SOCIEY: เปิดรายชื่อผู้คว้ารางวัลโนเบลปี 2025 ผู้นำฝ่ายค้านหญิงจากเวเนซุเอลา คว้ารางวัลสันติภาพ ปาดหน้า ‘ทรัมป์’ ในวินาทีสุดท้าย
จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับงานประกาศผลรางวัลโนเบล ประจำปี 2025 ที่จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 6-13 ตุลาคม ที่ผ่านมา
สำหรับรางวัลโนเบลในปี 2025 นี้ ก็ได้มีประเด็นร้อนแรงแทรกขึ้นมา คือ ‘ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์’ พลาดรางวัลโนเบล ‘สาขาสันติภาพ’ แม้จะมีบทบาทสำคัญในการเจรจาหยุดยิงทางประวัติศาสตร์ระหว่างอิสราเอลและฮามาส หลังสงครามดำเนินมากว่าสองปี
อย่างไรก็ตาม การไม่ได้รับรางวัลครั้งนี้ของทรัมป์ ไม่ใช่เพราะถูกเมินเฉย หากแต่เป็นเพียงเรื่องของจังหวะเวลา ซึ่งคณะกรรมการโนเบลจากนอร์เวย์จำนวน 5 คน ได้ตัดสินใจมอบรางวัลให้กับ ‘มาเรีย โครินา มาชาโด’ (María Corina Machado) ผู้นำฝ่ายค้านจากเวเนซุเอลา ไปเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา อันเป็นเวลาสองวันก่อนข้อตกลงหยุดยิงจะเกิดขึ้นนั่นเอง
และก่อนที่ BrandThink จะพาไปชมรายชื่อผู้ได้รับรางวัลโนเบลในปีนี้ ก่อนอื่นต้องขอชวนทุกคนมาทบทวนกันก่อนว่า รางวัลโนเบล คืออะไร?
รางวัลโนเบล (Nobel Prize) คือรางวัลประจำปีระดับนานาชาติ ที่จัดขึ้นมาอย่างยาวนาน มีไว้เพื่อยกย่องเชิดชูความสำเร็จทางสติปัญญาอันโดดเด่นของมนุษยชาติ
โดยรางวัลโนเบลเป็นความตั้งใจก่อนเสียชีวิตของ ‘อัลเฟรด โนเบล’ (Alfred Nobel) นักเคมีชาวสวีเดน ผู้คิดค้นระเบิดไดนาไมต์ เกิดจากการที่เขารู้สึกเสียใจอย่างมากเนื่องจากระเบิดของเขาได้ถูกนำไปใช้ในการคร่าชีวิตมนุษย์นับไม่ถ้วน เขาจึงตัดสินใจมอบทรัพย์สินส่วนหนึ่งของเขาให้เป็นเงินทุนสำหรับรางวัลโนเบลอันทรงเกียรติ
โดยรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดนั้นจะมอบให้แก่ผู้สร้างผลงานอันเป็นที่ยกย่องทั้งหมด 6 สาขา ได้แก่ สาขาฟิสิกส์ สาขาเคมี สาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ สาขาวรรณกรรม สาขาสันติภาพ ไปจนถึงสาขาเศรษฐศาสตร์ ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในภายหลัง เพื่อเป็นการอุทิศให้กับ ‘อัลเฟรด โนเบล’ นั่นเอง
และในปี 2025 นี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลในแต่ละสาขา มีดังนี้
[รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์: The Nobel Prize in Physics 2025]
ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ศาสตราจารย์จอห์น คลาร์ก (John Clarke), ศาสตราจารย์มิเชล เอช. เดอโวเรต์ (Michel H. Devoret) และ ศาสตราจารย์จอห์น เอ็ม. มาร์ทินิส (John M. Martinis)
จากผลงานการศึกษาปรากฏการณ์ ‘อุโมงค์เชิงกลควอนตัมในระดับมหภาค’ (Macroscopic Quantum Mechanical Tunnelling) และ ‘การทำให้พลังงานมีค่าควอนไทซ์ในวงจรซูเปอร์คอนดักเตอร์’ (Energy Quantization in Superconducting Circuits) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเทคโนโลยีควอนตัมยุคใหม่
งานวิจัยของพวกเขาแสดงให้เห็นว่า ระบบไฟฟ้าที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าสามารถแสดงพฤติกรรมแบบควอนตัมได้จริง เช่นการที่กระแสไฟฟ้าทะลุผ่านศักย์พลังงาน หรือการที่พลังงานภายในวงจรเปลี่ยนแปลงแบบไม่ต่อเนื่องเป็นระดับๆ
ปรากฏการณ์เหล่านี้ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัม เซนเซอร์ควอนตัม และเทคโนโลยีเข้ารหัสเชิงควอนตัมในปัจจุบันนั่นเอง
[รางวัลโนเบลสาขาเคมี: The Nobel Prize in Chemistry 2025]
ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ศาสตราจารย์ซูซูมุ คิตากาวะ (Susumu Kitagawa), ศาสตราจารย์ริชาร์ด ร็อบสัน (Richard Robson) และ ศาสตราจารย์โอมาร์ เอ็ม. ยากี (Omar M. Yaghi)
