โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดกลยุทธ์ Coca-Cola น้ำอัดลมยอดนิยม เพราะอะไรถึงครองใจลูกค้ามายาวนาน

SMART SME

อัพเดต 18 ส.ค. 2568 เวลา 11.44 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2568 เวลา 11.44 น.

หากพูดถึงแบรนด์เครื่องดื่มน้ำอัดลมที่อยู่คู่กับผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน คงไม่มีใครไม่รู้จัก Coca-Cola ที่มีแบรนด์อยู่ในมืออย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โคคา-โคลา, โค้ก ซีโร่, โค้ก ไลท์, แฟนต้า, สไปร์ท, ชเวปส์, รูทเบียร์ เอ แอนด์ ดับบลิว, น้ำส้มมินิทเมด และ สแปลช

ทำไม กลยุทธ์ Coca-Cola ถึงเป็นแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคมานานกว่าศตวรรษ? คำตอบไม่ได้อยู่ที่รสชาติเพียงอย่างเดียว แต่เป็นกลยุทธ์การตลาดที่ชาญฉลาดและโดดเด่นนั่นเอง

สำหรับ Coca-Cola ก่อตั้งในปี 1886 โดย John Pemberton ที่เมืองแอตแลนต้า รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐฯ ตลอดระยะเวลาของธุรกิจที่ดำเนินกิจการมายาวนานกว่า 134 ปี Coca-Cola ต้องเผชิญการแข่งขัน และอุปสรรคในตลาดที่รุนแรง รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ธุรกิจต้องมีการปรับตัวอยู่เสมอ ด้วยการวางกลยุทธ์ทางการตลาดให้มีความน่าสนใจอยู่เสมอ

เลิกผลิตแบรนด์ไม่ทำกำไร

แม้ว่าจะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเครื่องดื่มที่มีแบรนด์บริหารอย่างมากมาย แต่เมื่อประเมินแล้วว่าแบรนด์เครื่องดื่มชนิดไหนไม่สามารถทำกำไรได้ก็พร้อมยกเลิกทันที โดยเมื่อปีที่ผ่านมา Coca-Cola ตัดสินใจยกเลิกการผลิตสินค้าภายในเครือจำนวน 200 แบรนด์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องดื่มที่มีความล้าสมัย เช่น Tab, Zico และ Odwalla พร้อมมุ่งเน้นไปที่แบรนด์ทำกำไร อย่าง Coke Zero Sugar

การตลาดแบบ Localize

อีกหนึ่งกลยุทธ์ Coca-Cola ที่ดึงดูดให้ผู้บริโภคซื้อสินค้า คือการออกแคมเปญที่เรียกว่า “Share A Coke” ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยในประเทศไทยที่รู้จักกันดีการพิมพ์ชื่อคนอยู่บนกระป๋อง และขวดพลาสติกของโค้ก หรือจะเป็นข้อความแชร์ความรู้สึกเพื่อมอบให้กับคนสำคัญในช่วงเทศกาลต่าง ๆ

เหล่านี้กลายเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันให้กับลูกค้า และเป็นการเข้าใจวัฒนธรรมของผู้คนในแต่ละประเทศ ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมเป็นอย่างดี

หัวใจของแบรนด์ไม่ใช่การขายสินค้า

แน่นอนว่าการทำธุรกิจ ทุกคนล้วนต้องการกำไรจากสินค้า และบริการที่มีอยู่ แต่สำหรับ Coca-Cola พวกเขามีมากกว่านั้น โดยหัวใจสำคัญของการตลาด คือการสร้างความสุข ความสนุกสนาน และความยินดี ให้กับลูกค้า ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะเห็นโฆษณา แคมเปญออกมาในรูปแบบของความสดใส สร้างความสุขให้กับผู้พบเห็น มีการแบ่งปันช่วงเวลาดี ๆ กับเพื่อน และครอบครัว

