โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดอินไซต์ Netflix 4 ปี ลงทุน 6 พันล้านบาท หนุนคอนเทนต์ไทยอย่างไร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ส.ค. 2568 เวลา 09.20 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2568 เวลา 07.33 น.

เจาะอินไซต์ Netflix จากรายงานบทบาทและผลกระทบเชิงบวกฉบับแรกในไทย 4 ปี ลงทุนรวมกว่า 6 พันล้านบาท หนุนอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย ปลุกการท่องเที่ยว

“Online Streaming” หนึ่งในช่องทางความบันเทิงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน จากการเติบโตของการใช้งานออนไลน์ รวมถึงภูมิทัศน์สื่อ และพฤติกรรม ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และ Netflix ก็เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ยังได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ จากการที่มีคอนเทนต์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์จากทั้งผู้ผลิตคอนเทนต์ในประเทศไทยและต่างประเทศ

ขณะเดียวกัน ช่วง 2-3 ปีนี้ Netflix มีการลงทุนในการผลิตคอนเทนต์บันเทิงไทยมากขึ้น โดยร่วมกับผู้ผลิต-ผู้กำกับชื่อดังมากมาย ผลิตคอนเทนต์บันเทิงในโปรเจ็กต์ “ทีไทย ทีมันส์” กลายเป็น Original Content ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เช่น สืบสันดาน, คนหิว เกมกระหาย, สงครามส่งด่วน โดยมีข้อมูลว่า 4 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2564-2567 มีการลงทุนไปมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นกว่า 6,000 ล้านบาท

ล่าสุด Netflix มีการเปิดตัวรายงานที่มีชื่อว่า “เน็ตฟลิกซ์ในประเทศไทย : พลังขับเคลื่อนอนาคตจากการเล่าเรื่องท้องถิ่น” ที่บอกเล่าถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องของเน็ตฟลิกซ์กับคอนเทนต์และผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ชาวไทย

“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมอินไซต์จากรายงานฉบับนี้ และร่วมมองพร้อมกันว่า การลงทุนในคอนเทนต์บันเทิงไทยตลอด 4 ปีที่ผ่านมาของ Netflix ช่วยปลุกอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยขนาดไหน ?

งบฯ 200 ล้าน สร้างงานขนาดไหน ?

ข้อมูลจากรายงานฉบับดังกล่าว ระบุว่า การลงทุนในคอนเทนต์ไทยของ Netflix ระหว่างปี 2564 ถึง 2567 รวมกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 6,000 ล้านบาท) ส่งผลให้เกิดผลงานซีรีส์และภาพยนตร์ออริจินอลของไทยมากกว่า 20 เรื่อง พร้อมสร้างงานกว่า 13,500 ตำแหน่ง

ทั้งนี้ รัฐบาลมีการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยตั้งเป้าหมายในการสร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง สร้างรายได้ 1.23 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 4 ล้านล้านบาท และที่ผ่านมามีการออกมาตรการให้เงินคืน (Cash Rebate) สำหรับกองถ่ายภาพยนตร์ต่างชาติที่เดินทางเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย

ข้อมูลจากข้อมูลจากกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า การถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 มีการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย จำนวน 322 เรื่อง งบประมาณรวม 3,333.78 ล้านบาท

ดร.ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กล่าวในงานเสวนาเปิดตัวรายงานดังกล่าว ระบุว่า โครงการ Content Lab ของ CEA ได้บ่มเพาะผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ชาวไทยและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย ร่วมกับกองทุน Creative Equity ของเน็ตฟลิกซ์

เราได้มีการฝึกฝนและเสริมศักยภาพของผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์รุ่นใหม่ในพื้นที่ต่าง ๆ นอกกรุงเทพฯ ผ่านการฝึกทักษะ ส่งเสริมความเท่าเทียม และสนับสนุนเป้าหมายของไทยในการยกระดับทักษะของประชากร 20 ล้านคนภายในปี 2570

สร้างบุคลากร-เพิ่มทักษะทีมโปรดักชั่น

นอกจากมิติของการสร้างงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์แล้ว Netflix ยังระบุถึงการสนับสนุนผู้สร้างภาพยนตร์ คนทำงานรุ่นใหม่ และการเพิ่มศักยภาพบุคลากรด้านโปรดักชั่น โดยเฉพาะโครงการ Reel Life Camp เปิดตัวตั้งแต่ปี 2566 การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติสำหรับผู้สร้างภาพยนตร์และสื่อโทรทัศน์รุ่นใหม่กว่า 145 คน โดยเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารกองถ่าย การจัดการงบประมาณสำหรับงานโปรดักชั่น และการควบคุมดูแลขั้นตอนหลังการถ่ายทำ

นอกจากนี้ ทีมงานโปรดักชั่นในประเทศไทยของ Netflix ยังมีการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านเทคนิคของบุคลากรด้านโปรดักชั่นมากกว่า 500 คน ครอบคลุมทั้งผู้ลำดับภาพ ผู้เชี่ยวชาญด้านเอฟเฟ็กต์ภาพ (VFX) และผู้จัดการข้อมูลในกองถ่าย

‘คอนเทนต์ไทย’ ปังไม่แพ้ใคร

นอกจากผลลัพธ์เชิงบวกในแง่ของการสร้างเศรษฐกิจและการจ้างงานแล้ว ผลตอบรับของหลาย ๆ คอนเทนต์ที่เป็น Original Content บน Netflix ก็ได้รับการตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากฐานสมาชิกของ Netflix ที่มีอยู่กว่า 300 ล้านคนทั่วโลก

