ภาพเก่าเล่าตำนาน : พันเอกชัยชาญ หาญนาวี...ยอดมนุษย์ทรหด
ภาพเก่าเล่าตำนาน : พันเอกชัยชาญ หาญนาวี…ยอดมนุษย์ทรหด
หนึ่งเดียวของทหารต่างชาติ… ที่มีภาพแขวนในห้อง Hall of Heroes ในกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เป็นวีรบุรุษสงครามตัวจริงที่เชลยศึกสหรัฐและกองทัพสหรัฐยกย่อง…สุดยอดในความกล้าหาญ
ท่านเป็นนายทหารชาวไทย ผู้ตกเป็นเชลยศึกที่ถูกคุมขังยาวนานที่สุดที่เรือนจำฮัวโล (Hoa Lo) ในกรุงฮานอย เมื่อช่วงสงครามเวียดนาม ถูกทรมานแสนสาหัส…
ชัยชาญ หาญนาวี เป็นชาวอยุธยา สมัครเข้าเป็นทหารพลร่มของกองรบพิเศษที่ 1 ค่ายวชิราลงกรณ์ จ.ลพบุรี
ประสบการณ์รับราชการของผู้เขียนที่ผ่านมาในครอบครัว “ทหารพลร่ม-ทหารรบพิเศษ” ในค่ายสมเด็จพระนารายณ์ฯ ลพบุรี
“ทหารรบพิเศษ” มักจะเป็นตัวเลือกที่หน่วยเหนือ “เลือกเป็นอันดับแรก” ในการทำภารกิจที่เร่งด่วน คล่องตัว มีประสิทธิภาพ เพราะฝึกมาดี ไม่พะรุงพะรัง เรื่องการส่งกำลังบำรุงไม่เรื่องมาก ทั้งเป็นหน่วยและเป็นตัวบุคคล
“วันเสียงปืนแตก” 7 สิงหาคม พ.ศ.2508 เป็นวันสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ไทย เป็นวันที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับตำรวจเป็นครั้งแรก ที่บ้านนาบัว อ.เรณูนคร จ.นครพนม ตั้งแต่นั้นมา…รัฐบาลและกองทัพไทยและตำรวจต้องเผชิญกับ “ภัยคอมมิวนิสต์” ที่เราไม่รู้จักตัวตนเค้ามาก่อน
รู้แต่เพียงว่า…คอมมิวนิสต์คือภัยคุกคามที่แข็งแกร่ง กำลังปลุกระดมเผยแพร่อุดมการณ์ในประเทศไทย มี “จีนแดง” สนับสนุน กำลังเติบใหญ่ใน ลาว กัมพูชา เวียดนาม รวมถึงในมาลายา (มาเลเซีย)
นายทหารไทยถูกส่งไปศึกษา ฝึกทำการรบในสหรัฐอเมริกา เน้นเรื่องการปราบปรามคอมมิวนิสต์ ในประเทศ…ทหารต้องเรียนในทุกหลักสูตรเรื่องของลัทธิคอมมิวนิสต์
ตั้งแต่ พ.ศ.2495 “หน่วยรบพิเศษ” ของกองทัพบกไทยถูกสร้างขึ้นมา เติบโต มีประสิทธิภาพ ถูกนำไปใช้ในภารกิจ “ปราบปราม” คอมมิวนิสต์ทั่วประเทศ เน้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ
สหรัฐเข้ามาทำงานกับ “ผู้นำทางทหารไทย” นำกองทัพไทยออกไปรบนอกประเทศ ในลาว เวียดนาม
จ่าชัยชาญเป็นทหารพลร่ม ถูกส่งไปรบในลาวเป็นพลวิทยุ
21 พฤษภาคม พ.ศ.2508 นายเออร์เนสต์ เบรซ ในฐานะ “ผู้สังเกตการณ์” ชาวอเมริกัน (จากหน่วยซีไอเอ) ชวนจ่าชัยชาญไปขึ้นเครื่องบิน PC-6 (Porter) เพื่อบินไปส่งเสบียงให้ทหารตามฐานปฏิบัติการ ให้ช่วยดูภูมิประเทศที่เป็นป่าเขาสูง มีทหารลาวและ
หญิงท้องแก่ขึ้นเครื่องไปด้วย
มุ่งไปจุดหมายปลายทางที่เมืองเบา ขณะลงจอดและแท็กซี่ไปจนสุดทางวิ่ง เครื่องบินถูกยิงด้วยจรวดและปืนเล็ก
ทหารลาวและผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ในเครื่องบินเสียชีวิต เครื่องบินถูกยิงเกิดไฟลุกไหม้ จ่าชัยชาญและกัปตันเบรซพุ่งตัวออกมาจากกองไฟ หลบหนีเข้าไปในป่าที่อยู่ห่างออกไปราว 50 หลา