ปรับตัวกับโลกที่เปลี่ยนไป

แม้ว่าแบรนด์จะมีอายุเก่าแก่ แต่ก็ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะปรับตัวเข้ากับเทรนด์ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ เช่น การใช้ AI และการตลาดดิจิทัลเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า นำมาสู่การสร้างแคมเปญเกิดการมีส่วนร่วมกับบริโภค

ออกรสชาติใหม่อยู่เสมอ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Coca-Cola ยังคงไม่ตกเทรนด์ เกาะกระแสความนิยมของผู้คนส่วนใหญ่ในช่วงนั้น ออกสินค้ารสชาติใหม่ ๆ ออกมาวางจำหน่ายในตลาดอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น “โค้กรสชาติกาแฟ” ที่พร้อมวางจำหน่ายทั่วสหรัฐฯ เจาะกลุ่มวัยรุ่น หลังซุ่มทดสอบตลาดมาถึง 2 ปี โดยจะมี 3 รสชาติด้วยกัน คือ 1.Dark Blend 2.Vanilla และ 3.Caramel

หรือจะเป็นที่ญี่ปุ่นมีการเปิดตัว Coca-Cola Strawberry เพื่อให้เข้ากับเทศกาลของสตรอเบอร์รี่ ในช่วงฤดูหนาว รวมถึง Coca-Cola Frozen Lemon เป็นเครื่องดื่มซึ่งถูกคิดค้นโดยเป็นการผสมผสานระหว่างน้ำมะนาวแท้ในรูปของเกล็ดน้ำแข็ง และโค้กรสดั้งเดิม ซึ่งทางบริษัทเผยว่ากว่าจะได้เครื่องดื่มรสชาตินี้ออกมานั้นมีการใช้เวลาวิจัย พัฒนา และทดลองมากถึง 8 ปี เพื่อให้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด

การตลาดรักษ์โลก

Coca-Cola เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ถูกกล่าวหาว่าสร้างขยะพลาสติกมากที่สุดในโลก โดยการสำรวจของ Break Free From Plastic โดยการเก็บข้อมูลของกิจกรรมทำความสะอาด 848 แห่ง ที่ถูกจัดขึ้นตามชายหาด, ถนน, แม่น้ำ ไปจนถึงรอบ ๆ ที่พักอาศัย ใน 51 ประเทศ 6 ทวีป พบว่า “Coca-Cola” เป็นแบรนด์ที่สร้างมลพิษมากที่สุด

กิจกรรมที่เก็บข้อมูล พบว่าอาสาสมัครกว่า 72,541 คน สามารถเก็บขยะพลาสติกได้มากกว่า 475,000 ชิ้นทั่วโลก โดยจำนวนขยะพลาสติกที่มาเป็นอันดับ 1 คือแบรนด์ Coca-Cola มีทั้งสิ้น 11,732 ชิ้น

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Coca-Cola เริ่มมองหาแนวทางสร้างความยั่งยืนให้กับสินค้า ทั้งการนำเทคโนโลยีที่เรียกว่า KeelClip เพื่อยกเลิกการใช้ห่อพลาสติกทั้งหมดออกจากเครื่องดื่มชนิดกระป๋องในตลาดสหภาพยุโรป หรือประกาศเปิดตัวขวดแบบใหม่เป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ โดยมีความโดดเด่นอยู่ที่ทำมาจากวัสดุพลาสติกรีไซเคิลแบบ 100% เพื่อแก้ไขปัญหารในเรื่องนี้

สรุปได้ว่ากลยุทธ์ Coca-Cola ที่ทำให้ยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งคือการผสานระหว่าง “ความรู้สึก” กับ “ความสม่ำเสมอ” และ “การปรับตัว” ซึ่งทำให้แบรนด์เป็นมากกว่าเครื่องดื่ม แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของประสบการณ์ดี ๆ ที่อยู่ในทุกช่วงเวลาสำคัญของผู้คนทั่วโลก

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...