โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

รีวิวคอนเสิร์ต ‘Wave to Earth’ กับโชว์เต็มรูปแบบครั้งแรกในไทยที่น่าประทับใจสุด ๆ

BT Beartai

อัพเดต 17 มิ.ย. 2566 เวลา 11.39 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2566 เวลา 05.15 น.
รีวิวคอนเสิร์ต ‘Wave to Earth’ กับโชว์เต็มรูปแบบครั้งแรกในไทยที่น่าประทับใจสุด ๆ

จบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับคอนเสิร์ต ‘VERY LIVE : WAVE TO EARTH’ ซึ่งจัดขึ้นที่ BCC Hall เซ็นทรัลลาดพร้าว เมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยผู้จัดคือ The Very Company นี่คือคอนเสิร์ตแบบเต็มรูปแบบครั้งแรกในไทยของ ‘Wave to Earth’ วงดนตรีอินดี้ร็อกจากเกาหลี ที่มีเอกลักษณ์จากบทเพลงที่ผสานท่วงทำนองอันอ่อนหวานนุ่มนวลชวนฝันในกลิ่นอายดนตรีป๊อป ร็อก แจ๊ส และ lo-fi ให้เข้ากับเนื้อร้องที่เชื่อมโยงความรักให้เข้ากับธรรมชาติและสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้อย่างงดงามและลุ่มลึก ซึ่งประกอบไปด้วย 3 หนุ่ม แดเนียล คิม (Daniel Kim) – ร้องนำ,กีตาร์ ชิน ดงกยู (Shin Donggyu) – กลอง และ ซุนจอง ชา (Soonjong Cha) หรือ จอห์น ชา (John Cha) – เบส

23 สิงหาคม 2019 เป็นจุดเริ่มต้นของ Wave to Earth ที่เปิดตัวด้วยซิงเกิล “wave” จากนั้นมาบทเพลงละมุนแต่เข้มข้นในอารมณ์ของวงก็ค่อย ๆ ทยอยถูกปล่อยออกมาเรื่อย ๆ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นบทเพลงที่มีเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษทำให้เข้าถึงฐานแฟนเพลงในวงกว้างได้ง่าย ปัจจุบันวงอยู่ภายใต้สังกัด ‘WAVY’ ค่ายเพลงอินดี้ ฮิปฮอป อาร์แอนด์บี ของเกาหลีที่ก่อตั้งโดย Colde

บรรยากาศของงานเป็นไปอย่างครึกครื้น เหล่าแฟน ๆ ชาวไทยมารวมตัวกันเพื่อชมวงโปรดวงนี้ที่เชื่อว่าหลายคนรอคอยที่จะให้มีคอนเสิร์ตแบบเต็มรูปแบบมานาน ยิ่งหากใครได้ไปชมวงแสดงใน Very Festival 2022 เมื่อปลายปีที่แล้วยิ่งรู้ว่าวงแสดงสดได้ดีงามน่าประทับใจแค่ไหน ก็คงจะไม่พลาดคอนเสิร์ตในครั้งนี้อย่างแน่นอน

Wave to Earth พร้อมมอบความสุขและความประทับใจให้กับแฟน ๆ แล้ว
Wave to Earth พร้อมมอบความสุขและความประทับใจให้กับแฟน ๆ แล้ว

และเมื่อเวลา 20.00 น. Wave to Earth ก็ไม่ปล่อยให้แฟนเพลงต้องรอนาน ขึ้นเล่นตรงเวลาตามที่แจ้งเอาไว้เลย เปิดตัวด้วยท่วงทำนองอันน่าหลงใหลที่ดึงดูดผู้ชมได้ตั้งแต่แรกเริ่มด้วยเพลงที่ปลุกอารมณ์เราให้เคลิบเคลิ้มกับบทเพลง “pink horizon” เป็นการอินโทรอารมณ์อันกลมกล่อมแต่ทว่าเข้มข้นของวงได้เป็นอย่างดี และมาต่อด้วยอีกบทเพลงชวนเคลิ้ม “pink” อย่างไม่รอช้าในเพลงนี้ท่อนโซโลชวนฟินมากแดเนียลเริ่มก่อนด้วยกีตาร์ ก่อนที่มือแซกโซโฟนจะเล่นในไลน์เดียวกันเติมเข้ามาอย่างโรแมนติกละมุน ทั้ง 2 เพลงนี้เป็นบทเพลงจากอัลบั้มเต็มชุดแรกที่เพิ่งปล่อยออกมาให้ฟังกันไม่นานนี้คือชื่อ ‘0.1 Flaws and All’ แสดงให้เห็นถึงความสามารถของวงในการสร้างสรรค์บทเพลงที่สัมผัสใจผู้ฟังได้เป็นอย่างดี