ไม่รอดจากสายตา…ทั้ง 2 คนถูกกองกำลังเวียดนามเหนือ (NVA) กรูกันเข้าจับตัว… นี่คือ “รางวัลก้อนยักษ์” สำหรับนักรบเวียดนามเหนือ ที่สามารถทำลายอากาศยานและจับตัวเชลยได้
ทหารเวียดกงพา 2 เชลยศึกเดินเท้าราว 15 วันไปถึงเมืองเดียนเบียนฟู จ่าชัยชาญ และกัปตันถูกมัดมือในระหว่างการเดินทาง แทบไม่ได้ทานอาหาร ไม่มีการรักษาบาดแผล
จ่าชัยชาญและเออร์เนสต์ เบรซ ติดคุกในเดียนเบียนฟูราว 3 ปี แยกกันขังไว้ในกระท่อมเล็กๆ ห่างกันประมาณ 15 หลา
ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในค่ายนี้ จ่าชัยชาญถูกจองจำด้วยขื่อล็อกที่ข้อเท้าทั้ง 2 ตลอดเวลา ในเวลากลางคืนยังเพิ่มด้วยการผูกข้อมือของเขา ยังต้องใส่เหล็กที่คอด้วย
เวลาเดียวที่เขาได้รับอนุญาตให้ออกไปคือ 15 นาทีในตอนเช้า และ 15 นาทีในตอนเย็น มีเพียงข้าวและผักเพียงเล็กน้อย
(แถมเป็นข้อมูลครับ…สำหรับหน่วยต้นสังกัดของ จ่าชัยชาญ ทหารไทย เมื่อได้รับรายงานเรื่องเครื่องบินถูกยิงทำลาย มีซากศพ ก็คงอนุมานว่า “ตายกันหมดแล้ว” คงไม่มีใครห่วงใยไปตามหาให้เสี่ยงตาย …เมื่อหายไปเป็นเดือน ง่ายที่สุด คือ ระบุว่า “เสียชีวิต” เพื่อปิดบัญชี : ผู้เขียน)
ตำราวิชา หลบหนี-หลีกเลี่ยง ข้อ 1 เขียนว่า … “เมื่อถูกจับเป็นเชลยให้คิดหนีอย่างเดียว ต้องไม่เลิกล้มความตั้งใจ”
อยู่มาวันหนึ่ง…กัปตันเบรซตัดเชือกที่มัดมืออยู่กับจ่าชัยชาญ หลบหนีเข้าป่าได้ 3 วัน ถูกล่าตัวกลับมาเข้าคุกต่อ
จ่าชัยชาญที่ถูกมัดไว้ด้วยกัน “ซวยเต็มพิกัด” ถูกตั้งข้อหา “ช่วยให้เพื่อนหลบหนี” ต้องรับผิดชอบ จ่าทหารไทยเดนตายถูกซ้อมอย่างโหดเหี้ยมปางตาย
ปี พ.ศ.2511 จ่าชัยชาญและเบรซถูกพาไปยังเรือนจำฮัวโลในกรุงฮานอย (ฝ่ายสหรัฐเรียกเรือนจำแห่งนี้แบบประชดประชันว่า “ฮานอยฮิลตัน”) ประเทศเวียดนามเหนือ
จ่าชัยชาญถูกขังเดี่ยวอยู่ที่นั่นอีก 2 ปี
ในคุกแห่งใหม่…จ่าได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอกวันละ 2 ชั่วโมง เพื่อทำความสะอาดบริเวณโดยรอบคุก ตักน้ำ กรองน้ำสำหรับนักโทษใช้ดื่ม เมื่องานแล้วเสร็จ จะถูกแยกตัวกลับไปขังเดี่ยว
ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ทำความสะอาด ห้ามพูดกับใครทั้งนั้น ในขณะที่มีเชลยศึกอเมริกันทยอยเข้า
1 ปีในฐานะพนักงานทำความสะอาด จ่าชัยชาญในสภาพที่แสนจะอิดโรย แต่ใจแกร่งดังเหล็กเพชร ไม่ยอมแพ้โชคชะตา ค้นหาวิธีการเพื่อจะสื่อสาร เชื่อมโยงข่าวสาร ข้อมูลระหว่างบรรดาเชลยอเมริกันทั้งหลายที่ “หมดหวัง-ใกล้ตาย”
ภาษาอังกฤษ ก็ไม่ถนัด
“ตัวกลาง” คนสำคัญที่พระเจ้าส่งมาอยู่ในคุกด้วย คือ นักบินของกองทัพอากาศเวียดนามใต้ชื่อ “มาซ” ซึ่งสามารถพูดภาษาเวียดนาม ฝรั่งเศส และอังกฤษได้
