โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สมองไว้ต่อสิ่งเร้า เสี่ยงป่วยโรคจิตเวช

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 19 ส.ค. 2568 เวลา 05.16 น.
คนที่ไวต่อสิ่งเร้าเป็นพิเศษ เช่น ได้กลิ่นแรง แสงจ้า หรือเสียงดังๆ แล้วรู้สึกอ่อนไหวต่อสิ่งเหล่านี้มากกว่าคนอื่น อาจจะเข้าข่ายเป็นโรคทางจิตเวช

คนที่ไวต่อสิ่งเร้าเป็นพิเศษ เช่น ได้กลิ่นแรง แสงจ้า หรือเสียงดังๆ แล้วรู้สึกอ่อนไหวต่อสิ่งเหล่านี้มากกว่าคนอื่น อาจจะเข้าข่ายเป็นโรคทางจิตเวช โดยเพจ "สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์" โดย ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์เวชปฏิบัติทางประสาทวิทยาที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านสมองและความผิดปกติทางประสาทวิทยา ได้ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ระบุว่า

สมองไว Highly Sensitive person อารมณ์อ่อนไหว ไม่ชอบ แสงจ้า กลิ่นแรง เสียงดังๆ ตกใจง่าย อะไร ก็ ขอ ไม่อึกทึก เบาๆ เหมือนจะสมองไวต่อสิ่งเร้า เหมือนเป็นองค์หญิง องค์ชายกลับชาติมาเกิด แต่ต้องระวัง

งานวิจัย วิเคราะห์อภิมาน (Meta-analysis) ขนาดใหญ่จาก 33 งานวิจัยโดย Tom Falkenstein นักจิตบำบัดและนักศึกษาปริญญาเอกจาก Queen Mary University of London

พบว่า คนที่มีลักษณะ “ไวต่อสิ่งเร้า” (Highly Sensitive) มีโอกาสเจอปัญหาสุขภาพจิตบ่อยกว่าคนปกติทั่วไป เช่น โรคซึมเศร้า วิตกกังวล PTSD และบุคลิกภาพแบบหลีกเลี่ยง

“คนสมองไว” หรือที่เรียกว่า Highly Sensitive Person (HSP) มีสัดส่วนประมาณ 15–20% ของประชากร ตามที่นักจิตวิทยา Elaine Aron ประเมินไว้

  • ในงานวิจัยล่าสุดบางฉบับ รายงานว่าอาจมีถึง 31% ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มมีความไวสูง (high sensitivity)
  • นอกจากนี้ คนสมองไว จะมีโอกาสเจอปัญหาสุขภาพจิตมากขึ้น เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล PTSD

คนกลุ่มนี้จะเปราะบางกับความเครียดมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ตอบสนองต่อประสบการณ์เชิงบวก ดีใจก็จะซาบซึ้ง หรือ อ่อนไหว โรแมนติก และการบำบัดได้ดีกว่าคนทั่วไป

สำหรับการลดอาหารหรือผลกระทบที่จะเกิดเมื่อเจอสิ่งเร้าเหล่านี้ ทำได้ เช่น

  • อยู่ให้ห่างไกลจากสิ่งเร้า เท่าที่จทำได้ เช่น ถ้าเป็นคนที่ไวต่อเสียงดัง ก็เลือกที่อยู่อาศัยที่เงียบสงบ ไม่พาตัวเองไปอยู่ในจุดที่มีสิ่งเร้า เพื่อป้องกันอาการอ่อนไหว
  • ฝึกจัดการความครียด เพราะโดยมากคนที่มีความไวต่อสิ่งเร้า มักจะพบว่า มีภาวะความเครียดสูง
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 30-60 นาทีต่อวัน
  • ฝึกสมาธิ ทำให้ใจสงบ ปล่อยวาง ไม่โฟกัสที่สิ่งกระตุ้น
  • ทำกิจกรรมเข้าสังคม เช่น เรียนภาษาใหม่ เล่นกีฬา เล่นดนตรี ที่ต้องออกไปพบปะเจอผู้คนอยู่เสมอ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...