โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

TOP ราคาหุ้นยังไม่ขยับ ...แต่งบมีลุ้นฟื้นครึ่งปีหลัง !

efinanceThai

เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2566 เวลา 05.55 น.

เช้านี้หุ้น TOPเคลื่อนไหวผันผวน ก่อนพลิกปิดลบ 0.56% สวนทางราคาน้ำมันดิบรีบาวด์ หลังซาอุฯจ่อลดกำลังผลิต 1 ล้านบาร์เรล ก.ค.นี้ ด้านโบรกฯเตือนงบ Q2/66 อาจสะดุดชั่วคราว เหตุหมดไฮซีซั่น แถม Crack Spread วูบหนัก แต่คาด H2/66 กลับมาฟื้นอีกครั้ง ตามความต้องการใช้น้ำมันสูงขึ้น มอง Valuation หุ้น ยังค่อนข้างถูก !

*** เช้านี้ผันผวน แม้ราคาน้ำมันรีบาวด์

ราคาหุ้น บมจ.ไทยออยล์ (TOP) ช่วงเช้าวันนี้ (6 มิ.ย.66) เคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวน โดยราคาหุ้นดีดขึ้นทำจุดสูงสุดที่ราคา 45.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.68% จากวันทำการก่อนหน้า

ก่อนช่วงท้ายของการซื้อขายภาคเช้า จะพลิกกลับมาเคลื่อนไหวในแดนลบ ปิดภาคเช้าด้วยราคา 44.25 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ -056% จากวันทำการก่อนหน้า มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 62.53% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า สวนทาง Sentiment บวก จากราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น หลังซาอุดิอาระเบียส่งสัญญาณลดกำลังการผลิต 1 ล้านบาร์เรล ช่วงเดือน ก.ค.นี้

*** โบรกฯเตือนงบ Q2/66 อาจสะดุด

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/66 ของ TOP มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากปีก่อน (YoY) และไตรมาสก่อน (QoQ) เนื่องจากอุปสงค์ผ่านฤดูหนาวของทวีปยุโรปมาแล้ว อีกทั้ง ความต้องการใช้ยังลดลง จากความกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐฯ และทวีปยุโรป

นอกจากนี้ อุปทานจากประเทศรัสเซียเข้าสู่ตลาด และโควต้าการส่งออกน้ำมันของประเทศจีนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ Crack Spread น้ำมันสำเร็จรูปทุกชนิดเกิดการปรับฐาน (ยกเว้นน้ำมันเตากำมะถันสูง) โดยตั้งแต่ต้นไตรมาส 2/66 (QTD) ส่วนต่างราคาน้ำมันชนิดหลักซึ่ง TOP มีสัดส่วนการผลิตรวมกว่า 80% ปรับตัวลงแรงทั้งหมด

ทั้งนี้ Crack Spread น้ำมันเบนซินอยู่ที่ 15.1 เหรียญ/บาร์เรล ลดลง 57% จากปีก่อน และลดลง 19% จากไตรมาสก่อน ขณะที่ Crack Spread น้ำมันดีเซลอยู่ที่ 12.5 เหรียญ/บาร์เรล ลดลง 71% จากปีก่อน และลดลง 51% จากไตรมาสก่อน ส่วน Crack Spread น้ำมันอากาศยานอยู่ที่ 13 เหรียญ/บาร์เรล ลดลง 67% จากปีก่อน และลดลง 51% จากไตรมาสก่อน

*** มองค่าการกลั่นจะฟื้นตัวอีกครั้งเร็ว ๆนี้

บล.บัวหลวง ประเมินว่า ค่าการกลั่น มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเร็ว ๆ นี้ มีปัจจัยหนุนจากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นสำหรับอุปสงค์น้ำมันเบนซิน และฤดูกาลขับขี่ช่วงฤดูร้อนของสหรัฐฯ ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา (วันรำลึกถึงผู้พลีชีพเพื่อชาติ) และจะยาวไปจนถึงวันที่ 4 ก.ย.66 (วันแรงงาน)