สถิติที่น่าสนใจและพอฉายภาพความนิยมได้ คือ จำนวนชั่วโมงรับชมคอนเทนต์ไทยบน Netflix เมื่อปี 2567 มีจำนวนรวมกันสูงถึงกว่า 750 ล้านชั่วโมง และมีผลงานไทยมากกว่า 15 เรื่อง ที่ติดอันดับ Global Top 10 (กลุ่ม Non-English)

และหากย้อนถึงคอนเทนต์ไทยที่มีความโดดเด่นบน Netflix ช่วงที่ผ่านมา คงมีหลาย ๆ เรื่องที่หลายคนติดตามและชื่นชอบ เช่น

สงครามส่งด่วน (Mad Unicorn) (ปี 2568) : อันดับ 1 ในไทย หลังฉายรอบปฐมทัศน์ ครองอันดับ 1 ติดต่อกัน 8 สัปดาห์ และติดอันดับ 4 ของ Global Top 10 (Non-English) ภายในสัปดาห์แรกที่เปิดตัว

สืบสันดาน (Master of the House) (ปี 2567) : ซีรีส์ไทยเรื่องแรกที่ติดอันดับ 1 ของ Global Top 10 นาน 3 สัปดาห์ และติด Top 10 Chart ใน 60 กว่าประเทศทั่วโลก พร้อมยอดรับชมรวม 14.6 ล้านวิวในช่วงครึ่งปีหลังที่ผ่านมา

คนหิว เกมกระหาย (Hunger) (ปี 2566) : ติดอันดับ Global Top 10 นานถึง 6 สัปดาห์ มียอดรับชมสะสมทั่วโลก ช่วงปี 2566-2567 สูงถึง 57.8 ล้านวิว รวมถึงนักแสดงนำ ‘ออกแบบ-ชุติมณฑน์’ คว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากงาน International Emmy Awards ครั้งที่ 52

Netflix ยังมีการเปิดเผยว่า ปี 2568 มีคอนเทนต์ไทยอีก 9 เรื่อง (ภาพยนตร์ 6 เรื่อง และซีรีส์ 3 เรื่อง) นอกจาก “สงครามส่งด่วน” ที่กระแสตอบรับดีเยี่ยมแล้ว ยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่เผยแพร่ให้ชมในปีนี้ เช่น แก๊งหิมะเดือด (Frozen Hot Boys) ปากกัด ตีนถีบ (Ziam) เขาชุมทอง คะนองชุมโจร และสาธุ ซีซั่น 2

ปราบดา หยุ่น โปรดิวเซอร์/นักเขียนบท แลกเปลี่ยนมุมมองต่อภาพยนตร์และซีรีส์ไทย โดยมองว่าไม่ได้เป็นเพียงสื่อเพื่อความบันเทิง แต่ยังเป็นหน้าต่างสู่วัฒนธรรม ทัศนคติ และวิธีการเล่าเรื่องแบบคนไทย

“ผลงานออริจินอลที่เราผลิตร่วมกับ Netflix ช่วยสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทย พร้อมกับส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยสู่ระดับสากล เมื่อเราผลิตคอนเทนต์ที่สะท้อนความเป็นไทยอย่างแท้จริง เรื่องราวเหล่านี้จะสามารถสร้างความผูกพันให้กับผู้ชมชาวไทยอย่างลึกซึ้ง พร้อมทั้งดึงดูดผู้ชมจากทั่วโลกอีกด้วย” ปราบดา หยุ่น กล่าว

‘คอนเทนต์ไทย’ ปลุกการท่องเที่ยว

อีกมิติหนึ่งที่ถูกพูดถึง คือ เรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวประเทศไทย โดย Netflix ระบุในรายงานว่า คอนเทนต์ที่เกี่ยวกับประเทศไทยมีส่วนกระตุ้นการท่องเที่ยวไปยังจุดหมายปลายทางที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักในประเทศไทย เช่น สืบสันดาน ช่วยเพิ่มจำนวนผู้เยี่ยมชม Chateau De Khaoyai ในจังหวัดนครราชสีมา สาธุ กระตุ้นความสนใจในวัดสำปะซิว จังหวัดสุพรรณบุรี และถ้ำหลวง : ภารกิจแห่งความหวัง ทำให้ถ้ำหลวงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม

Netflix ยังระบุว่า คอนเทนต์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวท้องถิ่นเหล่านี้ช่วยให้สถานที่ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักของไทยเป็นที่รู้จักในระดับโลก พร้อมทั้งสนับสนุนนโยบาย Amazing Thailand Grand Tourism and Sports 2025 ของรัฐบาลไทย ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนจุดหมายปลายทางที่น้อยคนมักรู้จักของไทย

มาโลบิกา (เมล) บาเนอร์จี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายคอนเทนต์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Netflix กล่าวว่า ด้วยทีมงานประจำในกรุงเทพฯ เราจึงมีความเข้าใจลึกซึ้งต่อวงการสร้างสรรค์ของไทย คอนเทนต์ของเราไม่เพียงแต่ถ่ายทอดความงดงามของสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย แต่ยังสะท้อนถึงศิลปะและเอกลักษณ์ของการเล่าเรื่องแบบไทยอย่างมีชั้นเชิง เราได้ร่วมงานกับผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ชาวไทยมากฝีมือ เพื่อนำเสนอเรื่องราวอันเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงความเป็นไทยและเชื่อมโยงกับผู้ชมได้อย่างแท้จริง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดอินไซต์ Netflix 4 ปี ลงทุน 6 พันล้านบาท หนุนคอนเทนต์ไทยอย่างไร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...