Thai Literature : รู้จัก ‘กลวิธีการสรรคำ 5 แบบ’ เรียนวรรณคดีไทยให้ง่ายขึ้น! (ออกสอบบ่อย)
สวัสดีน้อง ๆ ชาว Dek-D ทุกคนค่ะ หลายคนคงจะคุ้นเคยกับคำว่า‘คุณค่าทางวรรณศิลป์’ในคาบวิชาภาษาไทยกันใช่มั้ยคะ? พี่เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่เข้ามาอ่านบทความนี้ต้องเคยผ่านการเรียนพิจารณาคุณค่าทางวรรณคดีและวรรณกรรมกันมาบ้างแล้ว วันนี้พี่เลยอยากพาชาว Dek-D มาเคาะฝุ่นความรู้ในรายวิชาภาษาไทยกันดีกว่าค่ะ
วรรณศิลป์หมายถึงอะไร ?
วรรณศิลป์หมายถึง ศิลปะในการประพันธ์หนังสือศิลปะทางวรรณกรรม คือ การเลือกใช้ถ้อยคำ สำนวน ลีลา ประโยค ความเรียงอย่างสละสลวย เพื่อสื่อสารอารมณ์ของผู้ประพันธ์
กลวิธีทางวรรณศิลป์มี8 กลวิธีดังนี้ การเล่นคำ การหลากคำ การซ้ำคำ การใช้คำซ้ำ การเล่นเสียง การใช้ภาพพจน์ ลีลาวรรณคดี และจินตภาพ
สำหรับคอลัมน์ ‘รู้ไว้เผื่อออกสอบ’วิชาภาษาไทย วันนีได้สรุป5 กลวิธีการสรรคำทางวรรณศิลป์ ได้แก่ การเล่นคำ การหลากคำ การซ้ำคำ การใช้คำซ้ำ การเล่นเสียง พร้อมตัวอย่างจากวรรณคดีไทยที่เราได้เรียนตอนมัธยมและเนื้อเพลงมาให้น้อง ๆ ได้ทบทวนเพื่อเตรียมตัวสอบกัน ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลยค่ะ
การสรรคำ
การสรรคำคือ การเลือกใช้คำให้สื่อความคิด ความรู้สึก ความเข้าใจ และอารมณ์โดยคำนึงถึงความงามด้านเสียง โวหาร และรูปแบบคำประพันธ์ การสรรคำสามารถทำได้ดังนี้
1.การเล่นคำ
การเล่นคำคือ การใช้คำเดียวกันซ้ำหลายแห่งในบทประพันธ์หนึ่งบทแต่คำที่ซ้ำกันนั้นมีความหมายต่างกันการเล่นคำมีหลายวิธี เช่น
1.เล่นคำอัพภาสคือ คำซ้ำประเภทหนึ่งที่กร่อนเสียงพยางค์หน้าเป็นสระอะคำอัพภาสจะมีพยางค์แรกเป็นลหุ พยางค์หลังเป็นครุเช่น ระริก (ริกริก) ระรื่น (รื่นรื่น) ยะเยือก (เยือกเยือก)
ครุคือ พยางค์ที่มีเสียงหนักประกอบด้วยสระเสียงยาว และสระเกินทั้ง 4ได้แก่ สระอำ ไอ ใอ เอา และพยางค์ที่มีตัวสะกดทั้งสิ้น เช่น เขียน รำ พา
ลหุคือ พยางค์ที่มีเสียงเบาประกอบด้วยสระเสียงสั้นที่ไม่มีตัวสะกดเช่น แพะ พลุ พระ
ตัวอย่างคำประพันธ์
ยะแย้มยิ้มพิมพ์ใจให้วาบหวาม วะวาววับตางามทรามสงวน
2.เล่นคำพ้อง (พ้องรูป/พ้องเสียง)
พ้องรูป หมายถึง คำที่เขียนเหมือนกัน แต่ออกเสียงต่างกันและต่างความหมาย
พ้องเสียงหมายถึง คำที่อ่านออกเสียงเหมือนกัน แต่สะกดต่างกันตามความหมาย
ตัวอย่างคำประพันธ์
เบญจวรรณจับวัลย์ชาลี เหมือนวันพี่ไกลสามสุดามา
นางนวลจับนางนวลนอน เหมือนพี่แนบนวลสมรจินตะหรา
(อิเหนา - รัชกาลที่ ๒)
บทประพันธ์นี้เล่นคำพ้อง 2 ชุด คือ
บาทแรกเล่นคำที่ออกเสียง “วัน” คือ เบญจวรรณ, วัลย์ชาลี และวัน(พี่ไกลสามสุดามา)
บาทที่สองเล่นคำพ้องรูปและพ้องเสียงว่า“นวล”ในความหมายว่า นกนางนวล, ต้นนางนวล และนวลน้อง
2.การหลากคำ