ปัญหาคือ จ่าชัยชาญก็พูดภาษาอังกฤษไม่ถนัดและภาษาเวียดนามก็ไม่คุ้นเอาเลย …สัญญาณมือ คือ “จุดร่วม” ที่ทำให้สื่อสารได้บ้าง… เวลาผ่านไป ทั้งคู่เริ่มเข้าใจกันมากขึ้น
ในที่สุด มาซและจ่า ก็พอจะเข้ากันได้ ที่เพิ่มขึ้นมา ฝึกฝนเรียนกันในยามยาก คือ “Tap Code” ที่จ่าเป็นทหารสื่อสารเข้าใจ ใช้งานอยู่บ้าง สภาพบังคับเป็นเดือน เป็นปี หลายปี ทำให้ต้องเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ทำให้มีโอกาสส่งข่าวให้ทหารอเมริกันในคุกที่ต้องการ “กำลังใจ” ระหว่างติดคุกอยู่ด้วยกัน ถือเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อตัวเขาเองอย่างที่สุด เท่ากับว่า…ช่วยให้เชลยศึกอเมริกันที่ติดคุกอยู่ด้วยกันมีโอกาสรู้จักกันและกัน
การเป็น “ผู้ส่งข่าว” เริ่มพัฒนาไปอีกขั้น…จ่าชิบ (ชื่อที่อเมริกันเรียก) เริ่มขโมยดินสอ กระดาษ เชลยทั้งหลายที่ร่อแร่มีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
สถานการณ์ภายนอกคุก กองทัพอากาศสหรัฐยังระดมทิ้งระเบิดแบบ “ล้างโลก” ในกรุงฮานอย หวังให้เวียดนามเหนือยอมแพ้สงครามที่ยืดเยื้อมาเกือบ 10 ปี วอชิงตันเริ่ม “เจรจาลับ” เพื่อขอให้เวียดนามเหนือปล่อยตัวเชลยศึก เนื่องด้วยชาวอเมริกันนับแสนออกมาประท้วง ต่อต้านสงครามในเวียดนามอย่างหนัก
จ่าชิบ คือ คนสำคัญของทุกชีวิตที่อยู่ในคุก สมาชิกในคุกพอเข้าใจรหัสลับเพื่อรับรู้กันและกัน ทุกชีวิตยอมสยบให้กับความเก่ง กล้า มีสติปัญญาของทหารรบพิเศษของกองทัพบกไทย ให้เครดิตว่าเป็นวีรบุรุษในคุกที่ทำให้พวกเขามีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้
1 ในเชลยศึกอเมริกันนับร้อยคน คือ เรือเอก จอห์น แม็คเคน (John Sidney McCain III) ซึ่งเมื่อตุลาคม พ.ศ.2510 เขาบินขึ้นมาจากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Forrestal มาถล่มกรุงฮานอย ถูกยิงตกบาดเจ็บสาหัส มาติดคุกร่วมกับจ่าชิบในฮานอยฮิลตันราว 6 ปี
เมื่อถูกปล่อยตัวกลับอเมริกา ลาออก เข้าสู่ถนนการเมือง เป็นขวัญใจชาวอเมริกันในความซื่อตรง กล้าหาญ เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ (เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2561)
พ.ศ.2516 การเจรจายุติสงครามในเวียดนามที่ตั้งโต๊ะคุยกันในปารีสบรรลุผล เชลยศึกอเมริกันได้รับการปล่อยตัว หากแต่ “จ่าชิบ” มิได้รวมอยู่ในนั้น เนื่องจากเขาเป็นคนไทยและถูกจับที่ประเทศลาว เขาจึงไม่ได้รับการปล่อยตัว
จ่าสิบเอก ชัยชาญถูกขนขึ้นรถบรรทุกและพาขึ้นเหนือไปยังจังหวัดเฝอเยน ของเวียดนามเหนือ ติดกับชายแดนจีน มีเชลยศึกชาวไทยอีก 216 คนถูกจับ “จ่าชิบ” ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าเชลยศึกไทย ทหารเวียดนามเหนือต้องการให้เชลยศึกทุกคนอาสาเข้ารับการฝึกอบรม “ปรับทัศนคติ” ให้เชื่อมั่นในระบอบคอมมิวนิสต์