จากการพัฒนาวัสดุมหัศจรรย์ชนิดใหม่ (Metal Organic Frameworks: MOFs) แสดงถึงโครงสร้างโมเลกุลรูพรุนที่สามารถดักจับจุดเฉพาะของก๊าซหรือสารต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ โดยโครงสร้างนี้ไม่เพียงเปิดโอกาสให้เก็บก๊าซเรือนกระจกและรวบรวมความชื้นจากอากาศในพื้นที่แห้งแล้งเท่านั้น แต่ยังนำไปสู่แนวทางการสร้างวัสดุสำหรับสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อีกด้วย
[รางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์: The Nobel Prize in Physiology or Medicine 2025]
ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ศาสตราจารย์แมรี อี. บรังกาว์ (Mary E. Brunkow), ศาสตราจารย์เฟรด แรมส์เดล (Fred Ramsdell) และ ศาสตราจารย์ชิมอน ซากากุจิ (Shimon Sakaguchi)
จากการค้นพบทีเซลล์ชนิดควบคุม (Regulatory T-cell) ซึ่งช่วยควบคุมสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันไม่ให้ร่างกายทำลายเนื้อเยื่อของตัวเอง การค้นพบนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาวิธีรักษาโรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตนเอง และโรคมะเร็งด้วยแนวทาง ‘ภูมิคุ้มกันบำบัด’ (Immunotherapy) ในอนาคต
[รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม: The Nobel Prize in Literature 2025]
ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ลาซโล คราสนาฮอร์ไก (László Krasznahorkai) นักเขียนนวนิยายและนักเขียนบทชาวฮังการี ผู้สร้างสรรค์งานร้อยแก้วเชิงปรัชญาที่ลุ่มลึกและมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ถ่ายทอดภาพชีวิตสมัยใหม่ท่ามกลางความหวาดกลัวต่อภัยพิบัติและวันสิ้นโลก
ผลงานของเขาถูกยกย่องว่าเป็นศิลปะที่ดึงดูดใจ และยืนยันพลังของมนุษย์ในการตั้งคำถามต่อโลกและความสิ้นหวัง รางวัลวรรณกรรมปีนี้จึงสะท้อนว่า ถึงแม้โลกจะเต็มไปด้วยความกลัวและความเสี่ยง แต่เสียงศิลปะที่กล้าส่งสาร วิพากษ์ และจินตนาการต่อโลก ก็ยังคงเป็นแสงที่ผู้คนอาจมองหาเมื่อทางเดินคลอนแคลนอยู่
[รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ: The Nobel Peace Prize 2025]
ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ มาเรีย โครินา มาชาโด (Maria Corina Machado) ผู้นำฝ่ายค้านชาวเวเนซุเอลา การมอบรางวัลนี้ให้แก่เธอนั้น ก็เพื่อเชิดชูความกล้าหาญในการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตยอย่างสันติ ผลงานของเธอสะท้อนถึงการต่อสู้เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากระบอบเผด็จการไปสู่ประชาธิปไตยที่ยุติธรรม แม้จะต้องเผชิญความเสี่ยงและข้อจำกัดทางการเมือง
รางวัลสาขาสันติภาพในปีนี้ จึงสะท้อนแนวคิดที่ว่า ‘เสียงประชาธิปไตย’ ไม่ใช่เพียงเรื่องของประเทศที่เสรีอย่างเต็มที่ แต่ยังรวมถึงการต่อสู้อย่างสันติภายใต้เงื่อนไขที่ยากลำบากอีกด้วย
[รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์: The Sveriges Riksbank Prize in Economic Sciences in Memory of Alfred Nobel 2025]
ผู้ที่ได้รับรางวัล ได้แก่ ศาสตราจารย์โจเอล มอเคียร์ (Joel Mokyr), ศาสตราจารย์ฟิลิปป์ อากิยง (Philippe Aghion) และ ศาสตราจารย์ปีเตอร์ ฮาวิตต์ (Peter Howitt)
จากการศึกษากลไกการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและการทำลายอย่างสร้างสรรค์ (Creative Destruction) งานวิจัยของพวกเขาอธิบายว่า การแทนที่เทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์เก่าด้วยนวัตกรรมใหม่ เป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน และชี้แนวทางสำคัญสำหรับนโยบายเศรษฐกิจและการสนับสนุนงานวิจัยในอนาคต
ภาพรวมของรางวัลโนเบลประจำปี 2025 นั้น จึงไม่เพียงเป็นแค่การยกย่องความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และสังคม หากแต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความกล้าที่จะตั้งคำถามต่อโลก ทั้งในห้องทดลอง ห้องสมุด และบนเวทีการเมือง