป็นสิ่งที่มีความหลากหลายโดยธรรมชาติที่มีมานานแล้ว

เพียงแต่ในสมัยก่อน LGBTIQAN+ หรือที่เราเรียกพวกเขาว่า ตุ๊ด เกย์ กะเทย ทอม ดี้ รวมถึงภาพจำที่ว่า ชาย-หญิง ต้องคู่กัน หากแตกต่างจากนั้นจะถือว่าเป็นสิ่งที่แปลก ยังไม่ได้รับการยอมรับในสังคมอย่างกว้างขวางสักเท่าไหร่ แต่ในปัจจุบันสังคมเริ่มให้การยอมรับเรื่องความหลากหลายทางเพศมากขึ้น ผู้คนเริ่มกล้าที่จะยอมรับและเปิดเผยตัวตนกับสังคมมากขึ้น

และนอกจากความเท่าเทียมทางการแสดงออกถึงตัวตนโดยไม่มีเพศสภาพมาเป็นข้อจำกัดแล้ว ในหลายประเทศกำลังต่อสู่เพื่อความเท่าเทียมเพื่อจะได้สิทธิประโยชน์ทางกฎหมายรองรับอย่างเท่าเทียมเช่นกัน ในปัจจุบันมีหลายประเทศที่ยอมรับและรับรองให้มีการสมรสระหว่างเพศเดียวกันได้ดังนี้

ประเทศเนเธอร์แลนด์

ประเทศแรกในโลกที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม อนุญาตให้บุคคลเพศเดียวกันมีสิทธิ สมรส หย่า และรับบุตรบุญธรรมได้ โดยรัฐสภาผ่านร่างกฎหมายตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2000 หรือมากกว่า 20 ปีก่อน และมีผลบังคับใช้ในเดือน เม.ย. ปีถัดมา ถือเป็นผู้บุกเบิกการตั้งกฎหมายสมรสเท่าเทียมขึ้นมาเลยก็ว่าได้

ประเทศเบลเยียม

หลังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเนเธอร์แลนด์ประกาศใช้กฎหมายสมรสเพศเดียวกัน ในปี 2003 รัฐสภาเบลเยียม ก็ได้ประกาศอนุญาตให้คู่สมรสเพศเดียวกัน สามารถรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยให้สิทธิเทียบเท่าคู่รักเพศตรงข้ามทุกประการ

ประเทศสเปน

การผลักดันให้มีกฎหมายสมรสเท่าเทียมเริ่มขึ้นในปี 2004 จนปีถัดมารัฐสภาของได้ผ่านร่างกฎหมายในปลายเดือน มิ.ย. 2005 แลมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในต้นเดือน ก.ค. โดยให้สิทธิทั้งการแต่งงานและการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ประเทศแคนาดา

รัฐสภาแคนาดาได้ปรับเปลี่ยนกฎหมาย ว่าด้วยเรื่องการสมรสของพลเมือง โดยได้เพิ่มการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันเข้าไปด้วย และได้รับการรับรองเป็นกฎหมายระดับชาติที่มีผลบังคับใช้ในปี 2005

ประเทศแอฟริกาใต้

เป็นเพียงประเทศเดียวในแอฟริกา ที่การแต่งงานของ LGBTQ+ ถูกกฎหมาย ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ ในแอฟริกา ออกกฎหมายที่จำกัดสิทธิของกลุ่มเพศหลากหลายอย่างต่อเนื่อง

ประเทศนอร์เวย์

สมรสเท่าเทียมกลายเป็นเรื่องถูกกฎหมายในนอร์เวย์เมื่อปี 2009 หลังจากถูกเสนอโดยฝ่ายนิติบัญญัติ และหลังประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม หนึ่งปีต่อมา โบสท์นิกาย Lutheran ทั่วประเทศก็ได้โหวตให้บาทหลวงในนิกายสามารถดำเนินพิธีแต่งงานให้คู่รักเพศเดียวกันได้

ประเทศสวีเดน

คู่รัก LGBTQ+ ในสวีเดนได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนคู่ชีวิตได้เมื่อปี 1995 แต่เพิ่งมีการเสนอร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมในปี 2009 และบังคับใช้ในวันที่ 1 พ.ค. ปีเดียวกันนั้น