จ่าสิบเอก ชัยชาญปฏิเสธโดยสิ้นเชิง…จึงถูกตั้งข้อหาว่า “ขัดคำสั่ง” ถูกแยกขังเดี่ยวใน “ห้องมืด” เป็นเวลา 6 เดือน ได้รับอนุญาตให้อาบน้ำเดือนละครั้ง ให้ออกมาเทถังที่บรรจุของเสียจากการขับถ่าย ทหารยามมาตรวจทุกวันว่า มีชีวิตอยู่หรือไม่
สภาพร่างกายทรุดหนัก ผู้คุมพาเขาไปหาหมอและหลังจากนั้นไม่นานเขาก็เริ่มตอบสนอง
เมื่อฟื้น… จ่าถูกเรียกไปพบ ผบ.ค่าย …ถูกถามซ้ำอีกว่า “พร้อมที่จะอบรมลูกน้องหรือไม่?” จ่าเดนตายตอบว่า “ไม่”
ผบ.ค่าย ฉุนขาด กระชากลูกเลื่อนปืน AK-47 เล็งไปที่หัว
จ่ารบพิเศษจากลพบุรีไม่มีอาการสะทกสะท้าน ลุกขึ้นยืน…แล้วพูดว่า “ไปเถอะ” “ฉันไม่ใช่คอมมิวนิสต์และฉันไม่อยากเป็น… สงครามจบแล้ว ฉันแค่ต้องการกลับบ้าน ฉันจะไม่เป็นคอมมิวนิสต์”
ผบ.ค่าย ทำอะไรไม่ถูก… แต่ก็ยกย่องทหารไทยคนนี้ที่ “ใจโคตรเด็ด” ให้นำตัวกลับไปขังคุกมืดต่อไป
ในสหรัฐอเมริกา อดีตเชลยศึกชาวอเมริกันที่ได้รับการปล่อยตัวออกไป ไม่ลืมที่จะติดตามหาวีรบุรุษชาวไทย อดีตเชลยศึกเวียดนามในอเมริกากดดันรัฐบาลสหรัฐให้ตามหาตัว “จ่าชิบ” ให้จงได้
รัฐบาลสหรัฐ กองทัพสหรัฐสัตย์ซื่อ ไปติดตามจ่าชัยชาญจนพบตัว มีการเจรจาขอให้ปล่อยตัวจ่า
“วีรบุรุษตัวจริง” ทหารไทยได้รับการปล่อยตัวจากการถูกจองจำในวันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2517
จ่าชัยชาญเป็นเชลยศึกที่ยาวนานที่สุดในสงคราม ลาว-เวียดนาม ติดคุกนาน 9 ปี 4 เดือน 8 วัน (ในช่วงที่ผ่านมากองทัพบกขอพระราชทานยศเป็น “พันโท” ด้วยเหตุเสียชีวิตขณะปฏิบัติการรบ)
1 เดือนหลังจากเดินทางกลับมาประเทศไทย ได้รับพระราชทานยศเป็น “พันเอก”
กองทัพบกสหรัฐเชิญไปรับเหรียญ Silver Star และอิสริยาภรณ์ขั้นสูง จัดทหารกองเกียรติยศ ให้ประดับรูปนายทหารท่านนี้ในห้อง Hall of Heroes แบบที่ไม่เคยมีใครได้รับเกียรติมาก่อน
กลาโหมสหรัฐให้ไปเรียนภาษาอังกฤษ (แบบพักผ่อน สบายๆ) นานเกือบ 1 ปี แล้วจัดให้ไปอบรม-พักผ่อน ณ ฟอร์ตแบรก ในหลักสูตรการปฏิบัติการจิตวิทยา รัฐนอร์ทแคโรไลนาอีก 7 เดือน
นี่คือ ยอดมนุษย์ที่ทนต่อความเจ็บปวด ขมขื่น ทารุณ โหดร้าย ท่านผ่านมันมาได้ด้วยจิตใจอันเด็ดเดี่ยว มีผู้เขียนยกย่องท่านหลายโอกาส ท่านยังอุทิศตน ทำหน้าที่เป็นครูในหน่วยรบพิเศษจนเกษียณอายุราชการ ท่ามกลางสายตาของผู้ที่ยกย่องสรรเสริญ
พันเอก ชัยชาญ หาญนาวี ที่ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 ในวัย 87 ปี ที่ จ.ลพบุรี โดยพันเอกเรดมอน (Col Larry Redmon) ได้ไปร่วมพิธี มอบจดหมายแสดงความเสียใจจากเอกอัครราชทูตสหรัฐ เดวีส์ ให้แก่คุณรัชนียากร บุตรสาว
ลองคิดเล่นๆ ว่า…ถ้าอดีตเชลยศึกอเมริกันที่ถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว ไม่ไปกดดันรัฐบาลสหรัฐให้ตามหา “จ่าชิบ” …จะมีใคร-หน้าไหน ไปตามหาท่านบ้าง เพราะแทงบัญชี “ตาย” ไปนานแล้ว…
พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก