เปิดค่าโดยสารใหม่ สายสีเขียว ส่วนต่อขยาย เริ่ม 1 พ.ย. 2568
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2568 เวลา 20.36 น.
รถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดเผยอัตราใหม่ ค่าโดยสาร รถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย คิดตามระยะทาง 17-45 บาท รวมสถานีหลัก จ่ายไม่เกิน 65 บาท เริ่ม 1 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป
หลังจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมปรับโครงสร้างอัตราค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวในส่วนต่อขยายทั้งสามช่วง ได้แก่ หมอชิต-คูคต, บางจาก-สมุทรปราการ และโพธิ์นิมิตร-บางหว้า จากเดิม 15 บาทตลอดสาย เป็นคิดตามระยะทาง เริ่มต้น 17-45 บาท และสูงสุดไม่เกิน 65 บาท เมื่อเดินทางข้ามช่วงระหว่างสายสัมปทานและส่วนต่อขยาย เริ่มตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2568
ล่าสุด รถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ ถึงการคิดค่าโดยสารในอัตราใหม่ ของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย โดยจะมีผลใน 3 ส่วนต่อขยาย คือ สถานีหมอชิต (N8)-สถานีคูคต (N24), สถานีอ่อนนุช (E9)-สถานีเคหะฯ (E23) และสถานีวงเวียนใหญ่ (S8)-สถานีบางหว้า (S12)
โดยอัตราค่าโดยสารใหม่สำหรับส่วนต่อขยาย จะเป็นดังนี้
- บัตรโดยสารเที่ยวเดียว : 17-45 บาท
- บัตรแรบบิท สำหรับบุคคลทั่วไป : 17-45 บาท
- บัตรแรบบิท สำหรับนักเรียน/นักศึกษา : 12-32 บาท (ส่วนลด 30%)
- บัตรแรบบิท สำหรับผู้สูงอายุ : 9-23 บาท (ส่วนลด 50%)
สำหรับอัตราค่าโดยสารของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย แบบคิดตามระยะทาง จะมีรายละเอียดดังนี้
สำหรับบัตรโดยสารเที่ยวเดียว และบัตรแรบบิท บุคคลทั่วไป (อัตราเดิม 15 บาทตลอดสาย)
- 0-1 สถานี : 17 บาท
- 2 สถานี : 19 บาท
- 3 สถานี : 22 บาท
- 4 สถานี : 24 บาท
- 5 สถานี : 27 บาท
- 6 สถานี : 29 บาท
- 7 สถานี : 32 บาท
- 8 สถานี : 34 บาท
- 9 สถานี : 37 บาท
- 10 สถานี : 39 บาท
- 11 สถานี : 42 บาท
- 12 สถานี : 44 บาท
- 13 สถานีขึ้นไป : 45 บาท
สำหรับบัตรแรบบิท นักเรียน-นักศึกษา (อัตราเดิม 10 บาทตลอดสาย)
- 0-1 สถานี : 12 บาท
- 2 สถานี : 14 บาท
- 3 สถานี : 16 บาท
- 4 สถานี : 17 บาท
- 5 สถานี : 19 บาท
- 6 สถานี : 21 บาท
- 7 สถานี : 23 บาท
- 8 สถานี : 24 บาท
- 9 สถานี : 26 บาท
- 10 สถานี : 28 บาท
- 11 สถานี : 30 บาท
- 12 สถานี : 31 บาท
- 13 สถานีขึ้นไป : 32 บาท
สำหรับบัตรแรบบิท ผู้สูงอายุ (อัตราเดิม 7 บาทตลอดสาย)
- 0-1 สถานี : 9 บาท
- 2 สถานี : 10 บาท
- 3 สถานี : 11 บาท
- 4 สถานี : 12 บาท
- 5 สถานี : 14 บาท
- 6 สถานี : 15 บาท
- 7 สถานี : 16 บาท
- 8 สถานี : 17 บาท
- 9 สถานี : 19 บาท
- 10 สถานี : 20 บาท
- 11 สถานี : 21 บาท
- 12 สถานี : 22 บาท
- 13 สถานีขึ้นไป : 23 บาท
ทั้งนี้ หากเดินทางเชื่อมต่อสถานีหลัก 26 สถานี จะมีการคิดอัตราสูงสุด ดังนี้
- บัตรโดยสารเที่ยวเดียว/บัตรแรบบิท บุคคลทั่วไป : ค่าโดยสารสถานีหลัก+สถานีส่วนต่อขยาย คิดสูงสุด 65 บาท
- บัตรแรบบิท นักเรียน-นักศึกษา : ค่าโดยสารสถานีหลัก+สถานีส่วนต่อขยาย คิดสูงสุด 60 บาท
- บัตรแรบบิท ผู้สูงอายุ : ค่าโดยสารสถานีหลัก+สถานีส่วนต่อขยาย ส่วนลด 50% จากอัตราค่าโดยสาร
สำหรับสถานีหลักของรถไฟฟ้าสายสีเขียว 26 สถานี คือ สถานีหมอชิต (N8)-สถานีอ่อนนุช (E9) และสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ (W1)-สถานีสะพานตากสิน (S6) รวม 2 สถานีส่วนต่อขยาย คือ สถานีกรุงธนบุรี (S7)-สถานีวงเวียนใหญ่ (S8)
