‘หมอชลน่าน’ ลั่นเก้าอี้ ‘ประธานสภา’ ไม่ใช่ยื้อแย่ง-บีบบังคับ แต่ ‘ขอ’
The Bangkok Insight
อัพเดต 29 มิ.ย. 2566 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2566 เวลา 10.37 น. • The Bangkok Insight"หมอชลน่าน" ลั่นเก้าอี้ "ประธานสภา" ไม่ใช่ยื้อแย่ง-บีบบังคับ แต่ "ขอ" โอด! เราถูกมัดด้วยอาณัติของประชาชน แม้อยากออกไป แต่มันไม่ชอบทำ
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้า พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการประชุมพรรคร่วมรัฐบาลในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ว่า ทางพรรคก้าวไกลนัดหารือเป็นทางการวันที่ 2 กรกฎาคมและชัดเจนว่าไม่เลื่อนอีก โดยในช่วงเช้าจะมีการหารือระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทย จากนั้นจะประชุมหัวหน้าพรรค 8 พรรคร่วม หลังจากนั้นเรามีความชัดเจนในการพูดคุยกัน ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีกลไกภายในในการปรึกษาหารือ มั่นใจว่าจะคุยกันและสรุปจบด้วยดี
ไม่ใช่ยื้อแย่งหรือบีบบังคับ!
นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า เราเองเป็นพรรคอันดับ 2 เราเข้าใจตัวเราเองดีว่าเป็นพรรคอันดับ 2 ดังนั้นหลักของการเจรจาพรรคอันดับ 2 เราเคารพพรรคอันดับ 1 ตลอดเวลา ขอสังเกตว่าเวลาเสนอเราใช้เป็นข้อเสนอ เพื่อให้พรรคอันดับ 1 พิจารณา 14+1 ก็คือข้อเสนอให้พรรคอันดับ 1 พิจารณา นั่นหมายความว่าเราเคารพเสียงท่านตลอดเวลา เราร้องขอไปว่าท่านจะพิจารณาให้หรือไม่ ไม่ใช่เป็นการยื้อแย่ง เป็นการบีบบังคับ
"วงเจรจาแต่ละฝ่ายก็รู้สึกตัวเองดี เราเข้าใจว่าพรรคอันดับ 1 ควรได้สิทธิ์เป็นประธาน เราก็ถือสิทธิ์นั้นเราจึงขอมาว่ามาเป็นของพรรคอันดับ 2 ได้ไหมที่จะทำงานร่วมกัน เพื่อดุลยภาพในการทำงาน ท่านเป็นประมุขฝ่ายบริหาร แล้วเราเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ นี่เป็นเพียงข้อเสนอ ไม่ใช่การยื้อแย่งหรือเป็นการหักหลังพี่น้องประชาชน เขาจะให้ไม่ให้เรา เราต้องการคำตอบเป็นหลักการเท่านั้นเอง" นพ.ชลน่าน กล่าว
เมื่อถามว่า ถ้าเขาไม่ให้ตามที่เราต้องการจะเป็นอย่างไรต่อไป นพ.ชลน่าน กล่าวว่า การเจรจาที่เรามีหลักพื้นฐานเดียวกันคือเอาพี่น้องประชาชนเป็นตัวตั้ง 151+141 ได้ 292 เราใช้ตัวนั้นเป็นตัวตั้งเป็นหลักในการเจรจา สุดท้ายเราต้องการรัฐบาลที่มาจากฝ่ายประชาธิปไตย ถ้าเรายึดตัวนี้เป็นตัวตั้งเชื่อว่ามีข้อสรุปที่ดีแน่นอน ทั้งนี้ สิทธิ์ของพรรคอันดับ 1 ถ้าเขายืนยันว่าเขาขอไม่ให้ เราเป็นพรรคอันดับ 2 เราก็ต้องมาพิจารณากันว่าจะทำอย่างไร
ขอแปลว่าคุณจะให้เราหรือเปล่า?