การหลากคำคือ การใช้คำไวพจน์หรือคำพ้องความหมายเป็นกลวิธีที่ใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้คำคำเดียวซ้ำ ๆ เช่น เลือกใช้คำว่า บุปผา บุษบา โกสุม มาลี ผกา ในความหมายว่า “ดอกไม้”
ตัวอย่างคำประพันธ์
พาทีมีสติรั้ง รอคิด
รอบคอบชอบแลผิด ก่อนพร้อง
คำพูดพ่างลิขิต เขียนร่าง เรียงแฮ
ฟังเพราะเสนาะต้อง โสตทั้งห่างภัย
(โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ - รัชกาลที่ ๒)
บทประพันธ์ข้างต้นใช้คำไวพจน์ที่แปลว่า “พูด” คือคำว่า พาที พร้อง และพูด
ตัวอย่างบทเพลงที่มีการใช้คำไวพจน์
ดวงฤทัยพี่ทุกข์ตรมระบมเศร้า เฝ้าโหยหวน
ดวงกมลพี่ร้องครวญ ชวนเพรียก เรียกโฉมศรี
ด้นดั้นหา น้องพี่ ไม่มีสร่างซา นิทราไม่ลง
(นิราศนุช - ชรินทร์ นันทนาคร)
บทเพลงข้างต้นใช้คำไวพจน์ที่แปลว่า หัวใจ ดวงใจคือคำว่า ดวงฤทัย ดวงกมล
3.การซ้ำคำ
การซ้ำคำคือ การใช้คำเดียวกันซ้ำหลายแห่งในบทประพันธ์หนึ่งบทในความหมายเดียวกันเพื่อย้ำน้ำหนักเนื้อความให้หนักแน่นขึ้น
ตัวอย่างคำประพันธ์
คุณแม่หนาหนักเพี้ยง พสุธา
คุณบิดรดุจอา- กาศกว้าง
คุณพี่พ่างศิขรา เมรุมาศ
คุณพระอาจารย์อ้าง อาจสู้สาคร
( โคลงโลกนิติ - สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร)
บทประพันธ์ข้างต้นซ้ำคำว่า“คุณ” เพื่อเน้นความหมายและความสำคัญของคำนี้
ตัวอย่างคำประพันธ์
สุดสายนัยนาที่แม่จะตามไปเล็งแล
สุดโสตแล้วที่แม่จะซับทราบฟังสำเนียง
สุดสุรเสียงที่แม่จะร่ำเรียกพิไรร้อง
สุดฝีเท้าที่แม่จะเยื่องย่องยกย่างลงเหยียบดิน
ก็สุดสิ้นสุดปัญหาสุดปัญญาสุดหาสุดค้นสุดคิด
(มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี)
ตัวอย่างบทเพลงที่มีการซ้ำคำ
จะไม่รัก ก็ไม่บอก หลอกให้ฉันต้องมาใฝ่ฝันละเมอ
หลอกให้หัวปั่น หลอกกันให้นั่งเหม่อ
หลอกให้ฉันงมงายกับเธอทุกวัน
(พลิกล็อค - คริสติน่า อากีล่าร์)
ข้อสังเกต
การซ้ำคำในบทประพันธ์อาจวางติดกันแบบคำซ้ำหรือวางไว้แยกจากกันแต่ความหมายของคำที่ซ้ำนั้นจะไม่เปลี่ยนแปลงและมีความหมายเหมือนกันทุกคำ
4.การใช้คำซ้ำ
คำซ้ำคือ เกิดจากการนำคำมูลมาเรียงต่อกัน ปกติจะใช้ไม้ยมก (ๆ)แทนคำมูลคำหลัง แต่ในการแต่งคำประพันธ์นิยมเขียนเต็มทั้งสองคำ ไม่ใช้ไม้ยมก
ตัวอย่างคำประพันธ์
เรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง นกบินเฉียงไปทั้งหมู่
ตัวเดียวมาพลัดคู่ เหมือนพี่อยู่ผู้เดียวดาย
(กาพย์เห่เรือ - เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร)
ข้อสังเกต
คำซ้ำจะต้องอยู่ติดกันและทำหน้าที่สื่อความหมายเดียวกัน
ตัวอย่างบทเพลงไทยที่ใช้กลวิธีคำซ้ำและซ้ำคำ
คิดคิดแล้วแค้นสุดขีด สุดฤทธิ์สุดเดช
ว่าทำไมทำไมต้องทำร้ายกันอย่างนี้
เพราะรักสุดขีดสุดชีวิตสุดกู่ ก็เคยดูดูนึกว่าเป็นคนดี
(สุดฤทธิ์ สุดเดช - ใหม่ เจริญปุระ)
คำซ้ำ-> คิดคิด, ทำไมทำไม, ดูดู
