โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

บิ๊กโจ๊ก ยื่นหนังสือ ประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ ดำเนินทางวินัย ปธ.แผนกคดีในศาลปกครองสูงสุด

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ก.ย 2568 เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 09 ก.ย 2568 เวลา 07.24 น.

บิ๊กโจ๊ก หอบเอกสาร ร้องศาลปกครองขอคณะกก.ตุลาการ ดำเนินทางวินัยกับปธ.แผนกคดีในศาลปกครองสูงสุด เหตุสนิท ‘บิ๊กต่าย’ มีความเห็นทางคดีให้ออกราชการไว้ก่อน

เมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่ศาลปกครองสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือรองโจ๊ก อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีตรอง ผบ.ตร.) ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรม พร้อมสำเนาเอกสารจำนวนหนึ่ง เพื่อยื่นต่อนายประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ ประธานศาลปกครองสูงสุด

แหล่งข่าวบุคคลใกล้ชิด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เปิดเผยว่า สำหรับหนังสือรวมทั้งสำเนาเอกสาร โดยในเนื้อหาข้อร้องเรียนระบุว่า ตามที่ผู้ฟ้อง ซึ่งเป็นผู้ยื่นหนังสือดังกล่าว ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องออกจากราชการไว้ก่อน ซึ่งศาลปกครองสูงสุดได้รับเรื่องไว้พิจารณา ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิพากษาคดี

โดยในหนังสือผู้ฟ้องระบุถึงพฤติการณ์ของประธานแผนกคดีในศาลปกครองสูงสุดท่านหนึ่ง เกี่ยวกับการพิจารณาและมีความเห็นในคดี เป็นการกระทำผิดที่เข้าข่ายการกระทำผิดวินัยและฝ่าฝืนต่อจริยธรรมตุลาการศาลปกครอง

แหล่งข่าวกล่าวสำหรับข้อมูลในหนังสือระบุว่า ในวันที่ผู้ฟ้องคดีแถลงด้วยวาจาเพื่อยืนยันหรือหักล้าง ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายต่อองค์คณะในวันนั่งพิจารณาคดี รับทราบจากเจ้าหน้าที่ของศาลปกครองสูงสุดว่า หลังจากองค์คณะได้พิจารณาคดีแล้วจะต้องส่งเรื่องไปยังประธานแผนกคดีในศาลปกครองสูงสุด เพื่อให้ความเห็นการพิจารณาพิพากษาคดีดังกล่าว

โดยในหนังสือที่ผู้ฟ้องคดีระบุอ้างอีกว่าประธานแผนกคดีในศาลปกครองที่จะให้ความเห็นการพิจารณาคดีนั้นเข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรหนึ่งที่มีบุคคลท่านหนึ่งให้ผู้ฟ้องออกจากราชการ โดยบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ถูกฟ้อง เข้ารับการศึกษาอบรมรุ่นเดียวกันจากจำนวน 52 คน ช่วงระหว่างปลายกุมภาพันธ์-ปลายปี 2567 อันเป็นช่วงเวลาที่ผู้ถูกฟ้องคดีออกคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการไว้ก่อน โดยในหนังสือระบุว่าผู้ถูกฟ้องคดีได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็น ผบ.ตร. ขณะศึกษาอบรมหลักสูตรดังกล่าวแล้ว

แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวอีกว่า ผู้ถูกฟ้องระบุในหนังสืออ้างว่าย่อมส่งผลให้ประธานแผนกคดีในศาลปกครองสูงสุดคนดังกล่าวและผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันทั้งในห้วงระยะเวลาที่เข้าศึกษาอบรมและหลังสำเร็จการศึกษาอบรมแล้ว ซึ่งประธานแผนกคดีในศาลดังกล่าวเป็นเพื่อนกับผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในการให้ความเห็นการพิจารณาพิพากษาคดีที่ ฟ.117/2567 ย่อมมีความโน้มเอียงที่จะให้ความเห็นในทางคดีให้เป็นประโยชน์ต่อผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นและมีตำแหน่ง ผบ.ตร. อันจะเป็นการทำให้การพิจารณาและมีความเห็นในคดีดังกล่าวมีความไม่เป็นกลาง

ในหนังสือระบุว่า ทำให้ความเห็นในทางคดี เช่นเดียวกับกรณีผู้ฟ้องคดี ได้เคยมีคำขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งศาลปกครองตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่ 178/2567 ลงวันที่ 18 เมษายน 2567 ที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้ถูกฟ้องคดี ได้ออกคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีออกราชการไว้ก่อนซึ่งขณะนั้นอยู่ในห้วงระยะเวลาการอบรมหลักสูตรดังกล่าว จึงอาจถูกประธานแผนกคดีคนดังกล่าวคัดค้านได้ และมีเหตุประการอื่นอันเกี่ยวกับตัวตุลาการศาลปกครอง ซึ่งเป็นเพื่อนกับผู้ถูกฟ้องคดี อันอาจทำให้การพิจารณาคดีนั้นเสียความยุติธรรม

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า สาเหตุที่ผู้ฟ้องยื่นหนังสือดังกล่าวเพราะคดีเสียความยุติธรรม ซึ่งเหตุที่จะถูกคัดค้านปรากฏตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ว่าด้วยองค์คณะ การจ่ายสำนวน การโอนคดี การปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการในคดีปกครอง การคัดค้านตุลาการศาลปกครอง การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานคดีปกครอง และการมอบอำนาจให้ดำเนินคดีปกครองแทน พ.ศ.2544 ข้อ 14 วรรค 1 ทั้งเหตุแห่งการคัดค้านและเหตุอื่นใดอันมีสภาพร้ายแรง โดยอ้างว่าเพราะพิจารณาและความเห็นในคดีที่เพื่อนร่วมรุ่นเป็นผู้ถูกฟ้องคดี

แหล่งข่าวกล่าวว่า ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 11 และมาตรา 12 และการกระทำของประธานแผนกคดีในศาลดังกล่าว เกี่ยวกับคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองขัดจริยธรรมตุลาการศาลปกครอง ข้อ 6 ด้วย ซึ่งประธานแผนกคดีคนดังกล่าวจะต้องถอนตัวจากการพิจารณาและมีความเห็นเกี่ยวกับคำขอให้ทุเลาบังคับตามคำสั่งทางปกครองข้างต้น

โดยในหนังสือดังกล่าวระบุว่า “ประธานแผนกคดีในศาลปกครองสูงสุด ไม่ได้ปฏิบัติตาม ข้อ 6 ของจริยธรรมศาลปกครอง แต่ได้พิจารณาและมีความเห็น จนในที่สุดได้เสนอให้ที่ประชุมใหญ่ตุลาศาลปกครองสูงสุด ให้พิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับคำขอให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองข้างต้น” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า การที่ประธานแผนกคดีที่ถูกระบุคนดังกล่าว ไม่ถอนตัวจากการพิจารณาและมีความเห็นเกี่ยวกับคำขอให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองนอกจากจะเป็นการกระทำผิดจริยธรรมตุลาการศาลปกครองข้อ 6 แล้วยังเป็นการกระทำผิดวินัยตามประกาศ ก.ศป. เรื่อง วินัยแห่งการเป็นข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ข้อ 5 ข้อ 7 ข้อ 10 ข้อ 15 และข้อ 4 วรรคสอง ด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บิ๊กโจ๊ก ยื่นหนังสือ ประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ ดำเนินทางวินัย ปธ.แผนกคดีในศาลปกครองสูงสุด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...