โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตั้งรหัสผ่าน 18 หลัก ลดความเสี่ยงถูกเจาะรหัสผ่านด้วย AI

BT Beartai

อัพเดต 21 ส.ค. 2568 เวลา 04.51 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2568 เวลา 04.51 น.
ตั้งรหัสผ่าน 18 หลัก ลดความเสี่ยงถูกเจาะรหัสผ่านด้วย AI

รหัสผ่าน (Password) เป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันแทบตลอดเวลา ตั้งแต่รหัสผ่านที่ตั้งเพื่อปลดล็อกโทรศัพท์ ไปจนถึงการตั้งรหัสเพื่อยืนยันตัวตนในบัญชีต่าง ๆ แม้จะมีการเตือนภัยเรื่องความเสี่ยงอยู่บ่อยครั้ง แต่คนส่วนใหญ่ยังคงใช้รหัสผ่านที่เดาง่าย เช่น 123456 หรือวันเกิด ที่เสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูลได้ง่าย แล้วเมื่อเข้าสู่ยุค AI คุณมั่นใจแค่ไหนว่ารหัสที่ตั้งไว้จะปลอดภัยไม่โดนแฮก ?

ภัยร้ายจาก AI Cracking ที่ยิ่งกว่าการเจาะรหัสแบบเดิม

ในอดีตภัยคุกคามที่มาจากการโจรกรรมข้อมูล สามารถทำได้ด้วยวิธีถอดรหัสแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า การสุ่มเดาไปเรื่อย ๆ (Brute-force) ในการเจาะรหัสผ่าน ซึ่งใช้พลังงานในการประมวลผลข้อมูลอย่างมหาศาลและใช้เวลานาน แต่ปัจจุบันนี้ การเข้ามาของ AI ทำให้การแฮกง่ายขึ้นจนน่ากลัว

ด้วยเครื่องมือ PassGAN ย่อมาจาก “Password” และ “Generative Adversarial Networks” เป็นเครื่องมือ AI ที่ใช้การเรียนรู้ด้วย Machine Learning เดารหัสผ่านได้ง่าย โดยสามารถวิเคราะห์รูปแบบการตั้งรหัสผ่านจากฐานข้อมูลที่เคยรั่วไหลมาแล้วจำนวนมหาศาล ทำให้สามารถคาดเดาและสร้างรหัสผ่านที่มีโอกาสถูกต้องสูงกว่าการสุ่มเดาแบบเดิม ๆ

จากผลการศึกษาของ Home Security Heroes พบว่า AI สามารถถอดรหัสผ่านที่ใช้กันทั่วไปได้มากกว่า 51% ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที โดยสามารถถอดรหัสผ่าน 7 หลักที่ประกอบด้วยตัวเลข ตัวอักษรพิมพ์เล็ก ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ และสัญลักษณ์ได้ภายในเวลาเพียง 6 นาทีเท่านั้น กลายเป็นภัยที่น่ากลัวมากขึ้นเมื่อความสามารถของ AI ทำให้เกิดความเสี่ยงโจมตีทางไซเบอร์จากผู้ไม่หวังดี

ความน่ากลัวของ AI Cracking ไม่เพียงแค่ขโมยข้อมูล

ความน่ากลัวของ AI Cracking ไม่ได้หยุดอยู่แค่การขโมยข้อมูลหรือรหัสผ่านเท่านั้น แต่มันสามารถพัฒนาไปสู่ภัยคุกคามในรูปแบบอื่นที่ซับซ้อนและสร้างความเสียหายในวงกว้างได้มากขึ้น โดยที่คุณเองอาจไม่ทันระวังตัว

  • ปลอมแปลงตัวตนด้วย Deepfake ความน่ากลัวของ AI คือมีความสามรถในการสร้างวิดีโอ คลิปเสียงที่เหมือนจริงมาก ๆ จนแทบแยกไม่ออก ซึ่งการโจมตีของ Deepfake เสี่ยงมากในการถูกชักจูงให้เชื่อได้ง่าย โดยเฉพาะการหลอกหลวงด้านการเงิน
  • สร้างอีเมลหลอกลวง (Phishing) ที่สมจริง แต่ก่อนอีเมลหลอกลวงมักจะมีภาษาแปลก ๆ แต่ปัจจุบัน AI สามารถเขียนอีเมลที่ใช้ภาษาได้สละสลวย เป็นธรรมชาติมากขึ้น และเลียนแบบสไตล์การเขียนของมนุษย์ ซึ่งทำให้ภาษาดูน่าเชื่อถือ ทำให้เราแยกแยะได้ยากมาก
  • สร้างมัลแวร์ที่ฉลาดขึ้น AI สามารถสร้างมัลแวร์หรือไวรัสคอมพิวเตอร์ที่สามารถคิดและปรับตัวและเปลี่ยนแปลงโคดต้นฉบับของตัวเอง เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของโปรแกรมแอนติไวรัสได้

แล้วเราจะป้องกันตัวเองอย่างไร ?

แม้ว่าการโจมตีจะน่ากลัว แต่ก็สามารถลดความเสี่ยงได้ แค่ตั้งรหัสผ่านให้ซับซ้อนขึ้น และใช้ฟีเจอร์การยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน

ใช้รหัสผ่านที่ยาวกว่า 18 ตัวอักษรขึ้นไป

รหัสผ่านที่ประกอบด้วยตัวเลขอย่างเดียวที่ความยาว 18 ตัวอักษร อาจใช้เวลาถึง 10 เดือนในการถอดถ้าหากรหัสผ่าน 18 ตัวอักษรนั้น มีทั้งตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่, ตัวเลข และสัญลักษณ์ผสมกัน จะใช้เวลาในการถอดรหัสนานขึ้นกว่าเดิม

ใช้การยืนยันตัวตนหลายชั้น (Multi-Factor Authentication – MFA)

MFA คือการเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชี โดยกำหนดให้ผู้ใช้งานต้องยืนยันตัวตนมากกว่าหนึ่งวิธี เพื่อเข้าถึงบัญชีหรือข้อมูลที่ละเอียดอ่อน สามารถเพิ่มความปลอดภัยให้บัญชีต่าง ๆ ของคุณ อย่างแอปฯ Authenticator จาก Google หรือแอปฯ MFA หรือ 2FA อื่น ๆ

นอกจากการใช้รหัสผ่านและคอยติดตามข่าวสาร ทำความเข้าใจรูปแบบการหลอกลวงใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพราะมิจฉาชีพจะเปลี่ยนวิธีการไปเรื่อย ๆ แล้ว หน้าที่ของผู้ใช้อย่างเราคือตามให้ทัน ที่สำคัญต้องมีสติและหัดตั้งข้อสงสัยกับอีเมลหรือข้อความต่าง ๆ แม้จะมาจากคนที่รู้จักก็ตาม ให้ดูชื่ออีเมล/ผู้ใช้ และข้อความเดิมที่เคยคุยกันว่าใช่คนเดียวกันจริงไหม โดยเฉพาะหากมีการขอข้อมูลส่วนตัวหรือขอให้โอนเงิน ควรตรวจสอบกับเจ้าตัวโดยตรงผ่านช่องทางอื่นก่อน

แม้เทคโนโลยี AI จะสร้างประโยชน์ให้เรามากมาย มันก็กลายเป็นดาบสองคมที่ผู้ไม่หวังดีนำไปใช้ในทางที่ผิดได้เช่นกัน การตระหนักรู้และป้องกันตัวเองอย่างรัดกุมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในยุคดิจิทัลนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...