ตามมาด้วยการหยิบเพลงฮิตของวงมาใส่ในเซตลิสต์ชนิดที่เรียกว่าเอาใจแฟนเพลงกันสุด ๆ ไม่ว่าจะเป็น “nouvelle vague” บทเพลงที่มีท่วงทำนองและอารมณ์เท่ ๆ ต่อด้วย “bonfire” ที่วงค่อย ๆ ขึ้นเพลงมาอย่างช้า ๆ พาใจละมุนกับบทเพลงอารมณ์เศร้าหวานเพลงนี้ อย่างไม่มีสะดุดในอารมณ์วงก็พาเราเข้าสู่อีกหนึ่งบทเพลงเศร้าเหงาเคล้าโรแมนติกที่อย่าง “love.” เพลงนี้มีท่อนโซโลประสานกีตาร์ 2 ตัวอย่างเท่เลย คลื่นอารมณ์ที่วงซัดใส่ทำให้ผู้ชมรู้สึกฟินและอยากดูอยากฟังการแสดงของวงต่ออย่างใจจดจ่อ โน้ตแต่ละตัวจาก Wave to Earth พาผู้ชมเข้าสู่โลกแห่งบทเพลงที่ลึกซึ้งและดึงดูดใจแฟน ๆ ด้วยการแสดงที่ยากจะลืมเลือน

แฟน ๆ มาให้กำลังใจกันเพียบ
แฟน ๆ มาให้กำลังใจกันเพียบ

เปลี่ยนอารมณ์มาสัมผัสท่วงทำนองหวานโรแมนติกกันบ้างใน “sunny days” ที่พาเราล้นไปด้วยความอิ่มเอมใจอย่างแท้จริง จากนั้น Wave to Earth ก็พาเรามาสู่บทเพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแฟน ๆ ชาวไทย นั่นคือ “peach eyes” บทเพลงแทนใจสู่สายตาอ่อนหวานอันอบอุ่นจากแฟนเพลงชาวไทย บทเพลงที่ไพเราะและมีความหมายดี ๆ เพลงนี้ได้พาใจแฟน ๆ ให้เคลิ้มไปเลย

สีสันและแสงไฟที่เปลี่ยนไปตามอารมณ์เพลง
สีสันและแสงไฟที่เปลี่ยนไปตามอารมณ์เพลง

สิ่งที่ทำให้คอนเสิร์ตของ Wave to Earth มีความโดดเด่นอย่างแท้จริงคือความสามารถในการสร้างสายสัมพันธ์กับผู้ชมอย่างใกล้ชิด เสียงร้องที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของแดเนียล ผสมผสานกับการตีกลองที่ลื่นไหลของดงกยู และเบสไลน์ที่หนักแน่นแต่พลิ้วไหวของจอห์น ก่อให้เกิดการผสานกันที่น่าอัศจรรย์ อีกทั้งความเป็นกันเอง และการสื่ออารมณ์มาสู่ผู้ฟังได้สร้างบรรยากาศของความสนิทสนมกันและแบ่งปันความรักในเสียงดนตรีระหว่างวงกับแฟน ๆ นอกจากนี้ปกติแล้ว Wave to Earth จะมีกันอยู่ 3 คนแต่ในเวลาโชว์จะมีอีก 2 สมาชิกคือ จองมิน (Jeon Min) และ โช จองกึน (Cho Jonggeun) เข้ามาเติมในตำแหน่งของแซกโซโฟนและคีย์บอร์ดช่วยเติมเต็มท่วงทำนองเพิ่มความละมุนอารมณ์และเข้มข้นเร้าใจให้กับทุกท่วงทำนองของพวกเขา

ทุกครั้งที่เสียงแซ็กเข้ามามันได้อารมณ์จริง ๆ
ทุกครั้งที่เสียงแซ็กเข้ามามันได้อารมณ์จริง ๆ
เสียงนี้ที่ขาดไปไม่ได้ เติมเต็มความสมบูรณ์ของบทเพลง
เสียงนี้ที่ขาดไปไม่ได้ เติมเต็มความสมบูรณ์ของบทเพลง
ความเท่ของแดเนียลและจอห์น
ความเท่ของแดเนียลและจอห์น
ดงกยูมือกลองอารมณ์ดี
ดงกยูมือกลองอารมณ์ดี