ประเทศโปรตุเกส

รัฐสภาโปรตุเกสผ่านร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมในปี ค.ศ. 2010 และได้ประกาศอนุญาตให้คู่สมรสเพศเดียวกัน สามารถรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้ในปี ค.ศ. 2016

ประเทศไอซ์แลนด์

รัฐสภาไอซ์แลนด์มีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นชอบกฎหมายสมรสเท่าเทียมในเดือน มิ.ย. 2010 ภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี โจฮานนา ซิกูร์ดาร์โดตีร์ ซึ่งหลังจากที่สมรสเท่าเทียมมีผลทางกฎหมาย อดีตนายกรัฐมนตรี โจฮานนา ซิกูร์ดาร์โดตีร์ แต่งงานกับ โยนีนา เลโอซดอตตีร์ เป็นคู่รัก LGBTQ+ คู่แรก ที่แต่งงานภายใต้กฎหมายดังกล่าว

ประเทศอาร์เจนตินา

บังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมเมื่อ ก.ค. 2010 เป็นประเทศแรกในอเมริกาใต้ที่อนุญาตให้คู่รัก LGBTQ+ แต่งงานกันได้โดยถูกกฎหมาย

ประเทศเดนมาร์ก

เดนมาร์กนับเป็นประเทศแรกที่รับรองสถานภาพคู่รัก LGBTIQN ในฐานะ Domestic Partners หรือการอยู่กินด้วยกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยยังไม่ใช่สถานะสมรส ตั้งแต่ปี 1989 ต่อมาในปี 2012 รัฐสภาผ่านร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม และได้รับการรับรองจากสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกเรเธอที่ 2

ประเทศอุรุกวัย

อุรุกวัยเป็นประเทศแรกในลาตินอเมริกาที่บังคับใช้กฎหมายคู่ชีวิตในช่วงปี 2008 ก่อนที่สมรสเท่าเทียมจะถูกประกาศใช้ เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ก่อนหน้านี้ยอมรับการอยู่กินกันของคู่รักเพศเดียวกัน

ประเทศนิวซีแลนด์

ร่างกฎหมายสมรสเพศเดียวกัน ได้รับการอนุมัติจากสภาในปี ค.ศ. 2013 ด้วยคะแนนเสียง 77 ต่อ 44 เป็นประเทศแรกในโซนแปซิฟิก

ประเทศฝรั่งเศส

แม้จะถูกต่อต้านอย่างหนักจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมในประเทศ แต่ในปี 2013 ฝรั่งเศสก็สามารถผ่านร่างและบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมได้ในที่สุด อีกทั้งยังอนุญาตให้คู่รัก LGBTQ+ สามารถรับบุตรบุญธรรมได้ด้วย

ประเทศบราซิล

สภายุติธรรมแห่งชาติมีมติยอมรับให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถแต่งงานโดยจดทะเบียนสมรสได้ ทำให้บราซิลเป็นประเทศที่สองในอเมริกาใต้ ที่ประกาศผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม

ประเทศสหราชอาณาจักร

กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ในอังกฤษ เวลส์ และสกอตแลนด์ ตั้งแต่ปี 2014 ในขณะที่ไอร์แลนด์เหนือ สมรสเท่าเทียมถูกกฎหมายในปี 2020

ประเทศลักเซมเบิร์ก

สมรสเท่าเทียมผลทางกฎหมายตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2015 ภายใต้การสนับสนุนของ ซาเวียร์ เบทเทล นายกรัฐมนตรีของประเทศ และในเวลาต่อมา ซาเวียร์ เบทเทล นายกรัฐมนตรีลักเซมเบิร์ก ได้แต่งงานกับคู่รัก และเป็นคู่รัก LGBTQ+ คู่แรกของประเทศสมาชิก EU

ประเทศสหรัฐอเมริกา

36 รัฐ และวอชิงตัน ดี.ซี.นำร่องกฎหมายสมรสเท่าเทียมมาตั้งแต่ปี 2003 ก่อนศาลสูงสุดสหรัฐฯ จะตัดสินตามรัฐธรรมนูญ คู่รักเพศเดียวกันควรได้รับสิทธิในการแต่งงาน และทุกรัฐต้องยอมรับการแต่งงานทั้งหมด

