โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การ์ตูน

เจาะลึก ทำไม ‘Gainax’ สตูดิโอในตำนานยื่นล้มละลาย แล้วสิทธิ์ Evangelion อยู่กับใคร

BT Beartai

อัพเดต 10 มิ.ย. 2567 เวลา 03.44 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2567 เวลา 15.33 น.
เจาะลึก ทำไม ‘Gainax’ สตูดิโอในตำนานยื่นล้มละลาย แล้วสิทธิ์ Evangelion อยู่กับใคร

เมื่อวันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2024 ที่ผ่านมา ทางสตูดิโออนิเมะของญี่ปุ่นซึ่งหลาย ๆ คนน่าจะเคยได้ยินชื่อผ่านหูกันมาบ้างอย่าง Gainax นั้น ได้ยื่นทำเรื่องล้มละลายกับศาล เนื่องจากปัญหาความล้มเหลวทางด้านการจัดการหนี้สิน และไม่สามารถชดใช้ได้จนหมด โดยทาง Gainax เพิ่งจะผ่านการฉลองครบรอบก่อตั้ง 40 ปีมาเมื่อปลายปี 2023 ที่ผ่านมานี้เอง แล้วทีนี้ลิขสิทธิ์อนิเมะในมือจะไปตกอยู่ที่ไหนบ้าง เราจะยังสามารถหาดูได้มั้ย และ เรื่องราวสาเหตุของการล้มละลายมีที่มายังไง มาดูไปพร้อมกันเลยดีกว่า

สำหรับใครที่ยังไม่ค่อยคุ้นชื่อ Gainax ก่อนไปดูไทม์ไลน์กันว่าเกิดเรื่องราวอะไรขึ้นบ้าง ทางผมคิดว่าควรจะแนะนำให้รู้จักกับอนิเมะที่สร้างชื่อเสียงให้แก่สตูดิโอนี้กันก่อน และคิดว่าทุกคนต้องรู้จักกันแน่นอนไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Neon Genesis Evangelion ทั้งซีรีส์และมูฟวี่สองภาค (1995 – 1997), Tengen Toppa Gurren Lagann (2007), Panty & Stocking with Garterbelt (2010) ซึ่งเรื่องที่สร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักกันมากที่สุดก็คงไม่พ้นเรื่อง อีวานเกเลียน แน่นอน

เรียงไทม์ไลน์ของบริษัท Gainax

ก่อตั้งบริษัทโดยเริ่มต้นจากนักศึกษา

(1980) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทในยุคบุกเบิกมีหลายคนมาก ทุกคนในสมัยนั้นยังเป็นเพียงแค่นักศึกษา 7 คน โดยคนที่จะมีบทบาทสำคัญกับเรื่องราวในภายหลังมากที่สุด คือ ‘ฮิเดอากิ อันโนะ’ หรือคนที่เราจะได้ยินในชื่อของผู้กำกับอนิเมะเรื่อง อีวานเกเลียน ในภายหลัง (ส่วนผู้ก่อตั้งคนอื่นๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่) โดยชื่อแรกของบริษัทจะใช้ชื่อว่า Daicon Film และเริ่มรับงานโปรเจกต์เล็ก ๆ จนเริ่มมีคนมองเห็นพรสวรรค์ของสตูดิโอแห่งนี้ ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น ‘Gainax Co., Ltd.’ (1985) ซึ่งมีที่มาจาก Giant และเติม x ไปเพื่อความดูดีและเป็นสากล

จุดกำเนิดของ ‘Evangelion’ ผลงานสร้างชื่อของบริษัท Gainax

ผลงานเรื่องแรกที่สร้างชื่อเสียงให้ ผู้กำกับอันโนะจากบริษัท Gainax เลยก็คือ ‘The Secret of Blue Water หรือชื่อไทยว่า สาวน้อยนาเดีย (1990)’ โดยผู้จัดสร้างหลักจะเป็น NHK โดยมีอันโนะเป็นผู้กำกับ จากนั้นเขาจึงได้เริ่มสร้างอนิเมะอีกเรื่องซึ่งมาจากสตูดิโอ Gainax โดยตรง และจะกลายเป็นผลงานสร้างชื่อให้เขาจนถึงปัจจุบันนั่นก็คือ ‘Neon Genesis Evangelion อีวานเกเลียน มหาสงครามวันพิพากษา’ โดยเวอร์ชันแรกที่ออกฉายทางทีวีจะเป็นซีรีส์จำนวนทั้งหมด 26 ตอน เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในอนิเมะที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ทั้งทางด้านรางวัลที่ได้รับ การเป็นที่พูดถึงในสังคมญี่ปุ่นจนเป็นกระแส รวมถึงการเกิดเฟรนไชน์สินค้าอีกมากมายตามมาอีกด้วย