เมื่อเรากำลังตื่นเต้นกันขึ้นเรื่อย ๆ ท่วงทำนองของ “wave” ซึ่งเป็นซิงเกิลเปิดตัวของวงก็ดังขึ้นเป็นเพลงต่อมา พาเราเพลินไปกับบทเพลงอันไพเราะบนท่วงทำนองที่ทำให้เราได้รู้จักกับพวกเขา จากนั้น Wave to Earth ก็พาเราไปสนุกกันต่อกับ “surf” ที่มีจังหวะและลูกเล่นดนตรีที่เท่ ๆ ในขณะที่กำลังเพลินกับการล่องไหลไปในห้วงแห่งอารมณ์ Wave to Earth ได้ขับกล่อมผู้ชมด้วยเพลง “bad” อีกหนึ่งบทเพลงเพราะ ๆ ที่ถือได้ว่าฮิตสุด ๆ เลยของวง เพลงนี้แฟน ๆ ร้องตามกันสนั่นฮอลล์เลยทีเดียว

เชื่อมต่อเซตเพลงต่อไปด้วย “akira” บทเพลงบรรเลงที่แดเนียลวางไมค์และเปลี่ยนไปเล่นคีย์บอร์ดผสานไปกับไลน์เบสแน่นหนึบของจอห์นและกลองที่ลื่นไหลของดงกยู เติมสีสันด้วยแซกโซโฟนและคีย์บอร์ดในท่วงทำนองกลิ่นแจ๊ซละมุนแต่ชวนพิศวงหลงใหล จากนั้นก็เข้าสู่เซตบทเพลงอันร้อนแรงและเข้มข้นอย่าง “so real” ที่ท้ายเพลงนี่จัดกันเต็มเหนี่ยวเลย ต่อด้วย “dried flower” บทเพลงอารมณ์เซ็กซี่เข้มลึก ตามมาด้วย “sunburn” ที่เร่าร้อนสมชื่อ และมาจบที่บทเพลงอารมณ์เข้มเหงาลึกอย่าง “homesick” ขับเคลื่อนผู้ชมให้เข้าสู่ภาวะดิ่งลึกเต็มพิกัด

แดเนียลวางไมค์และเปลี่ยนไปเล่นคีย์บอร์ด
แดเนียลวางไมค์และเปลี่ยนไปเล่นคีย์บอร์ด
กีตาร์ผสานแซกโซโฟน ฟินกันสุด ๆ
กีตาร์ผสานแซกโซโฟน ฟินกันสุด ๆ

ก่อนที่จะเข้าสู่เพลงต่อไป Wave to Earth ก็พักพูดคุยกับแฟน ๆ ก่อน แดเนียลได้หยอดคำหวานกับแฟน ๆ ว่า “นี่คือประสบการณ์ที่เยี่ยมยอดที่สุดในชีวิตของผมเลย” หลักจากพาใจแฟน ๆ ฟูฟ่องแล้ว อีกหนึ่งโมเมนต์น่าประทับใจก็เกิดขึ้น เมื่อท่วงทำนองแรกของเพลงต่อมาดังขึ้นพร้อมกับประกายจากกระดาษสีทองที่ระเบิดล่องลอยทั่วฮอลล์ ต้อนรับท่วงทำนองของเพลง “light” ที่แฟน ๆ รอคอย ซึ่งเป็นเพลงฮิตที่แฟน ๆ ร้องตามกันได้ทั้งฮอลล์ ตามมาด้วยท่วงทำนองอันน่าหลงใหลของเพลง “daisy.” ซึ่งเป็นเพลงที่เปี่ยมไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง เชื่อมความสัมพันธ์ทางอารมณ์ระหว่างวงกับแฟนเพลง และมาต่อด้วย “ride” ที่พอได้ฟังสด ๆ แล้วเพลงนี้มีพลังมากเลย

สาดอารมณ์ร็อกกันซะหน่อย
สาดอารมณ์ร็อกกันซะหน่อย
เป็นวงที่ละมุนก็ได้เร้าใจก็โดน
เป็นวงที่ละมุนก็ได้เร้าใจก็โดน
โมเมนต์มันส์ ๆ ของดงกยู
โมเมนต์มันส์ ๆ ของดงกยู

