โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

วันทะเลโลก 2566 ยูเอ็นกำหนดธีม "เปลี่ยน พลิกฟื้น คืนโลกสีคราม"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มิ.ย. 2566 เวลา 08.44 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2566 เวลา 10.10 น.
ภาพจาก pixabay

วันทะเลโลก 2566 ยูเอ็นกำหนดธีม “เปลี่ยน พลิกฟื้น คืนโลกสีคราม” สร้างความตระหนักรู้มุ่งสู่การอนุรักษณ์ เมื่อบัญชีแดงไอยูซีเอ็นระบุสิ่งมีชีวิตในทะเลกว่า 1,550 ชนิด หรือเกือบ 10% มีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์

วันที่ 7 มิถุนายน 2566 โลกใบนี้ประกอบด้วยมหาสมุทรถึง 3 ใน 4 ส่วน มนุษยชาติพึ่งพาและใช้ประโยชน์จากทะเลอย่างมหาศาล แต่เมื่อเทียบกับความกว้างใหญ่และความลึกที่มอบให้มนุษย์ มหาสมุทรกลับได้รับเพียงเศษเสี้ยวของความสนใจ การสำรวจเพียงไม่กี่ส่วน และการตอบแทนที่น้อยนิดจากมนุษย์โลก

เนื่องในวันทะเลโลก 8 มิถุนายน องค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น จึงกำหนดธีม “Planet Ocean : Tides are Changing” หรือ “เปลี่ยน พลิกฟื้น คืนโลกสีคราม” เป็นคอนเซ็ปต์หลักในการรณรงค์ อนุรักษ์ และตระหนักถึงความสำคัญของมหาสมุทร

“วันทะเลโลก” หรือ “วันมหาสมุทรโลก” (World Ocean Day) มีจุดเริ่มต้นจากการประชุมสุดยอดระดับประเทศผู้นำว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา (UN Conference on Environment and Development : UNCEN) โดยสมาชิกกว่า 178 ประเทศ ณ กรุงริโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2535 เพื่อให้ภาครัฐ เอกชน ตลอดจนองค์กรต่าง ๆ เผยแพร่ความรู้ รณรงค์ พร้อมจัดกินกรรมให้ประชาชนทั่วโลกตระหนักถึงการปกป้องและรักษาทะเล

จนกระทั่งในปี 2551 ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาตินำโดยแคนาดาจึงมีมติสมัชชาที่ 63/111 กำหนดให้วันที่ 8 มิถุนายนของทุกปีเป็น วันมหาสมุทรโลก หรือวันทะเลโลก โดยเริ่มต้นจัดกิจกรรมในการอนุรักษ์ทะเลและมหาสมุทรจากประเทศต่าง ๆ อย่างพร้อมเพรียงกันในปี 2552

สำหรับธีมของวันมหาสมุทรโลกครั้งแรกโดยองค์การสหประชาชาติเมื่อปี 2552 คือ “มหาสมุทรของเรา ความรับผิดชอบของเรา” (Our Oceans, Our Responsibility)

การปฏิบัติตามกฎระเบียบ หน้าที่ ตลอดจนขอบเขตของวันมหาสมุทรโลกขยายวงกว้างและลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดย “นายบัน คี มูน” เลขาธิการสหประชาชาติในขณะนั้น สะท้อนให้เห็นผ่านข้อกังวลอันหลากหลายที่แสดงออกมาในปี 2551 ครอบคลุมทั้งการดำเนินการตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล, พื้นที่ทางทะเล, การขนส่งระหว่างประเทศ, ความมั่นคงทางทะเล, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทะเล, ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล, สิ่งแวดล้อมทางทะเลและการพัฒนาที่ยั่งยืน, การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความร่วมมือในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ

“การถือปฏิบัติครั้งแรกของวันมหาสมุทรโลกช่วยให้เราสามารถเน้นถึงแนวทางต่าง ๆ ที่มหาสมุทรมีส่วนช่วยเหลือเรา นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสที่จะตระหนักถึงความท้าทายมากมายที่ต้องเผชิญในการรักษาความสามารถเกี่ยวกับการควบคุมสภาพอากาศโลก จัดหาบริการที่จำเป็นต่อระบบนิเวศ ตลอดจนจัดหาวิถีชีวิตที่ยั่งยืนและปลอดภัย” อดีตเลขาธิการสหประชาชาติกล่าว

สิ่งมีชีวิตในทะเลเกือบ 10% เสี่ยงสูญพันธุ์

สำนักข่าว REUTERS เผยแพร่รายงานจากบัญชีแดงไอยูซีเอ็น (IUCN Red List) สถาบันหลักที่มีอำนาจในการระบุฐานะและสถานภาพต่าง ๆ ของสปีชีส์ โดยระบุว่า ผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปจนถึงมลพิษทำให้ชีวิตสัตว์ทะเลถูกทำลายล้าง เกือบ 1 ใน 10 ของพืชใต้น้ำและสัตว์อยู่ในภาวะถูกคุกคามซึ่งเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

“อันโตนิโอ กูเตอร์เรส” เลขาธิการสหประชาชาติได้เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ยุติการทำลายล้างอย่างบ้าคลั่งนี้ รวมทั้งผ่านข้อตกลงเพื่อยุติและฟื้นฟูการสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย

องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ประเมินว่าพืชและสัตว์ทะเลกว่า 1,550 ชนิดจากทั้งหมด 17,903 ชนิดมีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์

“นายเครก ฮิลตัน-เทย์เลอร์” หัวหน้าฝ่ายบัญชีแดงของ IUCN กล่าวว่า มันแสดงให้เห็นว่าเรากำลังสร้างผลกระทบร้ายแรงต่อสัตว์ทะเล ทุกคนมองไม่เห็นหรอกว่าจริง ๆ ใต้ผืนน้ำเกิดอะไรขึ้นบ้าง ดังนั้น การประเมินสถานะของสปีชีส์นี้จะทำให้เราทราบได้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น และนั่นไม่ใช่ข่าวดี

