'อำพล' เล็งโหวตนายกฯ พรรคเสียงข้างมาก หลักเดิมปี 62 ชี้ ส.ว.ไม่มีหน้าที่ดูความเหมาะสม
VoiceTV
อัพเดต 10 ก.ค. 2566 เวลา 06.31 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2566 เวลา 05.06 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์วันที่ 10 ก.ค. ที่อาคารรัฐสภา นพ.อำพล จินดาวัฒนะ ส.ว. ยืนยันหลักการว่าด้วยการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 13 ก.ค. นี้ เผยว่า ส่วนตัวเตรียมโหวตให้คนที่พรรคการเมืองรวมเสียงเกินกึ่งหนึ่งในสภาผู้แทนราษฎร เสนอชื่อ เพื่อให้เข้าไปเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากบริหารประเทศต่อไป
นพ.อำพล ระบุว่า ได้ใช้เหตุผลเดียวกันกับที่เคยใช้ตอนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 ซึ่งก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากการรวมเสียงขณะนั้น ฝั่ง พล.อ.ประยุทธ์ มีเสียงข้างมากอยู่ คงต้องไปในทิศทางนั้นๆ
ทั้งนี้ ส่วนตัวก็ไม่อยากใช้อำนาจตามบทเฉพาะกาล แต่เมื่อหน้าที่นี้ยังมีอยู่ ก็จำเป็นต้องทำหน้าที่ต่อไป เพื่อให้กลไกและกติกาตามใช้อยู่เดินหน้าไปได้ ซึ่งที่เหลือก็คือหน้าที่ของบรรดาพรรคการเมืองในการรวบรวมเสียง ส่วนผลการโหวตนั้นบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีจะได้หรือไม่นั้นก็เป็นเรื่องของกระบวนการโหวตในขณะนั้น
"ส่วนตัวผมก็ไม่ได้มีหน้าที่ในการจะต้องไปหาเหตุผลว่าบุคคลใดเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมในการเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งการแสดงออกจาก ส.ว.บางคนก็ถือเป็นมุมมองที่เป็นเอกสิทธิ์ส่วนตัว และสามารถแสดงความคิดเห็นได้ โดยที่แต่ละคนก็จะไม่เข้าร่วมความคิดของใคร แต่ส่วนตัวยังคงยืนยันคำเดิมว่าการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ก็จะใช้หลักการเดียวกับปี 2562"
ส่วนประเด็นที่มีคนอยากปิดสวิตช์ ส.ว.นั้น ครั้งนี้ ส.ว.ก็ถือว่าทำหน้าที่ตามบทเฉพาะกาล เพราะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่ได้มีการวางกรอบไว้ในการทำหน้าที่ แต่ต้องเข้าใจว่ากระบวนการแต่ละอย่างในเรื่องของการลงมติการประชุมร่วมรัฐสภาโดยเฉพาะเรื่องของการผ่านกฎหมายต่างๆ จำเป็นที่จะต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 หรือก็คือต้องได้เสียง 84 เสียงขึ้นไป เมื่อเสียงสวไม่ถึง 1 ใน 3 ก็ต้องไปตามหลักการ
อย่างไรก็ตาม นพ.อำพล ยังยืนยันด้วยว่า ส.ว. ไม่ควรมีหน้าที่และอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง ควรเป็นหน้าที่และอำนาจของ ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงเท่านั้น และทุกครั้งที่มีการขอแก้ไข ส่วนตัวจึงโหวตเห็นด้วยให้ปิดสวิตช์ ส.ว.