จากนั้นมีการสร้างภาคมูฟวี่ออกมาอีกสองภาค เพื่อทำให้เนื้อหาของอีวานเกเลียนฉบับทีวีซีรีส์สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ถ้าให้อธิบายโดยสรุป ภาค ‘Death & Rebirth (1997)’ จะเป็นการนำเอาเนื้อหาของภาคทีวีซีรีส์มา 24 ตอนมามัดรวมและเพิ่มเนื้อหาส่วนเสริมออกไปอีกนิดหน่อยประมาณ 20 นาที เพื่อเชื่อมไปสู่ ภาค ‘The End of Evangelian (1997)’ ที่เรียกได้ว่าจบสมบูรณ์ในแบบฉบับของเรื่องราวอีวานเกเลียนยุคเริ่มต้น

อีกเรื่องหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้แก่บริษัทคือ ‘Tengen Toppa Gurren Lagann อภินิหารหุ่นทะลวงสวรรค์ (2007)’ อนิเมะออริจินัลของทางสตูดิโอที่ไม่ได้ดัดแปลงมาจากมังงะหรือไลต์โนเวล ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ดึงเอาความสนุกของอนิเมะแนวขี่หุ่นยนต์ต่อสู้มาทำให้คนดูติดใจและลุ้นไปตามกันได้ นอกจากนั้นยังสามารถดึงตัวผลงานขึ้นมาโดดเด่นท่ามกลางอนิเมะหุ่นยนต์มากมายในยุคนั้นไม่ว่าจะเป็นทั้ง Gundam 00 และ Code Geass ได้อีกด้วย

Neon Genesis Evangelion
Neon Genesis Evangelion

จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ จากการลาออกของบุคลากรชั้นเลิศ

ทว่าอยู่ดี ๆ หนึ่งในทีมงานสำคัญที่ทำหน้าที่ผู้เขียนสตอรี่บอร์ดให้แก่เรื่องอีวานเกเลียน อย่าง ‘ฮิกุจิ ชินจิ’ ก็ได้ตัดสินใจลาออก (1992) จาก Gainax โดยไม่ทราบเหตุผลพร้อมกับยกพวกทีมงานออกไป และ ในภายหลังเขาได้เป็นที่รู้จักขึ้นจากผลงานสร้างชื่อของเขาในเรื่อง ‘Shin Godzilla (2016)’

จากนั้นไม่นานหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Gainax อย่าง ฮิเดอากิ อันโนะ ก็ได้ตัดสินใจลาออกจากบริษัทตามไปเช่นกัน (2007) แม้ว่าผลงานสร้างชื่อของเขาอย่างอีวานเกเลียนจะประสบความสำเร็จและสร้างกำไรให้บริษัทมากมายขนาดไหน แต่การตัดสินใจครั้งนี้ก็ย่อมต้องมีผลกระทบตามมาในภายหลังแน่นอน เพราะเขาเป็นคนสร้างและปั้นเรื่องอีวานเกเลียนมาเองกับมือ เขาได้ตัดสินใจเปิดบริษัทใหม่ในชื่อว่า ‘Khara, Inc.’ (2006) ในช่วงก่อนที่จะลาออกมาจาก Gainax เสมือนกับว่าเตรียมการรับมือการลาออกครั้งนี้ไว้แล้ว

คนต่อมาที่ลาออกก็คือ ผู้กำกับของอนิเมะเรื่อง กูเรนลากันน์ อย่าง อิมาอิชิ ฮิโรยูคิ และเขาได้ก่อตั้งบริษัทใหม่ในชื่อว่า สตูดิโอ ‘Trigger (2011)’ และดึงเอาทีมงานบางส่วนที่เคยช่วยงานกันในสมัยอยู่ใน Gainax มาร่วมกันสร้างผลงานในบ้านใหม่อีกด้วย

Khara
Khara

จากการลาออกอย่างต่อเนื่องของพนักงานทำให้เริ่มจับสังเกตได้ว่า ต้องมีปัญหาภายในอะไรสักอย่างเกิดขึ้นภายในบริษัท Gainax แน่นอน เพราะไม่งั้นมันจะดูไม่สมเหตุสมผลเลย ทั้งที่ผลงานต่าง ๆ ล้วนสร้างชื่อเสียงให้บริษัทได้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง อีวานเกเลียน และ กูเรนลากันน์ แต่ทีมงานที่เกี่ยวข้องกับทั้งสองเรื่องนี้กลับทยอยกันลาออกอย่างต่อเนื่อง

