โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะลึก “บ้านหนองจาน” หลักฐานประวัติศาสตร์จากค่ายอพยพกัมพูชา

NATIONTV

อัพเดต 20 ส.ค. 2568 เวลา 00.22 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2568 เวลา 06.17 น.

20 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน “บ้านหนองจาน” หรือที่หลายคนยังจดจำได้ในชื่อ ค่ายผู้อพยพหนองจาน (Nong Chan Refugee Camp) หรือ "แคมป์ 511" เป็นหนึ่งในพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ชายแดนไทย–กัมพูชา ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของภูมิภาค และชะตากรรมของผู้ลี้ภัยที่เคยได้รับการช่วยเหลือจากประเทศไทย

ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2522 หลังสงครามและการรุกรานของกองทัพเวียดนามในกัมพูชาธิปไตย ชาวกัมพูชาจำนวนมากหนีตายและเผชิญความอดอยาก ข้ามชายแดนเข้ามายังฝั่งไทย บ้านหนองจานถูกจัดตั้งขึ้นเป็นหนึ่งในค่ายผู้อพยพขนาดใหญ่ โดยในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน มีผู้อพยพมากกว่า 13,000 คน พำนักอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

ที่นี่ไม่เพียงแต่เป็นค่ายพักพิง หากยังเป็นศูนย์กลางการแจกจ่ายอาหารและเมล็ดพันธุ์ข้าว ภายใต้ความร่วมมือขององค์กรบรรเทาทุกข์ระหว่างประเทศ เช่น CARE และ UN ซึ่งได้จัดหาเมล็ดพันธุ์ อุปกรณ์ทำนา และอุปกรณ์หาปลามอบให้ผู้อพยพ ช่วยให้ผู้หนีภัยสามารถเริ่มต้นทำกินในดินแดนไทยได้อีกครั้ง

“บ้านหนองจาน – และสระน้ำยูเอ็น” เป็นสัญลักษณ์สำคัญในช่วงเวลานั้น สระน้ำที่ขุดโดยองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อให้ชาวเขมรอพยพได้มีน้ำกินน้ำใช้ ยืนยันได้ว่าพื้นที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในดินแดนไทยมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม ความสงบในค่ายไม่ยืนยาว เมื่อกลุ่มเขมรเสรีและทหารเวียดนามเข้ามาโจมตีค่ายหลายครั้งระหว่างปี 2523–2529 ส่งผลให้เกิดการสู้รบ การบังคับอพยพ และการสูญเสียจำนวนมาก ทหารไทยต้องเข้าปฏิบัติการผลักดันและยึดพื้นที่กลับคืนหลายครั้ง

ต่อมา เมื่อสถานการณ์ผ่อนคลายลง ผู้อพยพจำนวนหนึ่งถูกส่งไปยังค่ายอื่น เช่น ไซต์ 3 อ่างศิลา, ค่ายเขาอีด่าง และค่ายสระแก้ว 2 ขณะที่อีกหลายพันคนได้อพยพไปประเทศที่สาม หรือกลับถิ่นฐานเดิมในกัมพูชา แต่ก็มีผู้อพยพบางส่วน “ไม่เคลื่อนย้ายออก” และยังคงปักหลักอยู่ในพื้นที่บ้านหนองจาน โดยอาศัยนโยบาย “เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า” ของรัฐบาล พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ทำให้กัมพูชามีความเข้มแข็งมากขึ้น และอ้างสิทธิเหนือพื้นที่เดิมของค่ายผู้อพยพ จนกลายเป็นข้อพิพาทชายแดนที่สืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน

ชาวบ้านไทยที่ครั้งหนึ่งเคยเดินบนผืนดินของตนเอง กลับถูกจับกุมเมื่อเข้าไปในพื้นที่ที่เคยเป็นค่ายผู้อพยพ และถูกกล่าวหาว่า “บุกรุก” ขณะที่คนกัมพูชาที่เคยเป็นผู้ลี้ภัย กลับหันมาชี้หน้าด่าทหารไทยว่าเป็นฝ่ายรุกราน

"คำถามที่ยังค้างคา จากผู้อพยพผู้เคยหนีภัยสงคราม มาสู่การยึดครองที่ดินของผู้มีพระคุณ?"

เรื่องราวนี้ยังคงทิ้งคำถามสะเทือนใจว่า มันถูกต้องหรือการที่คนซึ่งครั้งหนึ่งได้รับการโอบอุ้มช่วยเหลือจากไทย กลับมายึดครองและกล่าวหาคนไทยในผืนแผ่นดินของเราเอง

บ้านหนองจานจึงไม่ใช่เพียงหมู่บ้านชายแดนเล็กๆ แต่คือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ตอกย้ำว่า พื้นที่แห่งนี้คือดินแดนไทย และเป็นศูนย์พักพิงผู้อพยพมาก่อน ไม่ใช่ดินแดน "กัมพูชา" อย่างที่อีกฝ่ายอ้างในวันนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...