Taylor Swift ซูเปอร์สตาร์ที่เลือกเส้นทางการศึกษาแบบโฮมสคูล เพื่อทุ่มเวลาให้กับการเรียนดนตรี
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 10 ก.ค. 2567 เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2567 เวลา 09.24 น. • HELLO! Magazine Thailandความหลงใหลในการแต่งเพลงของTaylor Swift รวมถึงการแสดงอย่างไม่หยุดยั้ง ทุกการเดินทางของเธอเน้นย้ำถึงความสำคัญของประสบการณ์และการเรียนรู้ด้วยตนเองที่บรรลุความสำเร็จในวงการเพลง
เปิดประวัติด้านการศึกษา Taylor Swift
แม้วุฒิการศึกษาอาจจะไม่ใช่ส่วนประกอบสำคัญในเส้นทางแห่งความสำเร็จของซูเปอร์สตาร์ทางดนตรีระดับโลกอย่าง Taylor Swift เท่าไร แต่ตลอดการศึกษาของเธอนั้นเข้าโรงเรียนอะไรมาบ้าง HELLO! Education ไปสืบมาให้แล้ว
การศึกษาระดับปฐมวัย:
Taylor Swift เข้าเรียนโรงเรียนประถมศึกษา ที่โรงเรียน Alvernia Montessori จากนั้นจึงย้ายไปเรียนที่โรงเรียน Wyndcroft
โรงเรียนมัธยมฯต้น:
เธอเข้าเรียนที่ West Reading Elementary Center จากนั้นไปศึกษาต่อที่โรงเรียนมัธยมต้นและปลายในเขตไวโอมิสซิง ในเมืองไวโอมิสซิง รัฐเพนซิลวาเนีย (Wyomissing, Pennsylvania)
การศึกษาที่บ้าน:
เนื่องจากอาชีพนักดนตรีของเธอเริ่มต้นตั้งแต่อายุยังน้อย Swift จึงเลือกเรียนหนังสือที่บ้าน เธอเข้าเรียนที่ Aaron Academy ซึ่งเป็นโรงเรียนคริสเตียนเอกชนที่เปิดสอนหลักสูตรที่ยืดหยุ่น ทำให้เธอมุ่งความสนใจไปที่อาชีพทางดนตรีที่กำลังเติบโตของเธอได้
เธอสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายด้วยการเรียนที่บ้านและสำเร็จการศึกษาเร็ว โดยเรียนหลักสูตรสองปีในหนึ่งปี
การตัดสินใจเปลี่ยนมาเรียนโฮมสคูลที่บ้านของ Swift ได้รับอิทธิพลจากความต้องการของเธอในการสร้างสมดุลระหว่างการศึกษากับอาชีพนักดนตรีที่มีความต้องการสูง
สิ่งที่ดีคือพ่อแม่ของเธอให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกด้านการศึกษาอย่างมากในขณะที่เธอกำลังไล่ตามความฝันในวงการเพลง
Taylor Swift กับการเรียนรู้ด้านดนตรีด้วยตัวเอง
Swift เริ่มเขียนเพลงและเรียนรู้การเล่นกีตาร์เมื่ออายุประมาณ 12 ปี เธอได้รับแรงบันดาลใจจากเพลงคันทรี่และใช้เวลาฝึกฝนทักษะการแต่งเพลง
นอกจากนี้ในด้านงานแสดง เธอแสดงในงานอีเว้นท์และสถานที่ต่างๆ รวมถึงการแข่งขันคาราโอเกะ เทศกาล และงานแสดงสินค้าประจำเทศมณฑล Taylor Swift คือตัวแทนแห่งความสำเร็จ ที่มีพรสวรรค์เป็นองค์ประกอบสำคัญ ควบคู่ไปกับปัจจัยอื่นๆ ทั้งการทำงานหนัก ความอุตสาหะ และการค้นคว้าทุกโอกาส
อ่านเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับราชวงศ์ ทั้งไทย และ ต่างประเทศ เซเลบริตี้ ข่าวสารใหม่ ๆ และ เรื่องราวเกี่ยวกับแฟชั่น สุขภาพ และความงามได้ที่ Hello!
- รู้จักทุนเรียนต่อเยอรมันจากมหาวิทยาลัย University of Freiburg ที่สายนักวิจัยต้องไม่พลาด
- เรียนต่อโปรตุเกสมาแรง 10 เหตุผลที่พ่อแม่ควรสนับสนุนลูกไปเรียนต่อต่างประเทศ ในประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลก
- Cento Bangkok ร้านอาหารอิตาเลียนนิยามใหม่ในคอนเซ็ปต์ ‘Hospitality House’
- ไอแซค - ชินดนัย อัครวงศ์วริศ ทายาทธุรกิจอุตสาหกรรมพลาสติกและโรงแรมกับความสามารถรอบด้านทั้งพูดและเขียนได้ 4 ภาษาพร้อมเล่นดนตรีได้หลากหลาย
- ส่องประวัติการศึกษา Gustav Magnar Witzøe นายแบบสุดฮอตจาก Met Gala ดีกรีมหาเศรษฐีนอร์เวย์ หล่อ รวย ใจบุญ ครบเครื่อง!
- ศิววงศ์ วงษ์โสพนากุล คว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 ด้านการเงิน BBA ธรรมศาสตร์ กับชีวิตนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ University of California at Berkeley
- 10 ประโยชน์ของการฝึกสติและการทำสมาธิสำหรับเด็ก
- รู้จัก Eton College โรงเรียนเอกชนที่ค่าเทอมแพงเป็นอันดับ 6 ของอังกฤษ
- 7 ข้อดี ทำไมต้องเรียนต่อที่อเมริกา
- คุยกับมนพร ไกรฤกษ์ ทายาทรุ่นที่ 4 กับการทำงานร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์
- ณัทรดี นฤปเวศม์ ลูกไม้ที่หล่นใกล้ต้น ทายาท นพ.ณัทธร นฤปเวศม์ แห่ง The Skin Clinic
- New Zealand VS Australia เลือกเรียนต่อที่ไหนดี
- อัปเดตชีวิตลูกทั้ง 4 ของครอบครัว Beckham และวิธีการเลี้ยงลูกให้รู้จัก "ความอ่อนน้อมถ่อมตน" (บทความที่ 1)
- โรงเรียนนานาชาติ DBS โรงเรียนในฝันของเจนเนอร์เรชั่นใหม่ (th-hellomagazine.com)
- ตามรอย โรงเรียนนานาชาติ ของลูกคนดัง เขาเรียนที่ไหนกันบ้าง? (th-hellomagazine.com)
- ย้อนประวัติการศึกษา เอ็มมา สโตน นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมเวทีออสการ์ 2024
- อัปเดต 10 ประเทศยอดนิยมในการศึกษาต่อต่างประเทศ อิตาลี อังกฤษ