คดีมาตรา 112 ของตั้ม-จิรวัฒน์ กรณีแอดมินเพจ “คนกลมคนเหลี่ยม” วาดการ์ตูนล้อเลียน
11 กันยายน 2568 เวลา 9:00 น. ศาลอาญานัดตั้ม-จิรวัฒน์ ฟังคำพิพากษาคดีมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมฯ ในคดีหมายเลขดำที่ อ. 306/2567 กรณีถูกกล่าวหาเป็นแอดมินเพจ “คนกลมคนเหลี่ยม” วาดการ์ตูนล้อเลียนจำนวน 4 โพสต์ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน 2565 เช่น โพสต์เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2565 เป็นภาพการ์ตูนคล้ายรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 สนทนากัน และอีกช่องเป็นภาพคล้ายรัชกาลที่ 9 เล็งปืนยิงออกไป ซึ่งอัยการเห็นว่า ทำให้ประชาชนทั่วไปที่พบเห็นโพสต์ดังกล่าวเข้าใจว่า รัชกาลที่ 9 เป็นผู้ลอบปลงพระชนม์รัชกาลที่ 8
คดีนี้เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2565 ระพีพงษ์ ชัยยารัตน์ สมาชิกศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)เพื่อดำเนินคดีกับเพจเฟซบุ๊กชื่อ “คนกลมคนเหลี่ยม” จากการโพสต์ข้อความและรูปภาพที่เข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ รวม 4 โพสต์ ในจำนวนนี้เข้าข่ายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ จำนวน 2 โพสต์
ด้าน ร.ต.อ.หญิงณัฐชยา วงศ์รุจิไพโรจน์ พนักงานสอบสวน บก.ปอท. ได้แจ้งข้อกล่าวหาและพฤติการณ์ มีรายละเอียดโดยสรุปว่า หลังได้รับการร้องทุกข์จากระพีพงษ์ให้ดำเนินคดีกับเพจเฟซบุ๊ก เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนจนเชื่อว่าเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวมีตั้ม-จิรวัฒน์เป็นผู้ดูแล (Admin) โดยพบว่าบัญชีดังกล่าวเปิดมาตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2562 และได้ทำการโพสต์ข้อความและภาพตามที่ถูกกล่าวหา จำนวน 4 โพสต์ ดังนี้
1. การ์ตูนล้อคล้ายว่าเป็น ‘ธุรกิจครอบครัว’ เหมือนตระกูลชินวัตร
เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2565 เวลาประมาณ 17.18 น. ได้โพสต์ข้อความว่า “ตัวการ์ตูนและเหตุการณ์ในเพจเป็นเพียงการสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น (ฝากสมัครเป็นผู้สนับสนุนเพจด้วยนะครับ)” พร้อมลงรูปวาดการ์ตูนที่แบ่งเป็น 2 ช่อง ลักษณะแนวตั้ง จำนวน 1 ภาพ
ในช่องแรกเป็นตัวการ์ตูน 5 ตัว ตัวแรก (จากซ้ายมือ) มีใบหน้าคล้ายทักษิณ ชินวัตร, อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และมีการ์ตูนผู้หญิง 2 คนสวมใส่เสื้อเหลือง มีกล่องข้อความลักษณะเป็นคำพูดมีข้อความว่า “555 ส่งต่อกันเป็นทอดๆ ธุรกิจครอบครัว”
ช่องที่ 2 เป็นภาพตัวการ์ตูนคล้ายพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี ตั้งแต่รัชกาลที่ 1-10 และตัวการ์ตูนเพศหญิง 2 คนทำท่าทางหมอบกราบอยู่ด้านข้าง
ผู้กล่าวหาเห็นว่า โพสต์ดังกล่าวเป็นการพูดและแสดงท่าทางเยาะเย้ยว่าพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี ตั้งแต่รัชกาลที่ 1-10 เป็นธุรกิจครอบครัวส่งต่อกันเป็นทอดๆ เป็นการเปรียบเทียบและสื่อถึงการเมืองว่าคล้ายครอบครัวชินวัตร
ผู้กล่าวหาระบุว่า ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นการสืบราชสันตติวงศ์ (สืบราชสมบัติ) ที่ถูกต้องตามกฎมณเฑียรบาล ทำให้เข้าใจได้ว่าการสืบราชสมบัติเป็นธุรกิจครอบครัวที่สืบทอดกันมาเป็นรุ่นสู่รุ่นเพื่อหาประโยชน์ของประเทศชาติให้แก่พวกพ้องของตนเอง เป็นการใส่ร้ายพระมหากษัตริย์และสถาบันพระมหากษัตริย์ว่า การสืบราชสมบัติเป็นธุรกิจครอบครัว ซึ่งเป็นเรื่องของการรักษาผลประโยชน์ของคนในครอบครัว โดยมุ่งหวังกำไรจากประเทศชาติและประชาชน เป็นการดูหมิ่นพระเกียรติและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทั้งนี้โดยประการที่น่าจะทำให้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เสื่อมเสียพระเกียรติและถูกดูหมิ่น เจตนาทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพสักการะ
