โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เซ็นทารา” ปักหมุดโอซากา เปิดโรงแรม 5 ดาวแห่งแรกในญี่ปุ่น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ก.ค. 2566 เวลา 09.09 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2566 เวลา 09.09 น.

เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาสำหรับ “เซ็นทารา แกรนด์ โอซากา” โรงแรม 5 ดาว แฟลกชิปแห่งใหม่ของโอซากา ประเทศญี่ปุ่น และโรงแรมในญี่ปุ่นแห่งแรกของเครือ “เซ็นทารา”

“ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ผู้ลงทุนและบริหารโรงแรมเครือเซ็นทารา บอกถึงเหตุผลที่กลุ่มเซ็นเทลสนใจไปลงทุนธุรกิจโรงแรมในญี่ปุ่นว่า เนื่องจาก “ญี่ปุ่น” เป็นประเทศที่ติด 10 อันดับแรกของประเทศที่นักท่องเที่ยวชาวไทยต้องการไปเยือนมานาน และ “โอซากา” ก็เป็นเมืองท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมระดับโลก และมีศักยภาพสูงด้านการเดินทาง มีระบบคมนาคมที่สะดวก ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวชาวไทย รวมถึงเกาหลีใต้ และจีน

ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์

ปักหมุดแห่งแรกที่โอซากา

โดยโครงการแรกคือ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ โอซากา ซึ่งเป็นการลงทุนร่วมกันระหว่าง 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL บริษัท Taisei Corporation จำกัด และบริษัท Kanden Realty & Development จำกัด

โดยเซ็นเทลถือสัดส่วนการลงทุนอยู่ที่ 53% พาร์ตเนอร์อีกทั้ง 2 รายรวมกัน 47% มูลค่าการลงทุนรวม 3.1 หมื่นล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 9 พันล้านบาท

ขณะที่ “กันย์ ศรีสมพงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน และรองประธานฝ่ายการเงินและบริหาร “เซ็นเทล” เสริมว่า มูลค่าการลงทุน 3.1 หมื่นล้านเยนดังกล่าว แบ่งเป็นเงินกู้จากธนาคารมิซูโฮ (Mizuho) ประมาณ 20,700 ล้านเยน ส่วนที่เหลือประมาณ 10,300 ล้านเยน แบ่งเป็นการลงทุนโดยเซ็นทารา 53% และพาร์ตเนอร์ในส่วนที่เหลือ

“โรงแรมแห่งนี้ถือเป็นอีกแห่งที่เราวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการลงทุนได้สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน โดยผลตอบแทนกลับสู่ส่วนของเจ้าของ หรือ Owner’s equity อาจอยู่ในระดับสองหลัก”

พร้อมให้ข้อมูลว่า การท่องเที่ยวญี่ปุ่นค่อนข้างแข็งแรง นักท่องเที่ยวจำนวนมากอยากเดินทางมาเยือน โดยปี 2562 ก่อนการระบาดของโควิด-19 ญี่ปุ่นมีนักท่องเที่ยวมาเยือนราว 32 ล้านคน

6 เดือนแรกอัตราเข้าพัก 70%

“ธีระยุทธ” บอกด้วยว่า คาดว่าในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นเดือนแรกของการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ โรงแรมแห่งนี้จะมีอัตราการเข้าพัก (occupancy 
rate) เฉลี่ยประมาณ 51-52% ขณะที่ไตรมาส 4/2566 คาดว่าจะมีอัตราการเข้าพักสูงขึ้นเนื่องจากเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายในช่วง 6 เดือนแรก มีอัตราการเข้าพัก (occupancy rate) ราว 70% มีสัดส่วนลูกค้าเป็นชาวญี่ปุ่น 30-40% ประเทศจีนและประเทศที่ใช้ภาษาจีน 15-20% เกาหลีใต้ 15% ชาวไทย 10% และนักท่องเที่ยวจากยุโรปในช่วงฤดูกาลการท่องเที่ยว

ชูจุดเด่นเดินทางสะดวก

ด้าน “ชิเกกิ นาคากาวา” ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซากาให้ข้อมูลว่า โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซากา มีจุดเด่นคือ การเดินทางสะดวก นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากท่าอากาศยานนานาชาติโอซากา-คันไซ สามารถนั่งรถไฟฟ้าสายนันไก (Nankai) ต่อเดียวถึงสถานีนัมบะ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างจากโรงแรมได้

