เครื่องสำอาง SHEGLAM กำลังโดนดราม่า เพราะเป็นแบรนด์ลูก SHEIN
เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เพิ่งมีดราม่าแบรนด์เสื้อผ้า Shein ไปหลังจากเขาได้พาอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มหนึ่งไปเที่ยวโรงงานการผลิตของเขาที่กวางโจ่ว ประเทศจีน จนทำให้ชาวเน็ตต่างสงสัยถึงความน่าเชื่อถือของโรงงานและตัวอินฟลูเอนเซอร์เอง เพราะ Shein มักถูกกล่าวหาว่าเป็นแบรนด์ที่ 1) ใช้แรงงานที่ไม่เป็นธรรม ค่าแรงต่ำกว่ามาตรฐาน สภาพการทำงานแออัดไม่สะดวกสบาย และมีการใช้แรงงานเด็ก 2) ผลิตเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่น ออกสไตล์ใหม่ วันละ 500 สไตล์ และก็ไม่คงทนอีกต่างหาก จนสร้างขยะจำนวนมาก มากไปกว่าขยะ ก็เรื่องของมลพิษทางน้ำ ก๊าซที่ผลิตวันละมาก ๆ จากการดำเนินงานของโรงงานอีก 3) ทำเสื้อผ้าก๊อปแบรนด์ใหญ่อื่น ๆ หรือแม้กระทั่งแบรนด์เล็ก ๆ ก็ยังไม่เว้น
ซึ่งในเรื่องข้อ 1,2 นี้ Shein ก็ได้ออกมาปฏิเสธในเว็บไซต์ แต่ด้วยความที่เสื้อผ้าของเขาถูกมาก ๆ มันจะมีวิธีที่ยั่งยืนได้อย่างไร และไม่ได้มีรายงานที่ตรวจสอบได้จริง ๆ คนก็ยังคงไม่ค่อยเชื่อ และตั้งข้อสงสัยเกี่ยวแบรนด์ จนบางคนถึงขั้น #แบนSHEIN และประกาศว่าจะไม่ซื้ออีกต่อไป
ล่าสุด SHEGLAM แบรนด์ลูกของ SHEIN ที่เป็นแบรนด์เครื่องสำอางก่อตั้งเมื่อปี 2019 แม้จะเป็นแบรนด์ลูกที่ดำเนินงานแยกกันก็โดนดราม่าอยู่ดี ตอนนี้ใน Tiktok อินฟลูเอนเซอร์คนไหนที่ทำการรีวิว SHEGLAM ก็จะเจอกับคอมเมนท์ด้วยเรื่องของแรงงาน การที่เป็นแบรนด์ฟาสต์แฟชั่น และการที่ทำออกมาก๊อปแบรนด์อื่น ๆ การที่พวกเขารีวิว SHEGLAM ก็เหมือนรีวิว SHEIN ด้วย
ซึ่งอินฟลูเอนเซอร์หลายคนก็ต้องออกมาขอโทษถึงการรีวิวดังกล่าว เนื่องจากไม่รู้เบื้องหลังเหล่านี้มาก่อน และหลายคนก็มองว่าคงต้องใช้ต่อไปให้หมดก่อนเพื่อให้คุ้มค่ากับการที่ผลิตมา แต่อาจไม่ซื้ออีกในอนาคต และก็จะไม่รีวิวเพิ่มเติม เพื่อที่จะไม่เป็นการเชิญชวนให้คนไปซื้อสินค้าที่ผลิตมาอย่างไม่เป็นธรรมต่อแรงงานและสิ่งแวดล้อมของโลก แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้พูดอะไร และเงียบต่อกระแสนี้
เราเลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยว SHEGLAM มา ยังไม่มีการรายงานเรื่องแรงงานหรือเรื่องสิ่งแวดล้อมใด ๆ ต่อแบรนด์ SHEGLAM โดยเฉพาะ ทางแบรนด์เองก็ได้โพสต์ในเว็บไซต์ด้านสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับเครื่องสำอางนี้ว่าเป็น Vegan จะไม่มีส่วนผสม หรือสารสกัดใด ๆ จากสัตว์เลย และ Cruelty-Free แปลว่าไม่ทดลองกับสัตว์ และได้ตราประทับ Leaping Bunny ไป การที่ส่วนใหญ่ออกมา #แบนSHEGLAM จึงจะเป็นเพราะว่าเป็นแบรนด์ลูกของ SHEIN นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นอีกหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าสมัยนี้ผู้คนมองถึงเรื่องราวเบื้องหลังของผลิตภัณฑ์มากขึ้น ทั้งในเรื่องของผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม มันจึงจะเป็นหน้าที่ของแบรนด์ด้วยที่ต้องดำเนินงานแบบรับผิดชอบต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสังคมและโลก บอกที่มาที่ไปของวัสดุและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ เพราะถ้าตกขบวนแห่งการผลิตที่ยั่งยืนแล้ว ก็อาจจะต้องเสียลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่มองเห็นความสำคัญของเรื่องนี้และอาจถูกสังคมเพ่งเล็ง ไม่ได้รับความเชื่อใจเหมือนในกรณีของ SHEIN ก็เป็นได้
ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็มีส่วนช่วยให้แบรนด์หันมาใส่ใจประเด็นเหล่านี้ด้วยการสนับสนุนแบรนด์ที่ยั่งยืน เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เรารู้ที่มาที่ไป และเมื่อจะบริโภคอะไรแล้วก็พยายามใช้ให้คุ้มค่า คิดก่อนซื้อในทุก ๆ ครั้ง ส่วนทางภาคนโยบายก็มีส่วนสำคัญในการตรวจสอบ และออกกฎให้ทั้งบริษัทและผู้บริโภครับผิดชอบต่อการดำเนินงานและการบริโภคของพวกเขาด้วยเช่นกัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ทุก ๆ การขยับตัว ทุก ๆ การกระทำของเราต่าง ส่งผลต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
ที่มา
https://brightly.eco/blog/shein-sustainability#
https://www.sheglam.com/…/sheglam-is-proud-to-be…
ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้องกับ SHEIN
https://www.facebook.com/environma…/posts/4199859006809181
https://www.facebook.com/environman.th/posts/572072621801703