อีกทั้งสัดส่วนของสัตว์ทะเลที่ใกล้จะสูญพันธุ์มีแนวโน้มสูงกว่าข้อมูลปัจจุบันที่แสดงไว้มาก สถานะที่น่ากลัวของสัตว์เหล่านี้น่าจะทำให้เราตระหนักและขอให้เราดำเนินการอย่างเร่งด่วน

IUCN ยกตัวอย่างสถานะของ “หอยเป๋าฮื้อ” ที่ถูกนำมาเป็นอาหารทะเลหรูหรา โดยมีการสำรวจเป็นครั้งแรกและพบว่าประมาณ 44% ของสัตว์ชนิดนี้กำลังเผชิญการสูญพันธุ์เนื่องจากคลื่นความร้อนในทะเลที่รุนแรงและเกิดขึ้นบ่อยครั้งทำให้พวมันเกิดโรคและแหล่งอาหารถูกทำลาย

ส่วน “ปะการังเสา” (Dendrogyra cylindrus) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ในทะเลแคริบเบียนที่มีลักษณะคล้ายหินย้อยก็ถูกระบุสถานะจาก สิ่งมีชีวิตที่เกือบอยู่ในข่ายใกล้การสูญพันธุ์ (vulnerable) เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงขั้นวิกฤติต่อการสูญพันธุ์ (Critically endangered) โดยจำนวนประชากรลดลงกว่า 80% ตั้งแต่ปี 2533 เนื่องจากโรคและการฟอกขาว

นอกจากนี้ IUCN ยังระบุถึงประชากร “พะยูน” สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกินพืชสีเทาตัวอวบอ้วน ที่ปัจจุบันจำนวนตัวโตเต็มวัยลดลงเหลือน้อยกว่า 250 ตัวในแอฟริกาตะวันออก และน้อยกว่า 900 ตัวในนิวแคลิโดเนีย (อาณานิคมฝรั่งเศส) ทางตะวันออกของออสเตรเลีย ท่ามกลางภัยคุกคามที่กำลังเผชิญทั้งการสูญเสียแหล่งอาหารหลักซึ่งก็คือหญ้าทะเล เนื่องจากการสำรวจและผลิตน้ำมันรวมทั้งก๊าซธรรมชาติในแอฟริกา และมลพิษจากการทำเหมืองนิกเกิลในมหาสมุทรแปซิฟิก

สำหรับประเทศไทย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เผยว่าในปี 2565 พบพะยูนประมาณ 273 ตัว แบ่งเป็น ฝั่งอ่าวไทยประมาณ 31 ตัว และฝั่งทะเลอันดามัน 242 ตัว แม้ประชากรพะยูนมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนมากขึ้นกว่าในอดีต แต่ยังมีการเกยตื้นหรือพบการตายของพะยูนอยู่ทุกปี ซึ่งมีสาเหตุมาจากการเจ็บป่วย ลูกพะยูนพลัดหลงจากแม่ เงี่ยงปลากระเบนแทง ถูกกระแทกด้วยของแข็ง อุบัติเหตุ และเครื่องมือประมง

สัตว์ทะเลหายากในประเทศไทย

ข้อมูลจาก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุว่า ประเทศไทยมีสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ ได้แก่ เต่าทะเล พะยูน โลมา และวาฬ โดยในช่วง 15 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2546-2560 พบสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นรวม 3,702 ตัว และมีแนวโน้วการเกยตื้นเพิ่มขึ้น โดยพบมากที่สุดในปี 2560 จำนวน 566 ครั้ง รองลงมาในปี 2559 จำนวน 449 ครั้ง และมีสัดส่วนของสัตว์ทะเลที่เกยตื้นมากที่สุด คือ เต่าทะเลร้อยละ 54.1 โลมา-วาฬร้อยละ 40.8 และพะยูน ร้อยละ 5.1 ตามลำดับ

ทั้งเต่าทะเล พะยูน โลมา และวาฬ ถูกจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนและคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ว่าด้วยการห้ามล่า ห้ามค้า ห้ามครอบครอง ห้ามเพาะพันธุ์ โดยมีผลครอบคลุมไปถึงไข่ ซาก ตลอดจนชิ้นส่วนต่าง ๆ โดยเต่าทะเลทุกชนิด พะยูน และโลมาอิรวดี อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งจึงจัดอยู่ในรายชื่อ CITES บัญชี 1 ส่วนโลมา วาฬ และฉลามวาฬ จัดอยู่ใน CITES บัญชี 2

โดยสาเหตุการตายของเต่าทะเล พะยูน เกิดจากเครื่องมือประมง อวน รวมทั้งใบพัดเรือถึง 80% ส่วนโลมาและวาฬเกิดจากการป่วยตามธรรมชาติ 65%

ทั้งนี้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เตรียมจัดกิจกรรมวันทะเลโลก ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยน พลิกฟื้น คืนโลกสีคราม” (Planet Ocean : Tides are Changing) โดยมีกำหนดจัดงาน ในวันที่ 8 มิถุนายน ณ ลานหินขาว ต.ตะพง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง มีการจัดนิทรรศการจากหน่วยงานต่าง ๆ และกิจกรรมมากมาย เช่น กิจกรรมเก็บขยะชายหาด, กิจกรรมดำน้ำเก็บขยะใต้ทะเล, การเปิดตัวโครงการความร่วมมือในการจัดการขยะทะเลโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนบริเวณปากแม่น้ำ 3 พื้นที่ ได้แก่ แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำตรัง เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...