นอกจากนี้ ความต้องการน้ำมันอากาศยานจากทั่วโลก คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับกิจกรรมการเดินทางอากาศยานที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับ การส่งออกน้ำมันของจีนมีแนวโน้มลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 66 ขณะที่สถิติแสดงให้เห็นว่าสินค้าคงคลังผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูป โดยรวมของภูมิภาคส่วนใหญ่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วง 5 ปีหลัง

อีกทั้ง Crude Premium (ต้นทุนวัตถุดิบ) มีแนวโมปรับตัวลงราว 5 เหรียญ/บาร์เรล มาอยู่ที่ 2 – 3 เหรียญ/บาร์เรลตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 2/66 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ หนุนให้ค่าการกลั่นฟื้นตัว

*** กูรูชี้งบมีลุ้นฟื้นอีกครั้ง ช่วง H2/66

บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ประเมินว่า ผลการดำเนินงานของ TOP มีโอกาสกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ (H2/66) สะท้อนจากมุมมองผู้บริหาร TOP ที่ประเมินว่า อุปสงค์ผลิตภัณฑ์ Gasoline และ Gasoil จะกลับมาสูงกว่าระดับก่อนเกิดโควิด-19 ในช่วงครึ่งหลังของปี 66

มีปัจจัยหนุน จากการเข้าสู่ฤดูขับรถในสหรัฐฯ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ ปริมาณน้ำมันคงคลังก็อยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี นอกจากนี้ อุปสงค์ Jet Fuel ยังมีแนวโน้มฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง ตามจำนวนเที่ยวบินที่สูงสุดในรอบ 5 ปี ขณะเดียวกัน ตลาดอะโรเมติกส์น่าจะตึงตัวมากขึ้น และตลาด PP จะเห็นอุปทานที่สูงขึ้นจากอินเดีย และจีน

เช่นเดียวกับ บล.กรุงศรี ที่ประเมินว่า ผลการดำเนินงานของ TOP จะฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 66 หนุนโดยธุรกิจโรงกลั่น ตาม Crude Premium ที่ลดลง อีกทั้ง ยังมีความต้องการ Re-stock จากทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่ระดับคงคลังน้ำมันอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีหลัง

*** โบรกฯมอง Valuation ยังน่าสนใจ

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มองว่า มูลค่า (Valuation) หุ้น TOP ณ ปัจจุบัน ยังมีความน่าสนใจเข้าลงทุน สะท้อนจากค่าการกลั่นที่กำลังเป็นขาขึ้น แต่ราคาหุ้นยังอยู่ในช่วงขาลง ทำให้ TOP ซื้อขายบน PBV ปี 66 ที่ระดับ 0.6 เท่า ซึ่งสูงกว่าระดับต่ำในช่วงโควิด-19 เล็กน้อย

ทั้งนี้ การฟื้นตัวของค่าการกลั่น จะเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญในการหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น โดยในช่วงขาขึ้นล่าสุดปี 60 ทาง TOP ซื้อขายบน PBV สูงถึง 1.8 เท่า

*** ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ"

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" TOP แม้ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/66 มีแนวโน้มอ่อนตัวลงทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อนก็ตาม แต่คาดว่า ผลการดำเนินงานจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป หนุนให้กำไรสุทธิปี 67 พลิกกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.) กรุงศรี ซื้อ 72.00 หยวนต้า ซื้อ 60.00 ดาโอ ซื้อ 60.00 เมย์แบงก์ฯ ซื้อ 59.00 ราคาเฉลี่ย + 62.75+

ราคาหุ้น TOPตั้งแต่ต้นปี (YTD) เป็นขาลงมาต่อเนื่อง โดยช่วงดังกล่าว ราคาหุ้น TOP ปรับตัวลงราว 20% ส่งผลให้ราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัพไซด์ให้นักลงทุนได้ลุ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของโบรกเกอร์

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/66 ของ TOP ยังมีแนวโน้มอ่อนแอ ส่วนใหญ่จึงมองว่า ยังไม่จำเป็นที่นักลงทุนจะต้องรีบเข้าลงทุน อาจรอให้หลังงบช่วงดังกล่าวประกาศออกมาก่อน แล้วจึงค่อยเข้าลงทุน เพื่อรอรับผลการดำเนินงาน H2/66 ฟื้นตัว ก็เป็นอีก 1 กลยุทธ์ที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ดีเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...