ประเทศไอร์แลนด์

ไอร์แลนด์กลายเป็นประเทศแรกของโลกที่สมรสเท่าเทียมถูกกฎหมาย และผ่านร่างกฎหมายสมรสเพศเดียวกันด้วยการลงประชามติของประชาชนทั่วประเทศเมื่อปี ค.ศ. 2015

ประเทศโคลอมเบีย

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินว่า การแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันเป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ และได้รับการรับรองเป็นกฎหมายในเดือน เม.ย. 2016 ด้วยเสียงโหวตในสภาสัดส่วน 6 ต่อ 3

ประเทศฟินแลนด์

รัฐสภาฟินแลนด์ผ่านร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมตั้งแต่ พ.ย. 2014 ด้วยคะแนน 101 ต่อ 90 ก่อน เซาลี นีนิสเตอ ประธานาธิบดีฟินแลนด์ จะลงนามในกฎหมายฉบับนี้ในปี 2015 ก่อนจะมีการรับรองสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการในปี 2017 ในที่สุด

ประเทศมอลตา

ในปี 2014 มอลตาได้ประกาศใช้กฎหมายคู่ชีวิตสำหรับรักเพศหลากหลายและคู่รักเพศตรงข้าม โดยตัวกฎหมายให้สิทธิแก่คู่รัก รวมถึงการแต่งงานและสิทธิในการรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน ก่อนที่สมรสเท่าเทียมจะถูกประกาศใช้เป็นกฎหมายในภายหลัง (2017)

ประเทศเยอรมนี

รัฐสภาโหวตผ่านร่างกฎหมายสมรสของกลุ่มเพศหลากหลายในเดือน มิ.ย. 2017 และได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากสังคม มีผลบังคับใช้ ต.ค. ปีเดียวกันเป็นต้นมา ทำให้เยอรมนีเป็นประเทศแรกของยุโรปกลาง ที่จัดให้สมรสเท่าเทียมถูกต้องตามกฎหมาย

ประเทศออสเตรเลีย

มีการสำรวจทางไปรษณีย์พบว่า พลเมืองออสเตรเลียส่วนใหญ่สนับสนุนกฎหมายนี้ รัฐสภาจึงลงมติให้การแต่งงานของคนเพศเดียวกันถูกกฎหมาย มีผลบังคับใช้ 9 ธ.ค. 2017

ประเทศไต้หวัน

ไต้หวันกลายเป็นประเทศแรกในทวีปเอเชียที่อนุญาตให้คู่รัก LGBTQ+ แต่งงานกันได้อย่างถูกกฎหมาย

ประเทศออสเตรีย

ในปี ค.ศ. 2010 ออสเตรียอนุญาตให้คู่รัก Gay และ Lesbian สามารถจดทะเบียนเป็นคู่ชีวิตหรือ Civil Partnership ได้ก่อนที่ในปี ค.ศ. 2019 จะประกาศกฎหมายให้คู่รักเพศเดียวกันมีสถานภาพสมรสได้

ประเทศเอกวาดอร์

มีคู่รักเกย์ฟ้องร้องหน่วยงานภาครัฐที่ห้ามไม่ให้พวกเขาจดทะเบียน นำไปสู่การตัดสินของศาลสูงสุดที่เห็นชอบให้การสมรสเท่าเทียมเป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมาย มีผลตั้งแต่ ก.ค. 2019 แต่การรับบุตรบุญธรรมยังจำกัดเฉพาะคู่รักเพศตรงข้ามเท่านั้น

ประเทศคอสตาริกา

ประเทศแรกในอเมริกากลางที่อนุญาตให้คู่รัก LGBTQ+ แต่งงานกันได้โดยถูกกฎหมาย

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้เปิดให้ประชาชนลงมติในปี 2021 ว่าเห็นชอบกฎหมายสมรสเท่าเทียมและการรับเลี้ยงบุตรหรือไม่ โดยผลการลงคะแนน ประชาชน 2 ใน 3 ที่มาใช้สิทธิได้โหวตรับร่างกฎหมายดังกล่าว ทำให้สวิตเซอร์แลนด์กลายเป็นประเทศลำดับที่ 30 ของโลกที่คู่รักเพศเดียวกันสามารถแต่งงานได้ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี ค.ศ. 2022 เป็นต้นไป

