รู้จักมหาเศรษฐี Gen Y ญี่ปุ่น เจ้าของกิจการนายหน้าขาย ‘ธุรกิจไร้ผู้สืบทอด’
ญี่ปุ่นไ่ม่ใช่ชาติที่เราจะได้ยินเรื่องความสำเร็จทางธุรกิจของนักธุรกิจหน้าใหม่ที่ทำ Startup เท่าไหร่ เพราะเศรษฐกิจญี่ปุ่นชะงักงันมานานแล้ว ธุรกิจใหม่จึงเกิดและโตยาก อีกทั้งค่านิยมของคนญี่ปุ่นก็เชื่อในการทำงานกับบริษัทใหญ่ๆ เป็น ‘ซาลารีแมน’ เพราะมั่นคงมากกว่า ดังนั้น การจะมีมหาเศรษฐีหน้าใหม่อายุน้อยๆ เกิดขึ้นสักคนในญี่ปุ่นมันเลยเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสุดๆ
ล่าสุด Bloomberg ทำสกู๊ปพิเศษให้กับหนุ่ม Gen Y อายุ 32 ปีที่ชื่อ ชุนซากุ ซากามิ ผู้ถือหุ้น M&A Research Institute กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ และการขึ้นของหุ้นของบริษัทในตลาดหุ้นญี่ปุ่นก็น่าจะทำให้เขากำลังจะเป็น ‘มหาเศรษฐี’ คนใหม่ของญี่ปุ่น
ก่อนหน้าจะกลายเป็นข่าว เขาคือ Startup ทั่วไป เป็นโปรแกรมเมอร์ เคยทำบริษัทเครื่องสำอางแนว Startup เชื่อ Alpaca ซึ่งขายไปแล้วในปี 2017 และเขาก็เอาทุนที่ขายบริษัทก้อนนั้นมาต่อยอดทำ M&A Research Institute ที่เป็นธุรกิจซึ่งกำลังจะส่งเขาขึ้นทำเนียบมหาเศรษฐีดังที่ว่า โดยธุรกิจของ M&A Research Institute คือการออกแบบวิธีแก้ปัญหาธุรกิจไร้ผู้สืบทอดในญี่ปุ่นด้วย AI
ถ้าใครรู้โครงสร้างเศรษฐกิจญี่ปุ่น ก็คงรู้ดีว่า ธุรกิจ SME เติบโตและแข็งแรงมาก มีธุรกิจขนาดกลางและเล็กเยอะ ซึ่งธุรกิจพวกนี้ โดยปกติก็สืบทอดมาหลายชั่วคนเป็นสิบปี หรือบางทีก็หลักร้อยปี
แต่ธุรกิจพวกนี้สุดท้ายก็ทยอยปิดตัวไป เพราะคนญี่ปุ่นรุ่นหลังๆ ถ้าไม่เชื่อในการทำงานบริษัทใหญ่ๆ ก็ไม่อยากสืบทอดธุรกิจครอบครัว ซึ่งทางรอดของบริษัทพวกนี้ก็คือการหาผู้สืบทอดหรือขายธุรกิจให้คนอื่นต่อ ซึ่งถ้าหาไม่ได้ ก็ต้องปิดกิจการไป ทั้งๆ ที่บางธุรกิจมันยังไปได้ดี แค่ไม่มีคนทำต่อ
ดังนั้นโมเดลธุรกิจของ ชุนซากุ ซากามิ ก็คือถ้ามี ‘นายหน้า’ คอยจับคู่ระหว่างคนอยากขายธุรกิจกับคนซื้อธุรกิจ การปิดกิจการอย่างน่าเสียดายพวกนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น
ซากามิบอกว่าเขาได้ไอเดียธุรกิจนี้มาจากการที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของปู่เขาไร้ผู้สืบทอดหลังปู่ตาย ซึ่งเขาก็รู้ว่าธุรกิจมันไปได้ดี แต่เขาก็ไม่อยากสืบทอด (ก็แน่สิ)
สุดท้ายก็ต้องปิดตัวไป และเขาเลยเอาเรื่องนี้มาเตือนใจตัวเองโดยเอาใบอนุญาตประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของปู่ที่ปิดตัวไปใส่กรอบติดข้างฝาที่บริษัทไว้ตลอด
แต่เดี๋ยวก่อน แค่ธุรกิจนายหน้า มันน่าจะมีคนทำอยู่แล้วหรือเปล่า?
ซากามิบอกว่าปัญหาของการขายกิจการอยู่ที่ต้นทุนการขายกิจการ ปกติจ้างนายหน้า ยังไงก็อาจต้องเสียค่าบริการเป็นหลายแสนหรือกระทั่งเป็นล้าน และเสียเวลาเป็นปี โดยที่บางนายหน้าปิดดีลไม่ได้ด้วยซ้ำ คือเสียเวลาไม่พอ เสียเงินฟรีด้วย คนเลยลังเล ซึ่งไอเดียธุรกิจของซากามิคือ เขาใช้ AI ในการช่วยกระบวนการต่างๆ ให้ปิดดีลได้ในครึ่งปี โดยถ้าปิดดีลไม่ได้ เขาจะไม่คิดค่าบริการ ส่วนถ้าปิดดีลได้ เขาก็คิดค่าบริการเป็นเปอร์เซ็นต์ของการปิดดีลเลยคือ 5 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นถ้าธุรกิจไม่ใหญ่มาก ค่าบริการก็จะถูก และทั้งหมดเป็นไปได้เพราะกระบวนการทำหลายๆ อย่างโดยอัตโนมัติโดย AI
ถามว่าธุรกิจนี้มันเวิร์กจริงหรือ? เอาง่ายๆ คือเขาประเมินว่ามีบริษัทในญี่ปุ่นที่ขนาดกลางและเล็กที่น่าจะไร้ผู้สืบทอดรอการปิดกิจการเกิน 600,000 บริษัท ซึ่งธุรกิจเขาก็จะเน้นไปที่บริษัทที่รายได้ต่อปีประมาณ 120 ล้านบาท เพราะเป็นขนาดธุรกิจที่เล็กเกินกว่าที่คุ้มจะไปจ้างนายหน้าแบบเดิมๆ แต่ก็ใหญ่พอที่จะทำให้การปิดดีลจะทำกำไรได้บริษัทได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ
ซึ่งธุรกิจจะเวิร์กหรือไม่? ตลาดหุ้นก็ดูจะตอบแล้วว่าธุรกิจดูจะไปรุ่งและจะทำให้ญี่ปุ่นได้มีมหาเศรษฐี Gen Y คนใหม่ที่รวยขึ้นมาด้วยฝีมือตัวเองจริงๆ ซึ่งมันหายากในญี่ปุ่นนั่นเอง
อ้างอิง
- Insider. A Japanese millennial could soon be a billionaire after shares of his AI-powered matching service for companies surged nearly 50% this year. https://bit.ly/3WGC7zn