ซ้ำคำ-> สุดขีด-สุดฤทธิ์-สุดเดช, สุดขีด-สุดชีวิต-สุดกู่
5.การเล่นเสียง
การเล่นเสียงคือ การเลือกสรรคำที่มีเสียงสัมผัสกัน ซึ่งในกวีนิพนธ์ไทยถือเรื่องเสียงเสนาะเป็นเรื่องสำคัญ วิธีสร้างความงามทางเสียงที่นิยมมาก ได้แก่ การเล่นเสียงวรรณยุกต์ การเล่นเสียงสัมผัสใน มีทั้งสัมผัสสระและสัมผัสพยัญชนะ
1.การเล่นเสียงวรรณยุกต์ได้แก่ การใ้ช้เสียงวรรณยุกต์ที่แตกต่างกัน ในคำที่มีพยัญชนะต้น สระ และตัวสะกดเหมือนกันโดยไล่เรียงไปตามระดับเสียงวรรณยุกต์
ตัวอย่างคำประพันธ์
จิบจับเจาเจ่าเจ้า รังมา
จอกจาบจั่นจรรเจา จ่าจ้า
เค้าค้อยค่อยคอยหา เห็นโทษ
ซอนซ่อนซ้อนสริ้วหน้า นิ่งเร้าเอาขวัญ
(โคลงอักษรสามหมู่ ของ พระศรีมโหสถ)
2.การเล่นเสียงสัมผัสสระได้แก่ คำที่มีเสียงคล้องจองกันด้วยเสียงสระและพยัญชนะท้ายพยางค์(ตัวสะกด)
ตัวอย่างคำประพันธ์
จะหักอื่นขืนหักก็จักได้ หักอาลัยนี้ไม่หลุดสุดจะหัก
สารพัดตัดขาดประหลาดนัก แต่ตัดรักนี้ไม่ขาดประหลาดใจ
(นิราศอิเหนา - สุนทรภู่)
ข้อสังเกต
ไม่นับสัมผัสสระ หัก-นัก-รัก เป็นการเล่นสัมผัสสระ เพราะเป็นสัมผัสที่บังคับให้มีในการแต่งกลอน
ตัวอย่างบทเพลงไทยที่มีสัมผัสสระ
ฉันนี่มันนักเลงเพลงแร็ปไงใครตีกันให้ตายก็ตีไป
แต่ถ้าฉันอยากได้ความรักจากเธอ ละมันจะเป็นไปได้ไหม
เธอไม่ชินกับฟีลเด็กแร็ปไทยไม่รู้จะทำยังไงดีให้เธอประทับใจ
แต่ถ้าเราได้คบกันจริง แล้วมันจะเป็นไปได้ไหม
(สายน้ำผึ้ง - ยังโอม)
3.การเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ(สัมผัสอักษร) ได้แก่ คำที่คล้องจองกันด้วยเสียงพยัญชนะต้น
ตัวอย่างคำประพันธ์
แลลิงลิงลอดไม้ ลางลิง
แลลูกลิงลงชิง ลูกไม้
ลิงลมไล่ลมติง ลิงโลด หนีนา
แลลูกลิงลางไหล้ ลอดเลี้ยวลางลิง
(ลิลิตพระลอ)
ทรงฟังคำอำอึ้งตะลึงคิด จะเบือนบิดป้องปัดก็ขัดขวาง
สงสารลูกเจ้าลังกาจึงว่าพลาง เราเหมือนช้างงางอกไม่หลอกลวง
ถึงเลือดเนื้อเมื่อน้องต้องประสงค์ พี่ก็คงยอมให้มิได้หวง
แต่ลูกเต้าเขาไม่เหมือนคนทั้งปวง จะได้ช่วงชิงไปให้กระนั้น
(พระอภัยมณี)
มาลองทดสอบความรู้กัน!
รู้เรื่องกลวิธีวรรณศิลป์การสรรคำทั้ง 5 แบบไปแล้ว เรามาลองทำข้อสอบจริงกันดีกว่าค่ะ สำหรับโจทย์วันนี้มาจากข้อสอบ O-NET วิชาภาษาไทย ม.6 ปี 2565
ศิลปะการประพันธ์ตามข้อใดไม่ปรากฏในคำประพันธ์ต่อไปนี้
ปลาทูชื่อดูชวน หวนคำนึงถึงเคหา
คำนึงถึงแก้วตา พธูน้อยผู้กลอยใจ
๑.การซ้ำคำ
๒.การหลากคำ
๓.การเล่นสัมผัส
๔.การใช้ภาพพจน์
๕.การเล่นเสียงหนักเบา
น้อง ๆ ชาว Dek-D คิดว่าคำตอบข้อไหนถูกต้องคะ ลองคอมเมนต์คำตอบไว้ด้านล่างได้เลยค่ะ!
สำหรับคอลัมน์ ‘รู้ไว้เผื่อออกสอบ’วิชาภาษาไทย บทความต่อไปจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ฝากติดตามกันด้วยนะคะ
ถ้าน้อง ๆ มีประเด็นที่น่าสนใจ หรือความรู้จากวิชาอะไรที่อยากให้นำมาเล่า สามารถคอมเมนต์เอาไว้ด้านล่างได้เลย