โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นักวิชาการ ชมรบ.ภูมิใจไทยจริงจัง จริงใจ แก้ปัญหาชายแดน

INN News

อัพเดต 28 ต.ค. 2568 เวลา 11.23 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2568 เวลา 04.23 น. • INN News

นักวิชาการ ชี้ ไทย-กัมพูชา เซ็นความร่วมมือราบรื่น ชมรัฐบาลภูมิใจไทย จริงจัง จริงใจ แก้ปัญหาชายแดน สิ้นสุดยุคอำพรางซ่อนเร้น

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว นักรัฐศาสตร์ จาก ม.บูรพา กล่าวถึงข้อตกลงไทย-กัมพูชา จากการประชุมสุดยอดอาเซียนที่มาเลเซีย ระบุว่าการลงนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างไทย–กัมพูชา–สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568

นับเป็นเหตุการณ์สำคัญที่พลิกโฉมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในบริบทของการสร้างสันติภาพหลังจากความตึงเครียด ทางชายแดนไทย-กัมพูชาที่ดำเนินมายาวนานตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว

การที่รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย เข้ามามีบทบาทในการยุติความขัดแย้งดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ปัญหาความมั่นคงในเชิงยุทธศาสตร์เท่านั้น แต่เป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบ และความจริงใจทางการเมืองในฐานะรัฐบาลเพื่อการสร้าง เจตจำนงแห่งสันติภาพ อย่างแน่วแน่ ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการทูตเชิงสมานฉันท์ยึดประโยชน์ของชาติและความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเป็นศูนย์กลาง

ก่อนหน้าการเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาลภูมิใจไทย ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาถูกครอบงำด้วยความไม่ไว้วางใจซึ่งสั่งสมมาเป็นเวลานาน ความขัดแย้งเกี่ยวกับเขตแดน ส่งผลให้ทั้งสองประเทศ ต้องสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจและความร่วมมือในระดับภูมิภาค

ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ส่วนบุคคลระหว่างผู้นำทางการเมืองในอดีตที่มีลักษณะของความใกล้ชิดกลับถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใส และผลประโยชน์ทับซ้อนมีวาระซ่อนเร้นอำพรางทำให้การดำเนินการขาดความน่าเชื่อถือ

ในบริบทเช่นนี้การขึ้นมาของพรรคภูมิใจไทยในปี 2567–2568 จึงเป็นจุดเปลี่ยนเชิงนโยบายที่สำคัญรัฐบาลได้วางแนวทางใหม่ในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยยึดหลักความเป็นอิสระ โปร่งใส และปลอดจากแรงจูงใจส่วนตน

การทูตของรัฐบาลชุดนี้จึงมุ่งเน้น ความร่วมมือเพื่อสันติภาพมากกว่าการแข่งขันทางอำนาจและให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ร่วมระหว่างประเทศ มากกว่าผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์สันติภาพที่รัฐบาลนำเสนอ คือ ความจริงใจและความโปร่งใสในการเจรจา การเปิดเผยข้อมูลของข้อตกลงต่อสาธารณชน

และการยืนยันว่าไม่มีส่วนใดที่ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบในเชิงอธิปไตยหรือเศรษฐกิจ ล้วนสะท้อนถึงความมั่นคงทางจิตใจของรัฐบาลที่ยึดมั่นในผลประโยชน์ของชาติ

ข้อตกลงนี้เน้นหลักการสำคัญของ ความเสมอภาคแห่งรัฐ และการเคารพเขตแดนตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยกำหนดให้มีคณะผู้สังเกตการณ์ร่วมภายใต้กรอบอาเซียนช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการแทรกแซง จากภายนอกโดยตรง และยังเป็นการยืนยันว่าไทยต้องการสร้างสันติภาพบนฐานของความร่วมมือและความไว้วางใจ ไม่ใช่บนแรงกดดันหรือผลประโยชน์ฝ่ายเดียว

รัฐบาลยังได้ขับเคลื่อนแนวทางเศรษฐกิจสันติภาพชายแดน(Border Peace Economy) เพื่อเปลี่ยนพื้นที่แห่งความขัดแย้งให้กลายเป็น พื้นที่แห่งโอกาสโดยเฉพาะจังหวัดสระแก้ว บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ ที่มีศักยภาพเชื่อมโยงเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานกับกัมพูชา แนวทางนี้ไม่เพียงสร้างรายได้และการจ้างงาน แต่ยังทำให้ประชาชนทั้งสองฝั่งรู้สึกเป็นมิตรและพึ่งพากันได้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นรากฐานของสันติภาพที่ยั่งยืน

จุดเด่นอีกประการของรัฐบาลคือ การทำให้การทูตกลายเป็นเรื่องของประชาชนอย่างแท้จริง การเปิดเผยเนื้อหาของข้อตกลงไทย–กัมพูชา–สหรัฐฯ อย่างครบถ้วน ถือเป็นสัญญาณของความโปร่งใสทางนโยบาย ที่ไม่เคยปรากฏชัดประชาชนสามารถรับรู้ ตรวจสอบ และทำความเข้าใจได้ว่าข้อตกลงนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างสันติภาพ ไม่ใช่การยอมอ่อนข้อให้ต่างชาติ

การเปิดเผยเช่นนี้ช่วยสร้าง ความสบายใจทางการเมืองให้กับประชาชนในวงกว้าง และทำให้รัฐบาลได้รับความไว้วางใจมากขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ เพราะความโปร่งใสกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมความชอบธรรมของรัฐ

ในเชิงยุทธศาสตร์การดำเนินนโยบายของรัฐบาลภูมิใจไทยสะท้อนแนวคิด สันติภาพที่ตั้งอยู่บนผลประโยชน์ร่วมมากกว่าการยุติความขัดแย้งเพียงชั่วคราว รัฐบาลเลือกเข้าร่วมความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาโดยรักษาความสมดุล กับอาเซียนและประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ให้ไทยถูกมองว่าเข้าข้างมหาอำนาจใดมหาอำนาจหนึ่ง การวางตัวเช่นนี้สะท้อนถึง ความเป็นกลางเชิงยุทธศาสตร์ที่เน้นการรักษาผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก

รัฐบาลภูมิใจไทยจึงมองสันติภาพไม่ใช่เพียงเป้าหมายระยะสั้น แต่เป็น กลไกการพัฒนาแห่งอนาคตที่จะนำพาภูมิภาคไปสู่ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และมนุษยธรรมร่วมกัน รัฐบาลได้สร้างแบบอย่างใหม่ของการเมืองระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนความจริงใจ ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อประชาชนมากกว่าการเมืองแห่งการต่อรองผลประโยชน์

การยุติสงครามชายแดนไทย–กัมพูชาไม่เพียงเป็นชัยชนะของนโยบายต่างประเทศเท่านั้น หากยังเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อมั่นว่าการเมืองแบบเปิดเผยและปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน สามารถสร้างสันติภาพได้จริง

รัฐบาลจึงพิสูจน์ให้เห็นว่าสันติภาพไม่ได้เกิดจากอำนาจ หากเกิดจากความจริงใจของผู้มีอำนาจและด้วยแนวทางเช่นนี้ ประเทศไทยไม่เพียงฟื้นฟูความไว้วางใจจากประชาชนและประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น แต่ยังสามารถยืนหยัดในฐานะ ศูนย์กลางแห่งสันติภาพและความร่วมมือของอาเซียนได้อย่างมีศักดิ์ศรีและยั่งยืน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...