โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กองทัพไทย ล็อกเป้าฐานขีปนาวุธกัมพูชา พร้อมสั่งโจมตีทำลายระบบทันทีหากละเมิดข้อตกลง

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 04 ต.ค. 2568 เวลา 13.57 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2568 เวลา 13.25 น.

กองทัพไทย ล็อกเป้าฐานยิงขีปนาวุธหลายลำกล้องระยะยิง 130 ก.ม.ของกัมพูชา พร้อมปฏิบัติการโจมตียุทธศาสตร์สั่งการทำลายล้างการยิง ล้มล้างระบบส่งกำลังบุกรังทันทีหากฝ่ายตรงข้ามละเมิดข้อตกลง เน้นประชาชนคนไทยปลอดภัยเป็นที่ตั้ง

สำนักข่าวThe Room 44 ติดตามสถานการณ์ตามแนวตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 68 หลังประเทศไทยมีการผลัดเปลี่ยนแม่ทัพนายกอง โดยเฉพาะพล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 “แม่ทัพเติ่ง” นักรบลูกอีสานเชี่ยวชาญในพื้นที่ ขยับขึ้นมาจากรองแม่ทัพภาคที่ 2 อยู่ในพื้นที่กับ“แม่ทัพกุ้ง”พล.ท.บุญสิน พลาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ระบุชัด “ขณะนี้กำลังพลมีความพร้อมอยู่เสมอ” “น้องผมคนนี้โหดกว่าผมเยอะคูณสาม” พล.ท.บุญสินการันตีถึงบทบู๊ของขุนพลคู่ใจ

ทั้งนี้จุดยุทธศาสตร์ในพื้นที่ไทย - กัมพูชา ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 ในพื้นที่เกิดการปะทะบ่อยครั้ง ทำให้กองทัพภาคที่ เฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของกัมพูชาตลอด โดยเฉพาะจุดยุทธศาสตร์ปราสาทตาควาย ปราสาทพระวิหาร ที่มีความอ่อนไหวสูง มักตรวจพบโดรนฝ่ายกัมพูชา ทำให้กองกำลังภาคที่ 2 เตรียมพร้อมตลอดเวลา และกองทัพภาคที่ 2 ของไทยยังเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวัง ขีปนาวุธ PHL-03 ระบบจรวดหลายลำกล้องมีระยะยิงไกล 130 กิโลเมตรครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัดของไทย ขีปนาวุธชนิดนี้สามารถทำลายล้างที่หมายยุทธศาสตร์ และที่ตั้งกำลังทหาร โดยกองทัพไทยเตรียมการรองรับสถานการณ์ในการปฏิบัติตามแผนพิทักษ์พื้นที่หลัง มีเครื่องมือทำลายขีปนาวุธชนิดนี้ และว่ากันว่ามีการล็อกเป้าตำแหน่งยิงตามจุดยุทธศาสตร์ต่างๆในกัมพูชาเรียบร้อยแล้ว
ก่อนหน้านั้นที่มีการปะทะกันหนัก กองทัภาคที่ 2 ได้เตือนเพื่อความไม่ประมาทในการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือน ขอให้ระมัดระวังการถูกโจมตี ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ติดตามตรวจสอบข่าวสารและการแจ้งเตือนจากทางราชการ ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่สำคัญหรือมีความเสี่ยงสูง ควรเตรียมการป้องกันโดยหาที่หลบภัยในพื้นที่ปลอดภัย รักษาระยะห่างจากจุดที่อาจเป็นเป้าหมาย หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่อาจเกิดการโจมตีเมื่อได้รับการเตือน

ด้านสภากลาโหมในที่ประชุมมอบนโยบายสำคัญในช่วงที่รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ 4 เดือน หนึ่งในนโยบายสำคัญที่เร่งด่วนคือ “แก้ปัญหาความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ให้ความสำคัญกับการ “รักษาอธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ ความปลอดภัยของประชาชนเป็นลำดับแรก” ในวันดังกล่าว “บิ็กเล็ก”พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ได้เชิญผบ.เหล่าทัพ และ “บิ๊กดุลย์”พล.ท.อดุลย์ บุญธรรม รมช.กลาโหม อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ที่จะดูแลพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 2 และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด หรือ กปช.จต. คุยนอกรอบระหว่างรับประทานอาหาร พร้อมระบุมาช่วยงานแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ครั้งนี้ “บิ๊กเล็ก”ระบุว่า “จะเร่งเสริมสร้างความพร้อมรบให้มากขึ้น ผ่านการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่เน้นการจัดหาแนวป้องกันประเทศ แต่จากนี้ไปจะเน้นเชิงรุก เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพให้มากยิ่งขึ้น”

สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย เป็นประธาน เห็นคงมาตรการทหารปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา อนุมัติกรอบสร้างรั้วตามเขตชายแดนไทย-กัมพูชา ในวันดังกล่าวนายกฯได้ตอบคำถามที่ใช้เวทีต่างประเทศกดดันกัมพูชามากกว่าการใช้กำลังทหารหรือไม่ “ต้องทำคู่กัน กองทัพไทยต้องมีความพร้อม เพื่อป้องกันแผ่นดินและอธิปไตย รัฐบาลสนับสนุนกองทัพเต็มที่”
สอดรับกับพล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่1 ระหว่างลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมปฏิบัติการกองกำลังบูรภา(กกล.บูรภา) พื้นที่จ.สระแก้ว เน้นย้ำถึงการปกป้องอธิปไตยของชาติ และมอบนโยบายให้ หน่วยทหารพร้อมปฏิบัติทุกรูปแบบตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ส่วนการปฏิบัติแผนต่างๆทั้งในส่วนของกำลังทหาร ตำรวจและส่วนราชการจังหวัดมีความพร้อมปฏิบัติเมื่อไหร่ “เมื่อมีความได้เปรียบพร้อมจัดการทันที”
สำนักโฆษกรัฐบาลขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกแขนง งดเผยแพร่ภาพปราสาทตาเมือนธม ทุกกรณี เนื่องจากเหตุผลความมั่นคง ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ได้ลงพื้นที่จุดต่างจ.สุรินทร์ เพื่อเกาะติดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นครั้งแรกตั้งแต่รับตำแหน่งนากรัฐมนตรี

ก่อนหนั้นที่ยังเป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทย กองทัพไทยเปิดฉากรุก 3 ระลอก โดยล็อกเป้าโจมตียุทธศาสตร์สั่งการทำลายล้างการยิง ล้มล้างระบบส่งกำลังบำรุง ยึดพื้นที่ได้ 11 พื้นที่หลังหยุดยิง ได้แก่ ภูมะเขือ ช่องอานม้า ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย ช่องบก โดนตวล สัตตะโสม ช่องจอม ช่องสายตะภู พระวิหารและพลาญยาว ก่อนปฏิบัติการเจรจาระดับต่างๆตามมา แต่ยังมีปัญหาตามแนวตะเข็บชายแดนเป็นระยะ โดยฝ่ายกัมพูชายั่วยุและทำตัวให้นานาชาติเห็นว่าเหมือนเป็นฝ่ายโดนกระทำ แต่ไทยรู้ทันเกมไม่เดินตามที่กัมพูชาขุดบ่อล่อปลาเอาไว้ จนกระทั้งนายสหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ แฉกัมพูชาบนเวทียูเอ็น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...