ความเละเทะจากปัญหาภายในบริษัทที่ส่งผลกระทบจนมาถึงปัจจุบัน

ตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา ทาง Gainax ได้เริ่มทำอะไรแปลก ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการผลิตอนิเมะเหมือนในสมัยก่อน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านอาหารที่ดูแล้วจะไปไม่รอด, ก่อตั้งและดำเนินการบริษัท CG อย่างไม่มีการวางแผนมาก่อน, ผู้บริหารจัดการบริษัทให้เป็นเสมือนทรัพย์สินส่วนบุคคล ทั้งเรื่องการกู้ยืมเงินโดยไม่มีหลักค้ำประกัน และ การลงทุนพลาด ซึ่งเหตุผลทั้งหมดนี้ทำให้ Gainax เริ่มสูญเสียความสามารถในการบริหารไปอย่างต่อเนื่อง (เหตุผลทั้งหมดถูกเขียนอยู่ในแถลงการณ์ล้มละลาย)

จากนั้นในปี 2016 อันโนะได้ทำการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจาก Gainax ในเรื่องของค่าลิขสิทธิ์ที่ยังไม่ได้ชำระแก่เขาในนามของบริษัท Khara และในระหว่างที่อันโนะยังทำงานให้ Gainax สมัยอดีต โดยการฟ้องร้องครั้งนี้ได้เรียกเงินเป็นจำนวนสูงถึง 100 ล้านเยน ที่ถูกกู้ยืมมาตั้งแต่ปี 2014 แต่ก็ยังถูกบ่ายเบี่ยงโดยประธานของ Gainax ในสมัยนั้นอย่าง ฮิโรยูกิ ยามากะ

ถัดมาในปี 2018 บริษัท Gainax ได้ถูกซื้อกิจการไปและทำการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ‘Gaina’ และยังได้ทำการโอนหุ้นประธานบริษัทไปให้แก่ ‘โทโมฮิโระ มาคิ’ ผู้ที่ถูกเรียกว่าเป็นบุคคลที่ไม่มีความรู้ในเรื่องการสร้างภาพยนตร์เลย และเลยเถิดไปจนถึงจุดที่เขาคนนั้นโดนจับในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ (2019) และถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 2.5 ปี ส่งผลให้สูญเสียความสามารถในการบริหารไปอย่างสิ้นเชิงและยังทำให้หนี้ที่มีอยู่แล้วก่อตัวเพิ่มขึ้นอีกด้วย

จากนั้นดูเหมือนสถานการณ์จะเข้าสู่ช่วงเลวร้ายลงเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะทำการเปลี่ยนทีมผู้บริหารก็แล้ว (2020) การได้รับความช่วยเหลือจากทางบริษัท Khara ในเรื่องของการซื้อลิขสิทธิ์ไปเพื่อสนับสนุนเรื่องการเงินก็แล้ว แต่เหมือนสถานการณ์จะไม่สามารถกอบกู้ได้ หนี้ที่มีก็ยังท่วมหัวอยู่ดี ทาง Gainax จึงได้ตัดสินใจกระจายเรื่องของลิขสิทธิ์ในมือเรื่องต่าง ๆ ออกไปให้แก่สตูดิโออื่นอย่างเหมาะสม และยื่นฟ้องศาลเกี่ยวกับการล้มละลายของบริษัทในเวลาต่อมา (2024)

ประกาศล้มละลายอย่างเป็นทางการบนหน้าเว็บไซต์ Official ของ Gainax

ประกาศแถลงการณ์รับมือเรื่องล้มละลายของ Gainax จาก Khara

บริษัทอื่น ๆ ที่แยกตัวออกมาจาก Gainax เป็นยังไงบ้างนะ ?