เพลงนี้ Wave to Earth บอกว่าเป็นเพลงสุดท้าย (ตามสูตร) ก่อนที่จะลาแฟน ๆ หายไปหลังเวที แต่เพียงไม่นานวงก็กลับมาพร้อมเสียงกรี๊ดต้อนรับจากแฟน ๆ อีกครั้ง ก่อนที่จะพาเราไปสู่ช่วง encore สุดสะใจเพราะวงใส่เพลงมาอีกเพียบ เปิดด้วยบทเพลง “seasons” บทเพลงสุดละมุน ไพเราะและลุ่มลึกหนึ่งในช่วงเวลาไฮไลต์ (สำหรับเรา ผู้รอคอยบทเพลงนี้อย่างใจจดใจจ่อ) นับว่าการมาปล่อยเพลงนี้ในช่วงเปิด encore เป็นจังหวะที่ลงตัวดีแท้ จากนั้นก็มาถึงเวลาของเพลง “evening glow” บทเพลงจากอัลบั้ม ‘0.1 flaws and all’ ที่นับว่าเป็นช่วงเวลาน่าประทับใจสุดเซอร์ไพรส์ของโชว์เลย เพราะจอห์น ชา เป็นคนร้องในเพลงนี้ แฟน ๆ หลายคนกรี๊ดดีใจ เพราะว่าอยากเห็นจอห์นร้องเพลงสด ๆ สักครั้ง ด้วยความน่ารัก เป็นกันเอง และความเอาใจใส่ที่ชอบสรรหาคำไทยมาพูดกับแฟน ๆ เสมอ ทำให้แฟน ๆ นั้นชื่นชอบเขามาก ๆ ในเพลงนี้แดเนียลเปลี่ยนไปเล่นเบสแทน และจอห์นได้มาอยู่ตรงตำแหน่งกลางเวทีสะพายกีตาร์และร้องเพลง “evening glow” ไปอย่างอบอุ่นและน่าประทับใจ เป็นโมเมนต์ที่แฟน ๆ รู้สึกฟินกันจริง ๆ

จอห์น ชา ผู้น่ารักของแฟน ๆ
จอห์น ชา ผู้น่ารักของแฟน ๆ

ในช่วง encore ปกติศิลปินก็จะมาเพียงเล่นเพียง 2-3 เพลง แต่สำหรับ Wave to Earth แล้วพวกเขาจัดเต็มซัดเราด้วยคลื่นบทเพลงอีกหนึ่งชุด เพลงแรกคือ “pueblo” เพลงที่มาพร้อมท่วงทำนองและจังหวะสบาย ๆ พาใจเบิกบาน ก่อนจะจบด้วยบทเพลงที่เล่นไปแล้วแต่แฟน ๆ ก็ยังอยากฟังอีกอย่างแน่นอน นั่นคือ “daisy.” , “bad” และ “light” เป็นอะไรที่ดีไม่น้อยเลยเพราะหลายครั้งวงต่าง ๆ ที่มาแสดงโชว์มักจะไม่ค่อยได้นำเพลงที่เล่นไปแล้วมาเล่นซ้ำอีก แต่กับ Wave to Earth นี่จัดเต็มกันถึง 3 เพลงเรียกได้ว่าพาฟินสุด ๆ เป็นการเลือกชุดเพลงเพื่อจบโชว์ได้อย่างลงตัวและก็เป็นการจบโมเมนต์ได้อย่างน่าประทับใจ มอบช่วงเวลาดี ๆ ส่งท้ายโชว์ให้แฟน ๆ กลับบ้านอย่างมีความสุข

แดเนียล ‘ลูกรักพระเจ้า’
แดเนียล ‘ลูกรักพระเจ้า’
โมเมนต์ฟิน ๆ ที่แดเนียลลงไปหาแฟน ๆ มีหยิบโทรศัพท์มาถ่ายเซลฟี่ให้แฟน ๆ เองด้วย
โมเมนต์ฟิน ๆ ที่แดเนียลลงไปหาแฟน ๆ มีหยิบโทรศัพท์มาถ่ายเซลฟี่ให้แฟน ๆ เองด้วย

ตั้งแต่ต้นจนจบ ‘Wave to Earth’ ได้มอบความสุขและความประทับใจให้กับแฟน ๆ ชาวไทยในทุกท่วงทำนองที่พวกเขาได้เล่นในโชว์นี้ ความทุ่มเทของวงฉายแววผ่านทุกโน้ตที่พวกเขาเล่น ทำให้ผู้ชมฟินกันมาก ๆ เป็นประสบการณ์ที่อันน่าประทับใจที่แฟน ๆ ของวงได้สัมผัสกับ Wave to Earth อย่างใกล้ชิดและได้สัมผัสการแสดงของวงที่ได้แสดงศักยภาพอันล้นเหลือ นับเป็นหนึ่งเวทีที่สำคัญและเป็นโมเมนต์ที่น่าประทับใจไม่เพียงแต่สำหรับแฟนเพลง แต่สำหรับวงเองก็คงเป็นดังที่แดเนียลได้บอกไว้ว่าโชว์นี้คือช่วงเวลาที่น่าประทับใจที่สุดในชีวิตของเขา และมันก็เป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจของแฟน ๆ ด้วยเช่นกัน ไว้เจอกันในคอนเสิร์ตหน้านะ ‘Wave to Earth’

แชะ ! เก็บภาพความประทับใจกันซะหน่อย
แชะ ! เก็บภาพความประทับใจกันซะหน่อย

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...