ขณะเดียวกันยังสามารถเดินทางจากสถานีนัมบะ เชื่อมต่อไปยังรถไฟ-รถไฟฟ้าใต้ดินสายอื่น ๆ เพื่อเดินทางไปยังจุดหมายที่ไกลมากขึ้น ทั้งสวนสนุก Universal เกียวโต นารา ฮิโรชิมา

นอกจากนี้ โรงแรมแห่งนี้ยังนำเสนอประสบการณ์ที่หลากหลายแก่แขกผู้เข้าพัก ทั้งในส่วนของอาหารและบาร์ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป เช่น ห้องอาหารสวนบัว โดยเชฟคนไทย ร้านสเต๊กเฮาส์พร้อมวิวเมือง บาร์อัตโนมัติ Automata หรือสปาเซ็นวารี ที่ให้บริการด้วยมาตรฐานแบบไทย เทอราปิสทุกคนผ่านการควบคุม มาตรฐานการให้บริการจากทีมงานชาวไทย

“ห้องพักโรงแรมที่นี่มีขนาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับห้องพักมาตรฐานของโรงแรมทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น โดยเริ่มต้นอยู่ที่ 27 ตารางเมตร รวมถึงยังได้รับการตกแต่งทุกห้องให้มีหน้าต่างจากพื้นจนถึงเพดาน ทำให้ห้องดูโปร่งและโล่ง ผู้เข้าพักยังสามารถชมวิวของเมืองโอซากาได้มากขึ้น”

World Expo 2025 ดึงการลงทุน

ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซากา บอกด้วยว่า ในปี 2568 โอซากาเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Expo 2025 ทำให้มีเครือโรงแรมต่างชาติสนใจเข้ามาเปิดกิจการในโอซากา เช่น ฮิลตัน โฟร์ซีซั่น รวมถึง MGM เตรียมสร้างโรงแรม ขนาดมากกว่า 2,000 ห้อง และเปิดให้บริการใกล้กับ World Expo

สำหรับจุดเด่นเครือโรงแรมจากต่างประเทศนั้น มองว่า โรงแรมจากต่างประเทศมีแนวโน้มจะดึงดูดลูกค้าจากต่างประเทศได้มากกว่า ผ่านโปรแกรมความภักดี (loyalty program) ซึ่งเครือโรงแรมเซ็นทาราก็มีโปรแกรม Centara The One เช่นกัน ขณะที่โรงแรมแบรนด์ท้องถิ่น มีความแข็งแกร่งในกลุ่มลูกค้าธุรกิจท้องถิ่นมากกว่า

เล็งเปิดแห่ง 2 ที่ “เกียวโต”

“ทาคาชิ ยามาซากิ” Executive Officer/Chief of Urban Development Division บริษัท Taisei Corporation จำกัด บอกว่า ตลอดระยะเวลาการพัฒนาโรงแรมแห่งนี้ พาร์ตเนอร์มีการประสานงานอย่างใกล้ชิด ในอนาคตหากมีโอกาสอาจมีการขยายความร่วมมือกับทางเครือเซ็นทาราต่อไปอีก

ขณะที่ “ธีระยุทธ” มองว่าสิ่งสำคัญในการขยายโรงแรมแห่งต่อ ๆ ไปคือต้องพิจารณาความเสี่ยงให้รอบคอบ และมองว่าตอบโจทย์ความต้องการของบริษัทหรือไม่ ซึ่งรูปแบบการลงทุนจะมีทั้งลงทุนเอง 100% และร่วมลงทุน

“เราก็มองหาโรงแรมหรือโลเกชั่นแห่งที่ 2 โดยกรุงเกียวโตเป็นอีกเมืองหนึ่งที่เราพิจารณา เนื่องจากเกียวโตเป็นปลายทางท่องเที่ยวสำคัญ มีหลายคนอยากเดินทางมาสัมผัส”

“โอซากา” ดันฟื้นตัวครึ่งปีหลัง

“ธีระยุทธ” ยังบอกด้วยว่า สำหรับเครือเซ็นทารานั้นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจโรงแรมในครึ่งปีหลังของปี 2566 มี 2 ปัจจัยหลักคือ รายได้จากโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซากา และการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่คาดว่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก

ส่วนในปี 2567 ปัจจัยบวกคือ รายได้เพิ่มเติมจากโรงแรมที่พัทยาและภูเก็ตที่คาดว่าจะปรับปรุงเสร็จสิ้นในไตรมาส 4/2567 และรายได้จากโรงแรมในมัลดีฟส์ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4/2567

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...