ประเทศชิลี

วุฒิสภาชิลีผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมในปี 2021 ก่อนส่งไปให้สภาผู้แทนราษฎรให้การรับรองในเวลาต่อมา ก่อนสภาแห่งชาติทั้งสองจะอนุมัติฉบับเดียวกันในภายหลัง

ประเทศสโลวีเนีย

ประเทศสโลวีเนียเป็นประเทศคอมมิวนิสต์แรกในยุโรปตะวันออกที่ประกาศกฎหมายสมรสเท่าเทียม

ประเทศเม็กซิโก

สมรสเท่าเทียมถูกกฎหมายทั่วประเทศ หลังศาลสูงสุดเม็กซิโกประกาศว่า การจำกัดสิทธิในการแต่งงานของกลุ่มเพศหลากหลายขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ประเทศคิวบา

การเปลี่ยนแปลงที่อนุญาตให้ LGBTQ+ แต่งงานโดยถูกกฎหมายและรับเลี้ยงบุตรได้ เป็นส่วนหนึ่งของการลงประชามติในวงกว้างเกี่ยวกับกฎหมายครอบครัว ด้วยคะแนนเสียง 66.9% ต่อ 33.1%

ประเทศอันดอร์รา

กฎหมายสมรสเท่าเทียมถูกประกาศโดยเจ้าผู้ครองร่วมอันดอร์รา เอ็มมานูเอล มาครง ในปี 2022 ก่อนจะมีผลบังคับใช้ในปีต่อมา (2023)

ประเทศเอสโตเนีย

รัฐสภาเอสโตเนียอนุมัติการแต่งงานของคนเพศเดียวกันเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2023 เป็นชาติอดีตสหภาพโซเวียตประเทศแรกและประเทศบอลติกประเทศแรกที่มีกฎหมายนี้ มีผลบังคับใช้ 1 ม.ค. 2024

ประเทศกรีซ

เมื่อเดือน ก.พ. 2024 รัฐสภากรีซได้อนุมัติกฎหมายสมรสเท่าเทียม และอนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันรับบุตรบุญธรรมได้ ขณะนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้ โดยรอประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการ

ประเทศไทย

รัฐสภาได้มีการลงมติเห็นด้วย 400 เสียง ไม่เห็นด้วย 10 เสียง งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนน 3 เสียง ทำให้กฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านร่าง หลังจากนี้จะเตรียมเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา (สว.) และหากร่างผ่าน จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป ทำให้ประเทศไทยเป็นชาติแรกของอาเซียนที่มีร่างกฎหมายนี้ รวมถึงเป็นแห่งที่ 2 ของเอเชียต่อจากไต้หวัน

ส่วนกรณีของประเทศ “เนปาล” ที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า มีคู่รักเพศเดียวกันกันคู่แรกจดทะเบียนสมรสกันได้แล้วนั้น เกิดจากศาลสูงสุดเนปาลออก “คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว” ให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสได้ แต่ยังไม่ได้มีการรับรองกฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ

สุดท้ายนี้ทางเราหวังว่าข้อมูลข้างต้นจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านทุกคน ซึ่งเรื่องเพศและรสนิยมความชอบ ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกแต่อย่างใด แต่กลับกัน มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่มีสภาพแวดล้อมเป็นปัจจัยเสริมเท่านั้น

เหมือนกับความชอบเรื่องสี อาหาร ฯลฯ จึงไม่ใช่ความผิดปกติของร่างกายหรือจิตใจ แต่เป็นเพียงความแตกต่างที่ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ดังนั้นไม่ว่าจะมีรสนิยมทางเพศแบบไหน ทุกคนต่างมีสิทธิเท่าเทียม และในเดือนแห่งเทศกาลไพรด์นี้ ทาง สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น ก็จะขอเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดเรื่องราว สนับสนุนความหลากหลายทางเพศ การยอมรับในสิทธิเสรีภาพของคนทุกเพศในสังคม

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ขอบคุณข้อมูลจาก

Human Rights Campaign,Pew Research Center,US News,pptvhd36

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...