ขณะที่ผู้ที่ใช้งานแพ็กเกจตั๋วเที่ยวรายเดือนของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งปกติจะตัดเที่ยวโดยสารเมื่อเดินทางในสถานีหลัก จะมีวิธีการคิดค่าโดยสารในส่วนต่อขยายที่แตกต่างกัน
โดยรถไฟฟ้า BTS เปิดเผยอัตราค่าโดยสารพิเศษสำหรับผู้ใช้งานแพ็กเกจตั๋วเที่ยวรายเดือนของ BTS และเดินทางในสถานีหลัก ร่วมกับสถานีส่วนต่อขยาย ดังนี้
บุคคลทั่วไป (ค่าโดยสารรวมสูงสุดไม่เกิน 65 บาท)
- เดินทาง 1 สถานี จ่ายเพิ่ม 17 บาท
- เดินทาง 2 สถานี จ่ายเพิ่ม 19 บาท
- เดินทาง 3 สถานี จ่ายเพิ่ม 22 บาท
- เดินทาง 4 สถานี จ่ายเพิ่ม 24 บาท
- เดินทาง 5 สถานีขึ้นไป จ่ายเพิ่ม 25 บาท
นักเรียน-นักศึกษา (ค่าโดยสารรวมสูงสุดไม่เกิน 60 บาท)
- เดินทาง 1 สถานี จ่ายเพิ่ม 12 บาท
- เดินทาง 2 สถานี จ่ายเพิ่ม 14 บาท
- เดินทาง 3 สถานี จ่ายเพิ่ม 16 บาท
- เดินทาง 4 สถานี จ่ายเพิ่ม 17 บาท
- เดินทาง 5 สถานีขึ้นไป จ่ายเพิ่ม 17 บาท
สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย เดิมคิดในอัตรา 15 บาทตลอดสาย สำหรับสายสีลม ก่อนจะเริ่มคิดในส่วนต่อขยาย สายสุขุมวิท มาตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2567 เป็นต้นมา และเริ่มปรับระบบการคิดค่าโดยสารเป็นการคิดตามระยะทาง ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป
นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า การปรับอัตราค่าโดยสารครั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนจากอัตราเดิม 15 บาทตลอดสาย มาเป็นโครงสร้าง “ค่าโดยสารตามระยะทาง” (Distance Fare) เพื่อให้สะท้อนต้นทุนการให้บริการที่แท้จริง และรักษาความมั่นคงของระบบขนส่งมวลชนในระยะยาว
สำหรับอัตราใหม่ การเดินทางภายในส่วนต่อขยายจะเริ่มต้นที่ 17 บาท และเพิ่มขึ้นตามระยะทางไม่เกิน 45 บาท ส่วนผู้โดยสารที่เดินทางข้ามช่วงระหว่างส่วนสัมปทานและส่วนต่อขยาย ค่าโดยสารรวมสูงสุดไม่เกิน 65 บาท (เพิ่มจากปัจจุบันเพียง 3 บาท) ซึ่งยังถือว่าต่ำกว่าค่าโดยสารเฉลี่ยของระบบรถไฟฟ้าในเมืองใหญ่ทั่วโลก
ที่ผ่านมา กทม. เก็บค่าโดยสารส่วนต่อขยายเพียง 15 บาทตลอดสาย ซึ่งไม่สอดคล้องกับต้นทุนค่าจ้างเดินรถและค่าบำรุงรักษา ทำให้ กทม. ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายและใช้งบประมาณสนับสนุนชดเชยส่วนต่างปีละกว่า 6,000 ล้านบาท โดยรายได้จากการเดินรถในส่วนต่อขยายอยู่ที่ประมาณ 2,400 ล้านบาทต่อปี
ขณะที่รายจ่ายรวมสูงถึง 9,012 ล้านบาท การปรับโครงสร้างค่าโดยสารในครั้งนี้จึงมีความจำเป็น เพื่อให้ระบบขนส่งมวลชนของเมืองสามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม กทม.ได้จัดมาตรการบรรเทาและช่วยเหลือ อย่างเหมาะสม ได้แก่ เด็กและนักศึกษา (อายุไม่เกิน 23 ปี) ลดค่าโดยสาร 30% และผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ลดค่าโดยสาร 50% ทั้งนี้ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหลัก คือผู้โดยสารที่เดินทางเฉพาะในส่วนต่อขยาย ซึ่งค่าโดยสารจะเพิ่มขึ้น 2-30 บาท ตามระยะทาง ส่วนผู้โดยสารที่ใช้เฉพาะส่วนสัมปทานเดิมจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง
กทม. ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เป็นภาระเกินควรต่อประชาชน พร้อมรักษามาตรฐาน การให้บริการให้สะดวก ปลอดภัย และคุ้มค่า ตามหลักการของระบบขนส่งมวลชนเมืองสมัยใหม่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดค่าโดยสารใหม่ สายสีเขียว ส่วนต่อขยาย เริ่ม 1 พ.ย. 2568
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net