นพ.ชลน่าน กล่าวถึงการเสนอชื่อประธานสภาว่า สิทธิ์ของทางก้าวไกลจะเสนออะไรในฐานะคะแนนอันดับ 1 สามารถทำได้โดยชอบและเราเองในฐานะเป็นพรรคร่วม เราก็แถลงการณ์ให้สิทธิ์ก้าวไกลในการเป็นแกนนำ ทุกประเด็นที่จะเป็นข้อเจรจาในการจัดตั้งรัฐบาล เราแถลงกันแล้ว และที่สำคัญเราเป็นพรรคอันดับ 2 เราค่อนข้างระมัดระวัง
"ตำแหน่งประธานสภาของพรรคพท. ในภาวะการที่เรากำลังเสนอขอตำแหน่ง โดยที่ยังไม่ได้รับคำตอบ ถ้าเราดันเอาชื่อคนใดคนหนึ่งขึ้นไปเสนอ ประกบกับพรรคก้าวไกล พรรค พท.จะถูกประณามมากกว่านี้ จะถูกมองว่าเป็นการแข่งทันที ซึ่งเราบอกว่าเราไม่ได้แข่ง แต่เรา "ขอ" ความหมายต่างกันเยอะ เราขอให้คุณอนุญาตให้เราหรือไม่ ไม่ได้ขอตกลง ขอแปลว่าคุณจะให้เราหรือเปล่า" นพ.ชลน่าน กล่าว
เมื่อถามว่า ถ้าเขายืนยันไม่ให้จะเป็นอย่างไร นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ก็เป็นสิทธิ์ของเขาไง เขาเป็นพรรคอันดับ 1 พรรคเพื่อไทยจะได้กลับมาพิจารณาว่า เขาไม่ให้แล้วเนี่ยเราเป็นพรรคอันดับ 2 จะพิจารณาอย่างไรในการร่วมทำงานกับเขาเราจะทำงานแบบไหน
เราถูกมัดด้วยอาณัติของประชาชน
เมื่อถามว่าพิจารณาในการทำงานไม่ได้รวมถึงการสลับขั้วในการจัดตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เราถูกมัดด้วยอาณัติของประชาชน ผมพูดหลายครั้งแล้ว แม้เราอยากออกไปแต่เราออกไม่ได้ เน้นนะครับ แม้เราอยากออกไป ซึ่งเรามีสิทธิ์ด้วย ที่จะออกไปแต่ว่ามันไม่ชอบทำ เราถูกพี่น้องประชาชน 25 ล้านเสียง มัดเรากับก้าวไกลให้ติดกัน มันจะเหมือนพ่อแม่เรา เราเป็นลูก ถูกเขาจับคลุมถุงชนให้มาแต่งงานกัน เราไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธจริง ๆ เพราะฉะนั้นเจตจำนงของประชาชน 25 ล้านคน เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเราคำนึงถึงจุดนี้ในการเจรจา เมื่อพรรคก้าวไกลเขาไม่ให้ เราก็ต้องมา พิจารณาว่าเขาไม่ให้ เราก็ไม่ควรจะต้องรับ ใช่ไหมครับ
เมื่อถามว่าในการโหวตเลือกประธานสภาควรมีเพียงชื่อเดียวในฝั่งของพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลใช่หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า แน่นอน เราทำงานในระบบพรรคการเมือง เมื่อมีมติชัดเจนออกมาอย่างไรมติต้องไปทางนั้น จะเป็นการแหวกมติไม่ได้ แน่นอนเราจะป้องกันไม่ให้เกิดฟรีโหวต จะต้องมีข้อตกลงที่ชัดเจน ทั้งนี้ ยังไม่ได้รับแจ้งว่าจะมีการเลื่อนวันโหวตประธานสภาจากวันที่ 4 กรกฎาคมออกไป ซึ่งไม่เกี่ยวกับไทม์ไลน์การพูดคุย เพราะหากวันที่ 2 กรกฎาคมได้ข้อยุติแล้ววันที่ 3 กรกฎาคมเราไปทำรัฐพิธี เปิดรัฐสภาวันที่ 4 กรกฎาคมก็จะเข้าสู่การโหวตได้ ยิ่งเลื่อนให้ช้าไปก็จะยิ่งเสียผลประโยชน์
เมื่อถามว่า ถ้าการพูดคุยเจรจาระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล ยังไม่ลงตัว นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ไม่มีถ้า ต้องจบวันที่ 2 กรกฎาคมเพราะเราจะโหวตวันที่ 4 กรกฎาคมแล้ว ส่วนหากพรรคเพื่อไทย จบแต่พรรคก้าวไกลไม่จบยืนยันว่าเราเป็นผู้เจรจา สิ่งที่เราต้องมีวัตถุประสงค์ร่วมกันทั้งสองฝ่ายต้องทำให้จบฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายใดทำให้ไม่จบไม่ได้ มันต้องจบทั้งสองฝ่าย
อ่านข่าวเพิ่มเติม