2. การ์ตูนล้อคล้าย ร.9 ถก ร.8
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2565 เวลา 09.48 น. โพสต์ข้อความว่า “ไม่มีใครร้ายเท่าน้องเล็ก ตัวการ์ตูนเหตุการณ์ในเพจเป็นเพียงการสมมุติขึ้นเพื่อแสดงความบันเทิงเท่านั้น (ฝากสมัครเป็นผู้สนับสนุนด้วยนะครับ)” พร้อมลงรูปภาพวาดการ์ตูนที่แบ่งเป็น 3 ช่อง จำนวน 1 ภาพ
ในช่องแรก เป็นตัวการ์ตูนมีใบหน้าคล้ายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ช่องที่ 2 เป็นตัวการ์ตูนมีใบหน้าคล้ายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8
และช่องที่ 3 เป็นตัวการ์ตูนที่มีใบหน้าคล้ายรัชกาลที่ 9 สวมเสื้อขาว ท่าทางยิงอาวุธปืน
ผู้กล่าวหาเห็นว่า เป็นการใส่ร้ายดูหมิ่นพระเกียรติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 รวมทั้งเป็นการบิดเบือนความจริง
3. การ์ตูนล้อคล้ายสื่อ ร.9 ในกรณีสวรรคต ร.8
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 เวลา 14.37 น. โพสต์ข้อความว่า “เล็กยิ่งพี่ทำมายยยยย ตัวการ์ตูนและเหตุการณ์ในเพจเป็นเพียงการสมมุติขึ้นเพื่อแสดงความบันเทิงเท่านั้น (ฝากสมัครเป็นผู้สนับสนุนด้วยนะครับ)” พร้อมลงรูปวาดการ์ตูนที่แบ่งเป็น 5 ช่อง จำนวน 1 ภาพ
ผู้กล่าวหาเห็นว่า ผู้โพสต์ต้องการสื่อถึงการ์ตูนที่มีใบหน้าคล้ายรัชกาลที่ 8 สนทนากับการ์ตูนที่มีใบหน้าคล้ายรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นการสร้างข้อมูลที่บิดเบือน ไม่ถูกต้อง เพื่อให้บุคคลที่พบเห็นเข้าใจว่าเหตุการณ์สวรรคตของรัชกาลที่ 8 เกิดจากรัชกาลที่ 9
รวมทั้งในภาพช่องสุดท้ายมีการ์ตูนที่มีใบหน้าคล้าย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ซึ่งเป็นบุคคลที่มักจะพูดถึงหรือกล่าวอ้างเรื่องราวเกี่ยวกับการสวรรคตของรัชกาลที่ 8 ซึ่งการโพสต์ดังกล่าวเป็นการใส่ร้ายดูหมิ่นพระเกียรติของรัชกาลที่ 9 รวมทั้งเป็นการบิดเบือนความจริง
4. การ์ตูนล้อคล้ายเสียดสี ร.10
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 เวลา 07.08 น. โพสต์ข้อความว่า “เฝ้าไปนร้าาา ตัวการ์ตูนและเหตุการณ์ในเพจเป็นเพียงการสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น (ฝากสมัครเป็นผู้สนับสนุนเพจด้วยนะครับ)” พร้อมลงรูปวาดการ์ตูนที่แบ่งเป็น 4 ช่อง จำนวน 1 ภาพ
ผู้กล่าวหาเห็นว่าผู้โพสต์ต้องการสื่อให้บุคคลที่พบเห็นเข้าใจว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงไม่มีความห่วงใยประชาชน ไม่มีความสนใจในกิจการบ้านเมืองใดๆ แต่กลับเที่ยวเล่น ณ ต่างประเทศเป็นการเสียดสี ต้องการด้อยค่าพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้พระองค์เสื่อมเสียพระเกียรติสักการะ
พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหาต่างกันไปในแต่ละโพสต์
โพสต์ที่ 1 และ 4 ถูกแจ้งข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” และ “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง” ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3)
ส่วนโพสต์ที่ 2 และ 3 ถูกแจ้งข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) “โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา”
หลังรับทราบข้อกล่าวหา ตั้ม-จิรวัฒน์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและจะให้การเป็นหนังสือภายใน 30 วัน อีกทั้งไม่ประสงค์ลงลายมือชื่อในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาอีกด้วย