ขอเริ่มต้นด้วย Studio Khara ของ ผู้กำกับอันโนะ ผู้ที่สร้างผลงานอีวานเกเลียนออกมา เขาได้จัดการดึงเอาลิขสิทธิ์ของเรื่อง อีวานเกเลียนออกมาจาก Gainax และสร้างใหม่อีกรอบในชื่อว่า ‘Rebuild of Evangelion’ เป็นภาพยนต์ต่อเนื่องกันทั้งหมด 4 ภาค แทบจะเหมือนการรีเมคและตีความเนื้อหาใหม่ทั้งหมด แต่ยังมีจุดที่นำไปเชื่อมโยงกับทีวีซีรีส์อยู่บ้าง โดยถ้าใครอยากจะเริ่มต้นดูก็สามารถดูแค่เฉพาะภาคนี้ได้ โดยเรียงลำดับตามนี้

The Movie 2007 : Evangelion 1.0 You Are (Not) Alone, อีวานเกเลียน 1.11 (ไม่ได้) อยู่ตามลำพัง

The Movie 2009 : Evangelion 2.0 You Can (Not) Advance, อีวานเกเลียน 2.22 พัฒนาต่อไป (ไม่) ได้

The Movie 2012 : Evangelion 3.0 You Can (Not) Redo, อีวานเกเลียน 3.33 กลับไปแก้ไข (ไม่) ได้

The Movie 2021 : Evangelion 3.0 + 1.01 Thrice Upon a Time, อีวานเกเลียน 3.0 + 1.01 สามครั้งก่อน เมื่อเนิ่นนานมาแล้ว

โดยทุกภาคสามารถดูแบบลิขสิทธิ์แปลไทยได้ทาง Amazon Prime

นอกจากนั้นก็ยังมีการไปร่วมงานกับผลงานอื่นอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น Shin Godzilla, Shin Ultraman, Shin Kamen Raider หรือ ผลงานล่าสุดของทาง Kharaโดยตรงเลยก็คือหนึ่งในเรื่องที่กระแสกำลังมา ณ ช่วงเวลานี้อย่าง ‘ไคจูหมายเลข 8’ อีกด้วย

ส่วนทางด้าน Studio Trigger ของ ผู้กำกับ อิมาอิชิ ฮิโรยูคิ จากผู้สร้าง กูเรนลากันน์ ก็ได้ผลิตผลงานออกมามากมายโดยเริ่มต้นที่เรื่องแรกซึ่งเป็นผลงานเปิดตัว อย่างเรื่อง Kill la Kill จากนั้นเรียงลำดับตามเวลาและผลงานที่พอมีลิขสิทธิ์ในไทยให้รับชม ก็จะได้แก่ เรื่อง SSSS.DYNAZENON (Bilibili), Star Wars: Visions (Disney+ Hotstar), Cyberpunk: Edge runners (Netflix), และผลงานล่าสุดที่กำลังฉายอยู่อย่าง สูตรลับตำรับดันเจี้ยน (Netflix)

สรุป

จากทั้งหมดที่เรียงไทม์ไลน์เหตุการณ์มา ปัญหาหลักน่าจะเกี่ยวกับผู้บริหารภายใน Gainax ตั้งแต่ต้น แม้จะมีการรวบรวมบุคลากรในการผลิตอนิเมะชั้นเลิศเอาไว้มากมาย จนสามารถสร้างผลงานที่มีชื่อเสียงได้แล้วก็ตาม แต่จากการบริหารทางด้านการเงิน ก็สามารถทำให้หลายคนพร้อมตัดสินใจลาออกไปในทางเดียวกันได้ และนั่นยิ่งส่งผลให้บริษัทไม่สามารถผลิตอนิเมะต่อไปได้อีก ต่อเนื่องไปจนถึงการที่ไม่สามารถหาเงินเข้าบริษัทได้ ในขณะที่หนี้ที่มีก็ยังก่อตัวขึ้นอีกเรื่อย ๆ บวกกับผู้บริหารยังไปก่อเรื่องอื้อฉาวเพิ่ม ทั้งหมดนี้ทำให้ Gainax ต้องยื่นฟ้องล้มละลายในที่สุด

สมาชิกที่ไหวตัวทันถึงเรื่องราวเหล่านี้ พวกเขาก็ได้หาเส้นทางของตัวเองในการเดินต่อไปในสายผู้ผลิตอนิเมะ ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นกับบริษัทใหม่อย่าง Khara หรือ Trigger จนสามารถผลิตผลงานคุณภาพให้เราได้รับชมกันจนทุกวันนี้ อีกทั้งยังคอยช่วยซัพพอร์ตบริษัทเก่าอยู่บ้าง (Khara ซื้อลิขสิทธิ์) แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถยื่นมือช่วยเหลือได้จนต้องยื่นล้มละลาย แต่ในส่วนของการจัดการเรื่องลิขสิทธิ์ของ Gainax นั้น คิดว่าจะได้รับการประกาศตามหลังออกมาอีกที หลังจากทำเรื่องล้มละลายเสร็จสิ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...