โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดอลลาร์แข็งค่า จับตาการประชุมประจำปีเฟด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ส.ค. 2568 เวลา 11.47 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. 2568 เวลา 11.45 น.

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า นักลงทุนจับตาการประชุมประจำปีเฟด ที่เมืองแจ๊กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ในสัปดาห์นี้

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 19 สิงหาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/08) ที่ระดับ 32.52/53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (18/08) ที่ระดับ 32.45/46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเปิดตลาดแข็งค่าขึ้นในกรอบเดิมเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ซึ่ง Dollar Index ปรับตัวขึ้นที่ 98.17 ภายหลังการประชุมระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ได้ส่งสัญญาณถึงความจำเป็นที่จะดำเนินการโดยตรงไปสู่การทำข้อตกลงสันติภาพมากกว่าการทำข้อตกลงหยุดยิงเพียงชั่วคราว

ขณะเดียวกันนักลงทุนทั่วโลกต่างจับตาการประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เมืองแจ๊กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ในสัปดาห์นี้ที่จะมีขึ้นในวันที่ 21-23 ส.ค. โดยมีเฟดสาขาแคนซัส ซิตี้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม

โดยนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด มีกำหนดจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในวันศุกร์ที่ 22 ส.ค. เวลา 10.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเวลา 21.00 น.ตามเวลาในไทย

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนที่ผ่านมา (18/08) สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลง 1 จุด สู่ระดับ 32 ในเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2565 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 34 โดยดัชนีความเชื่อมั่นได้รับผลกระทบจากการดีดตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง และความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งนี้การที่ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ถึงมุมมองทั่วไปที่เป็นลบ

สภาพัฒน์แถลงเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 2

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ (18/08) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) รายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไตรมาสที่ 2/68 ขยายตัว 2.8% จากตลาดคาด 2.5-2.7% แต่ชะลอลงจากในไตรมาส 1/68 โดยปัจจัยหลักมาจากการชะลอตัวของการผลิตภาคนอกเกษตร โดยเฉพาะกลุ่มบริการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ขณะที่การผลิตภาคเกษตรขยายตัวต่อเนื่อง

สำหรับด้านการใช้จ่าย การอุปโภคบริโภคขั้นสุดท้ายของเอกชน และการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคขั้นสุดท้ายของรัฐบาลชะลอตัวลง การส่งออกสินค้าและบริการขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่การสะสมทุนถาวรเบื้องต้น และการนำเข้าสินค้าและบริการเร่งตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มที่จะได้รับแรงสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายจ่ายลงทุนภาครัฐการขยายตัวต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ และการฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรและหมวดยานพาหนะในภาคการท่องเที่ยวโดยจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม-กรกฎาคม) อยู่ที่ 19.3 ล้านคน ลดลงร้อยละ 6.4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เป็นผลมาจากการลดลงของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short-haul) ส่งผลให้ในปี 2568 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาไทยรวมทั้งสิ้น 33.0 ล้านคน

ทั้งนี้นักลงทุนรอการเปิดเผยข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ที่จะรายงานภาวะการค้าระหว่างประเทศ (Exports & Imports) เดือน ก.ค. ซึ่งอาจเริ่มสะท้อนผลกระทบของนโยบายการค้าของสหรัฐที่ชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.42-32.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.44/46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/08) ที่ระดับ 1.1655/56 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (18/08) ที่ระดับ 1.1681/82 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยทำเนียบขาวได้เปิดเผยว่าประธานาธิบดีทรัมป์ได้หารือเป็นการส่วนตัวกับประธานาธิบดีเซเลนสกีที่ห้องทำงานรูปไข่ในวันจันทร์ เวลา 13.15 น. ตามเวลาสหรัฐ หรือวันอังคาร 00.15 น.ตามเวลาไทย ก่อนที่จะพบปะกับบรรดาผู้นำยุโรปที่ห้องอีสต์รูมของทำเนียบขาวในเวลา 15.00 น. ตามเวลาสหรัฐ หรือวันอังคาร 02.00 น. ตามเวลาไทย

การพบปะกันครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขวิกฤตการณ์ในยูเครน หลังจากการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับประธานาธิบดีปูติน ผู้นำรัสเซีย ที่รัฐอะแลสกา เมื่อวันศุกร์ (15/08) ปิดฉากลงโดยไม่มีความคืบหน้าใด ๆ

ทั้งนี้หลังจากการประชุมทวิภาคีจบลงประธานาธิบดีทรัมป์ พร้อมด้วยประธานาธิบดีเซเลนสกี้ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ว่า เขาคาดหวังว่าการประชุมกับประธานาธิบดีเซเลนสกีในครั้งนี้จะนำไปสู่การประชุมไตรภาคีร่วมกับประธานาธิบดีปูตินในที่สุด โดยเขาจะทำงานร่วมกับยูเครนและทุกฝ่ายเพื่อให้แน่ใจว่าสันติภาพจะคงอยู่ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าประธานาธิบดีปูตินเองก็ต้องการให้สงครามในยูเครนยุติลง

ส่วนทางด้านประธานาธิบดีเซเลนสกีได้กล่าวว่า เขาสนับสนุนการยุติสงครามด้วยแนวทางการทูต และยูเครนพร้อมสำหรับการประชุมไตรภาคีร่วมกับรัสเซีย โดยประเด็นที่ละเอียดอ่อน ซึ่งรวมถึงเรื่องอาณาเขต จะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในการประชุมไตรภาคี ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1640-1.1684 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1675/76 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ญี่ปุ่นเตรียมออก Stablecoin

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/08) ที่ระดับ 147.81/82 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (18/08) ที่ระดับ 147.39/40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำนักขาว Nikkei รายงานว่า สำนักงานบริการทางการเงินของญี่ปุ่น (FSA) เตรียมอนุมัติการออก Stablecoin ที่อ้างอิงสกุลเงินเยนเป็นครั้งแรกของประเทศอย่างเน้นทางการ โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อนำไปใช้ในการโอนเงินระหว่างประเทศ (Internatoinal Remittances) และขยายสู่บริการทางการเงินอื่น ๆ ในอนาคต ซึ่งผู้ที่จะได้รับใบอนุญาตในครั้งนี้คือ JPYC Inc. บริษัทฟินเทคจากโตเกียว ซึ่งกำลังจะจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบธุรกิจโอนเงิน (Money Transfer Business) ภายในเดือนนี้ โดยบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะออกเหรียญ Stablecoin ใหม่นี้เป็นมูลค่ารวมราว 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.5 แสนล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี

ซึ่ง Stablecion คือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ทำงานบนเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) โดยถูกออกแบบมาให้มีมูลค่าคงที่ ด้วยการผูกมูลค่าแบบ 1 ต่อ 1 กับสกุลเงินทั่วไป (Fiat Currency) เช่น ดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจุบันตลาด Stablecion ทั่วโลกมีมูลค่ารวม (Market Cap) สูงกว่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่วนใหญ่ยังคงอ้างอิงกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก

การอนุมัติ Stablecoin สกุลเงินเยนครั้งแรกนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการการเงินดิจิทัลในญี่ปุ่น ที่จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการทำธุรกรรม ลดต้นทุน และเปิดประตูสู่การพัฒนานวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ ที่เชื่อมต่อระหว่างโลกการเงินแบบดั้งเดิมและเทคโนโลยีบล็อกเชนในอนาคต ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 147.54-148.11 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 147.79/80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ได้แก่ แบบจำลอง GDPNow ของธนาคารกลางแอตแลนตา (ไตรมาส 3) (19/08), สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ (20/08), รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) (21/08), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการวางงานครั้งแรก (21/08), ดัชนีภาคการผลิตจากธนาคารกลางรัฐฟิลาเดลเฟีย เดือน ส.ค. (21/08), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือน ส.ค. (21/08), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการเดือน ส.ค. (21/08), ยอดขายบ้านมือสองเดือน ก.ค. (21/08), การกล่าวสุนทรพจน์ของนายพาวเวลล์ (Powell) ประธานาธนาคารกลางสหรัฐ (22/08)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.5/-8.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.5/-5.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดอลลาร์แข็งค่า จับตาการประชุมประจำปีเฟด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...