คดีนี้ถือเป็นคดีจากการแสดงออกและแสดงความเห็นทางการเมืองคดีที่ 2 ของตั้ม โดยเมื่อปี 2559 เขาเคยถูกดำเนินคดีจากกรณีร่วมในเหตุการณ์ฉีกบัตรออกเสียงประชามติ ที่หน่วยออกเสียงประชามติเขตบางนา เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ซึ่งต่อมาศาลพิพากษาจำคุกเขาและจำเลยอีก 2 รายในคดีนี้ คนละ 6 เดือน พร้อมทั้งปรับคนละ 6,000 บาท แต่ลดโทษเหลือจำคุกคนละ 4 เดือนปรับ 4,000 บาท เนื่องจากให้การเป็นประโยชน์ โดยให้รอลงอาญาโทษจำคุกไว้เป็นเวลา 1 ปี
ต่อมา 31 มกราคม 2567 พนักงานอัยการ สำนักอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 ได้ยื่นฟ้องตั้ม-จิรวัฒน์ ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1)(3)
บรรยายฟ้องโดยสรุประบุว่า จำเลยเป็นผู้ใช้งานเพจเฟซบุ๊กชื่อ “คนกลมคนเหลี่ยม” ได้โพสต์ข้อความและภาพตามลำดับเวลาในแต่ละโพสต์จนถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2565 ที่มีผู้แจ้งข้อกล่าวหาไว้ โดยข้อความและภาพการ์ตูนที่ปรากฏนั้นทำนองพาดพิงถึงกษัตริย์ รวม 4 โพสต์
อัยการระบุว่า โพสต์ทั้งสี่ข้อมูลเท็จและเป็นการกล่าวหา ใส่ความ โดย 2 โพสต์ มีเจตนาทำให้รัชกาลที่ 10 เสื่อมเสียพระเกียรติ และอีก 2 โพสต์ มีเจตนาทำให้รัชกาลที่ 9 เสื่อมเสียพระเกียรติ
หลังรับทราบฟ้องของพนักงานอัยการแล้ว ตั้มได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยมีทนายความและนายประกันจากกองทุนราษฎรประสงค์ยื่นขอประกันตัวระหว่างการพิจารณาคดี เสนอวงเงินประกันจำนวน 90,000 บาท
ต่อมา เวลา 17.45 น. ศาลมีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราว แต่ให้เพิ่มหลักทรัพย์ประกัน รวมเป็นจำนวน 200,000 บาท ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขการประกันใด ๆ และนัดพร้อมตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 1 กรกฎาคม 2567
กระบวนการสืบพยาน ศาลสั่งห้ามนำเหตุการณ์ในห้องพิจารณาคดีเผยแพร่สู่สาธารณะ
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 ในนัดสืบพยานนัดแรก ศาลในห้องพิจารณาคดีที่ 805 ได้มีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณา ด้วยข้อความว่า “ห้ามมิให้บุคคลใดนำเหตุการณ์ในห้องพิจารณาคดีและในศาลอาญาถ่ายทอดเผยแพร่สู่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต มิฉะนั้น ศาลจะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาลต่อไป“
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่าตั้งแต่ช่วงปลายเดือน มีนาคม 2568 พบว่าในการพิจารณาคดีของศาลอาญา ได้เริ่มมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาในรายคดี โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวเนื่องกับมาตรา 112 และการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ประชาชนให้ความสนใจ โดยระบุห้ามมิให้บุคคลใดนำเหตุการณ์ในห้องพิจารณาคดีและในศาลอาญาถ่ายทอดเผยแพร่สู่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
อย่างไรก็ตาม การห้ามเผยแพร่เหตุการณ์ในห้องพิจารณา และการจำกัดไม่ให้ประชาชนเข้าฟังการพิจารณา หากกระทำโดยไม่ระมัดระวัง อาจกลับกลายเป็นการหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบโดยสาธารณชน
ในสังคมที่ความยุติธรรมของศาลถูกตั้งคำถามมากขึ้น การเปิดเผยต่อสาธารณชนย่อมจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นต่อศาลว่าจะพิจารณาไปด้วยความโปร่งใส (Transparency) และเป็นหัวใจของความชอบธรรม (Legitimacy) ในการใช้อำนาจรัฐ