โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) หนุนพัฒนาห้องปฏิบัติการคุณภาพ ชี้เป้าควรมี 1 หมื่นแห่งใน 10 ปี

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 20 ส.ค. 2568 เวลา 07.28 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2568 เวลา 14.10 น.

ขณะนี้ไทยมีเพียง 1 พันแห่ง เพิ่ม 10- 20 แห่งต่อปี ย้ำกลไกที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ด้วยข้อจำกัดงบประมาณภาครัฐ แนะผลักดันกฎหมายส่งเสริมคุณภาพห้องปฏิบัติการ และกองทุน หากต้องการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน วศ. ได้ปรับบทบาทและภารกิจให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มุ่งเน้นสนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายห้องปฏิบัติการให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล

เพื่อรองรับการเติบโตของการแข่งขันในภาคธุรกิจและคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งหากห้องปฏิบัติการขาดคุณภาพ ผลการวัดไม่ถูกต้องจะกระทบต่อคุณภาพสินค้า

ทั้งนี้ วศ. พยายามส่งเสริมให้เกิดห้องปฏิบัติการที่มีคุณภาพของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันควรจะต้องมีถึง10,000 แห่ง แต่ปัจจุบันประเทศไทยมีประมาณ 1,000 แห่งเท่านั้น โดยในแต่ละปีจะมีห้องปฏิบัติการก่อตั้งขึ้นใหม่ประมาณ 10-20 แห่ง

ซึ่งการเติบโตในลักษณะดังกล่าวโดยปล่อยให้ผู้ประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชนเติบโตกันเอง อาจจะ ไม่ทันต่อสถานการณ์ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีหน่วยงานต่าง ๆ เข้าไปส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของห้องปฏิบัติการ เพื่อทำให้เกิดการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ที่ผ่านมากรมวิทย์ฯ บริการ มีกลไกหลาย ๆ ด้านในการส่งเสริมศักยภาพห้องปฏิบัติการ ทั้งการจัดฝึกอบรม ให้ความรู้ บริการสอบเทียบเครื่องมือวัด เป็นที่ปรึกษา ตั้งเครือข่ายห้องปฏิบัติการในประเทศ บริการตรวจสอบความสามารถ

หรือทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการ และมีการรับรองคุณภาพของห้องปฏิบัติการ ทั้งมาตรฐานการยอมรับความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบของกรมวิทยาศาสตร์บริการ (DSS Recognized Laboratory) และการรับรองความสามารถของห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล

การรับรองเหล่านี้สามารถนำไปใช้ยืนยันความสามารถของห้องปฏิบัติการกับหน่วยงานกำกับดูแลในด้านต่าง ๆ เช่น สำนักงานมาตรฐานอาหารและเกษตรแห่งชาติ (มกอช.) หรือสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)

“หากประเทศไทยต้องการที่จะเพิ่มห้องปฏิบัติการคุณภาพอย่างก้าวกระโดด เพื่อให้มีถึง 10,000 แห่ง จะต้องใช้เวลาเกือบ 10 ปี ซึ่งการจะเพิ่มขึ้นถึงปีละ 1,000 แห่งนั้น กลไกการส่งเสริมปกติอาจจะไม่เพียงพอ

กรมวิทย์ฯ บริการ จึงอยากจะผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับการส่งเสริมคุณภาพห้องปฏิบัติการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง และการจัดตั้งกองทุนเพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมให้เกิดห้องปฏิบัติการมาตรฐานได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์ปัญหาข้อจำกัดของงบประมาณภาครัฐที่ขณะนี้สามารถสนับสนุนห้องปฏิบัติการได้เพียงปีละ10-20 แห่งเท่านั้น ”

ดร.พจมาน กล่าวอีกว่า ความท้าทายของห้องปฏิบัติการในประเทศไทยในขณะนี้ คือ ความต้องการด้านการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพสินค้าที่มีมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการส่งออก ซึ่งจำเป็นต้องติดอาวุธให้กับคุณภาพสินค้าของประเทศไทย หากไม่ได้คุณภาพ และเป็นมาตรฐานที่ต่างประเทศยอมรับ จะไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

ขณะเดียวกันตลาดในประเทศจะเป็นเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภค มีการสุ่มตรวจมาตรฐานของสินค้าต่าง ๆ ซึ่งจำเป็นต้องใช้กลไกของห้องปฏิบัติการ

โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมวิทย์ฯบริการ ได้ลงนามความร่วมมือกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อที่จะช่วยกันส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายหน่วยตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของประเทศให้มากขึ้น

อย่างไรก็ดี เพื่อให้ความรู้ทางวิชาการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ โดยศูนย์ทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการ สถาบันพัฒนามาตรฐานและตรวจสอบรับรอง ได้จัดสัมมนา เรื่อง“แนวทางการจัดทำความใช้ได้ของการวัดเพื่อส่งเสริมศักยภาพห้องปฏิบัติการ” ขึ้น เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ภายในงาน “ อว.แฟร์ 2568”

โดยมีเจ้าหน้าที่จากห้องปฏิบัติการทั่วประเทศ เข้าร่วมกว่า 200 คน การสัมมนาฯ ดังกล่าวเป็นการให้ความรู้ทางวิชาการ อ้างอิงตามมาตรฐาน ISO/ IEC 17025 และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเอกสาร “ความใช้ได้ของการวัด” ที่กรมวิทย์ ฯ บริการ จัดทำขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญคือ “ 7 ขั้นตอนเพื่อนำไปสู่ความใช้ได้ของการวัด”

พร้อมยกตัวอย่างการใช้งานให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าใจและเชื่อมั่นในระบบมาตรฐานการวัด สามารถควบคุมกระบวนการวัดเพื่อให้นำไปสู่ความใช้ได้ของผลการวัด และทำให้ลูกค้ามั่นใจถึงความถูกต้องของผลการวัดที่ได้จากห้องปฏิบัติการ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...