“ธนาคารกลางฟิลิปปินส์” ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง หลังคดีทุจริตฉุดเศรษฐกิจถึงปี 69
"ธนาคารกลางฟิลิปปินส์" ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง หลังคดีทุจริตโครงการควบคุมน้ำท่วมมูลค่าหลายพันล้านเปโซกระทบความเชื่อมั่น ฉุดเศรษฐกิจยืดถึงปี 2569
วันที่ 27 ตุลาคม 2568 เวลา 10.07 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งในเดือนธันวาคม และมีแนวโน้มลดลงต่อในปีหน้า เนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจจากคดีทุจริตครั้งใหญ่ในโครงการควบคุมน้ำท่วมของรัฐบาล อาจยืดเยื้อไปจนถึงสิ้นปี 2569 ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ระดับสูง
เบนจามิน ดิโอกโน สมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินของ BSP กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Bloomberg ว่า “ผมคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมครั้งถัดไปเดือนธันวาคม” และเสริมว่า อาจมีการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในช่วงปีหน้า หากข้อมูลการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงานยังอยู่ในเกณฑ์ที่มั่นคง และอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม
เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา BSP ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% หลังคดีทุจริตในโครงการป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาลส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ โดยการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปจะจัดขึ้นวันที่ 11 ธันวาคม
ดิโอกโน ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลาง รัฐมนตรีคลัง และรัฐมนตรีงบประมาณของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า เศรษฐกิจอาจชะลอตัวลงเล็กน้อย จากผลกระทบของคดีทุจริตและความไม่แน่นอนทางการค้า พร้อมคาดว่า ปี 2026 จะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน (transition period) ขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ พยายามแก้ไขปัญหา
คดีทุจริตดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในเดือนกรกฎาคม เมื่อมาร์กอสเปิดเผยการทุจริตในโครงการควบคุมน้ำท่วมมูลค่าหลายพันล้านเปโซ โดยพบว่าหลายโครงการมีมาตรฐานต่ำ หรือบางโครงการไม่มีอยู่จริง ส่งผลให้มีการสอบสวนเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงโยธาธิการและสมาชิกสภาหลายคน ซึ่งทั้งหมดปฏิเสธข้อกล่าวหา เหตุการณ์นี้ยังเป็นชนวนให้นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นฟิลิปปินส์จำนวนมาก
“เราน่าจะฟื้นตัวจากความวุ่นวายนี้ได้ภายในสิ้นปีหน้า และในปี 2570–2571 เศรษฐกิจจะกลับมาอยู่ในเส้นทางเดิมอีกครั้ง” ดิโอกโนกล่าว
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินเปโซของฟิลิปปินส์อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยอยู่ที่ 58.635 เปโซต่อดอลลาร์ เมื่อเวลา 11.05 น. ของวันจันทร์ ส่วนดัชนีตลาดหุ้นหลักของประเทศร่วงลง 1.3%
ดิโอกโนย้ำว่า ธนาคารกลางจะเข้าแทรกแซงในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน เฉพาะในกรณีที่การอ่อนค่าของเงินเปโซส่งผลกระทบต่อกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ตั้งไว้ระหว่าง 2%–4% เท่านั้น พร้อมเสริมว่า“BSP ไม่ได้มีเป้าหมายตรึงอัตราแลกเปลี่ยนไว้ที่ระดับใดระดับหนึ่งโดยเฉพาะ”
อ้างอิง : www.bloomberg.com