โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เครื่องสำอาง SHEGLAM กำลังโดนดราม่า เพราะเป็นแบรนด์ลูก SHEIN

Environman

เผยแพร่ 03 ก.ค. 2566 เวลา 12.00 น.

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เพิ่งมีดราม่าแบรนด์เสื้อผ้า Shein ไปหลังจากเขาได้พาอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มหนึ่งไปเที่ยวโรงงานการผลิตของเขาที่กวางโจ่ว ประเทศจีน จนทำให้ชาวเน็ตต่างสงสัยถึงความน่าเชื่อถือของโรงงานและตัวอินฟลูเอนเซอร์เอง เพราะ Shein มักถูกกล่าวหาว่าเป็นแบรนด์ที่ 1) ใช้แรงงานที่ไม่เป็นธรรม ค่าแรงต่ำกว่ามาตรฐาน สภาพการทำงานแออัดไม่สะดวกสบาย และมีการใช้แรงงานเด็ก 2) ผลิตเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่น ออกสไตล์ใหม่ วันละ 500 สไตล์ และก็ไม่คงทนอีกต่างหาก จนสร้างขยะจำนวนมาก มากไปกว่าขยะ ก็เรื่องของมลพิษทางน้ำ ก๊าซที่ผลิตวันละมาก ๆ จากการดำเนินงานของโรงงานอีก 3) ทำเสื้อผ้าก๊อปแบรนด์ใหญ่อื่น ๆ หรือแม้กระทั่งแบรนด์เล็ก ๆ ก็ยังไม่เว้น

ซึ่งในเรื่องข้อ 1,2 นี้ Shein ก็ได้ออกมาปฏิเสธในเว็บไซต์ แต่ด้วยความที่เสื้อผ้าของเขาถูกมาก ๆ มันจะมีวิธีที่ยั่งยืนได้อย่างไร และไม่ได้มีรายงานที่ตรวจสอบได้จริง ๆ คนก็ยังคงไม่ค่อยเชื่อ และตั้งข้อสงสัยเกี่ยวแบรนด์ จนบางคนถึงขั้น #แบนSHEIN และประกาศว่าจะไม่ซื้ออีกต่อไป

ล่าสุด SHEGLAM แบรนด์ลูกของ SHEIN ที่เป็นแบรนด์เครื่องสำอางก่อตั้งเมื่อปี 2019 แม้จะเป็นแบรนด์ลูกที่ดำเนินงานแยกกันก็โดนดราม่าอยู่ดี ตอนนี้ใน Tiktok อินฟลูเอนเซอร์คนไหนที่ทำการรีวิว SHEGLAM ก็จะเจอกับคอมเมนท์ด้วยเรื่องของแรงงาน การที่เป็นแบรนด์ฟาสต์แฟชั่น และการที่ทำออกมาก๊อปแบรนด์อื่น ๆ การที่พวกเขารีวิว SHEGLAM ก็เหมือนรีวิว SHEIN ด้วย

ซึ่งอินฟลูเอนเซอร์หลายคนก็ต้องออกมาขอโทษถึงการรีวิวดังกล่าว เนื่องจากไม่รู้เบื้องหลังเหล่านี้มาก่อน และหลายคนก็มองว่าคงต้องใช้ต่อไปให้หมดก่อนเพื่อให้คุ้มค่ากับการที่ผลิตมา แต่อาจไม่ซื้ออีกในอนาคต และก็จะไม่รีวิวเพิ่มเติม เพื่อที่จะไม่เป็นการเชิญชวนให้คนไปซื้อสินค้าที่ผลิตมาอย่างไม่เป็นธรรมต่อแรงงานและสิ่งแวดล้อมของโลก แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้พูดอะไร และเงียบต่อกระแสนี้

เราเลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยว SHEGLAM มา ยังไม่มีการรายงานเรื่องแรงงานหรือเรื่องสิ่งแวดล้อมใด ๆ ต่อแบรนด์ SHEGLAM โดยเฉพาะ ทางแบรนด์เองก็ได้โพสต์ในเว็บไซต์ด้านสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับเครื่องสำอางนี้ว่าเป็น Vegan จะไม่มีส่วนผสม หรือสารสกัดใด ๆ จากสัตว์เลย และ Cruelty-Free แปลว่าไม่ทดลองกับสัตว์ และได้ตราประทับ Leaping Bunny ไป การที่ส่วนใหญ่ออกมา #แบนSHEGLAM จึงจะเป็นเพราะว่าเป็นแบรนด์ลูกของ SHEIN นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นอีกหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าสมัยนี้ผู้คนมองถึงเรื่องราวเบื้องหลังของผลิตภัณฑ์มากขึ้น ทั้งในเรื่องของผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม มันจึงจะเป็นหน้าที่ของแบรนด์ด้วยที่ต้องดำเนินงานแบบรับผิดชอบต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสังคมและโลก บอกที่มาที่ไปของวัสดุและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ เพราะถ้าตกขบวนแห่งการผลิตที่ยั่งยืนแล้ว ก็อาจจะต้องเสียลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่มองเห็นความสำคัญของเรื่องนี้และอาจถูกสังคมเพ่งเล็ง ไม่ได้รับความเชื่อใจเหมือนในกรณีของ SHEIN ก็เป็นได้

ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็มีส่วนช่วยให้แบรนด์หันมาใส่ใจประเด็นเหล่านี้ด้วยการสนับสนุนแบรนด์ที่ยั่งยืน เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เรารู้ที่มาที่ไป และเมื่อจะบริโภคอะไรแล้วก็พยายามใช้ให้คุ้มค่า คิดก่อนซื้อในทุก ๆ ครั้ง ส่วนทางภาคนโยบายก็มีส่วนสำคัญในการตรวจสอบ และออกกฎให้ทั้งบริษัทและผู้บริโภครับผิดชอบต่อการดำเนินงานและการบริโภคของพวกเขาด้วยเช่นกัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ทุก ๆ การขยับตัว ทุก ๆ การกระทำของเราต่าง ส่งผลต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

ที่มา

https://brightly.eco/blog/shein-sustainability#

https://www.sheglam.com/…/sheglam-is-proud-to-be…

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้องกับ SHEIN

https://www.facebook.com/environma…/posts/4199859006809181

https://www.facebook.com/environman.th/posts/572072621801703

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...